จับสึกทันที! แฉ 2 พระลูกวัดนนทบุรี มั่วสุมเสพยาเสพติดคากุฏิกลางดึก เข้ารับการบำบัด
เจ้าหน้าที่อำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี รวบ 2 พระลูกวัดมั่วสุมเสพยาบ้าคากุฏิ ตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย สึกทันทีและส่งเข้ารับการบำบัดตามขั้นตอน.
วงการผ้าเหลืองต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของพระสงฆ์ภายในวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งมีพฤติการณ์มั่วสุมเสพยาเสพติด และได้นำกำลังเข้าตรวจสอบจับกุมถึงในกุฏิกลางดึก นำไปสู่การจับสึกและส่งเข้ารับการบำบัดทันที.
เปิดปฏิบัติการ "ฟ้าผ่า" กุฏิพระเมืองนนท์
เหตุการณ์น่าตกใจนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 12 มีนาคม 2569 โดยนายสุรชัย โคตรบุตรดี นายอำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้สั่งการให้นายอภิชาติ สุขรัตน์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ร้อย อส.อำเภอบางใหญ่ ที่ 6 ลงพื้นที่ตรวจสอบวัดแห่งหนึ่งในหมู่ 4 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ หลังจากได้รับเบาะแสจากชาวบ้านว่ามีพระสงฆ์หลายรูปมั่วสุมเสพยาบ้าภายในกุฏิ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่เสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง.

นาทีเข้าจับกุม: สุนัขเห่าหอน สารภาพคายา
ขณะที่เจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงวัด สุนัขจำนวนมากในบริเวณวัดได้เห่าหอนเสียงดัง ทำให้ "หลวงพี่หน่อย" อายุ 50 ปี พรรษา 10 ชาว จ.กาญจนบุรี หนึ่งในพระที่ถูกร้องเรียน เดินลงมาจากกุฏิเพื่อดูเหตุการณ์ ด้วยท่าทีมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้นิมนต์และนำพาไปตรวจสอบกุฏิของท่าน แม้จะไม่พบสิ่งผิดกฎหมายในกุฏิหลวงพี่หน่อย แต่เมื่อตรวจสอบปัสสาวะเบื้องต้นกลับพบสารเสพติดในร่างกายทันที.
ไม่นานหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นกุฏิของ "หลวงพี่เก่ง" อายุ 45 ปี พรรษา 3 ชาว จ.นนทบุรี ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน และจากการตรวจค้นก็พบอุปกรณ์การเสพยาบ้าจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ จึงยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมทั้งตรวจปัสสาวะหลวงพี่เก่ง ซึ่งผลก็ยืนยันว่าพบสารเสพติดในร่างกายเช่นเดียวกัน.
สารภาพสิ้น ส่งเข้าสู่กระบวนการบำบัด
หลังจากที่ทั้งสองรูปยอมรับสารภาพว่าเพิ่งเสพยาบ้ามาจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวพระหน่อยและพระเก่งไปพบ พระครูปลัดภูวนาท ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เพื่อดำเนินการ "จับสึก" ในทันที ตามระเบียบของคณะสงฆ์ เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการขาดจากความเป็นพระภิกษุสงฆ์ โดยเบื้องต้นทั้งสองอดีตพระลูกวัดแสดงความสมัครใจที่จะเข้ารับการบำบัดรักษา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวเข้าสู่โครงการชุมชนยั่งยืน เพื่อให้ได้รับการบำบัดฟื้นฟูต่อไป.

ตอกย้ำความสำคัญของการกวาดล้างยาเสพติดในศาสนสถาน
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบดูแลพฤติกรรมของพระสงฆ์ในศาสนสถานเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดที่เข้าถึงทุกภาคส่วนของสังคม แม้กระทั่งในวัดวาอาราม ซึ่งเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชน การดำเนินการอย่างเด็ดขาดและรวดเร็วของเจ้าหน้าที่อำเภอบางใหญ่ ถือเป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษาความบริสุทธิ์ของพระพุทธศาสนา และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการร่วมเป็นหูเป็นตาเพื่อสังคมที่ปราศจากยาเสพติด.
การที่อดีตพระทั้งสองรูปสมัครใจเข้ารับการบำบัด ถือเป็นก้าวแรกของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเขาจะสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างปกติสุข และเป็นอุทาหรณ์สอนใจไม่ให้ใครเดินตามรอยผิดพลาดเช่นนี้อีก.