ถอดรหัส MONOMAX: จากทีวีสู่แพลตฟอร์มกีฬาเต็มรูปแบบ เดิมพันครั้งสำคัญในโลกสตรีมมิง
MONOMAX กำลังพลิกโฉมสู่แพลตฟอร์มกีฬาเต็มรูปแบบ ด้วยการเดิมพันซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 และนำเสนอ VNL สด พฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไปขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่การรับชมคอนเทนต์แบบ On-Demand ธุรกิจสื่อย่อมต้องปรับตัว MONO หนึ่งในผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมนี้ กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยมี MONOMAX แพลตฟอร์มสตรีมมิงเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ใหม่ นั่นคือการมุ่งหน้าสู่การเป็น "Media Platform Company" ที่เน้นคอนเทนต์กีฬาเต็มรูปแบบ ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มองข้ามช็อตไปในอนาคต
MONOMAX กับการพลิกโฉมสู่แพลตฟอร์มกีฬาเต็มรูปแบบ
จากเดิมที่ MONO29 เป็นที่รู้จักจากการนำเข้าบล็อกบัสเตอร์ฮอลลีวูดและคอนเทนต์วาไรตี้ฟรี แต่สมการความสำเร็จนี้กำลังจะหมดอายุลง เนื่องด้วยสองปัจจัยหลักคือ พฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไปสู่สตรีมมิง และการสิ้นสุดของใบอนุญาตทีวีดิจิทัลในปี 2572 (2029) ทำให้ MONO ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ นั่นคือการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ลดบทบาทฝ่ายข่าวและวาไรตี้ แล้วมุ่งเน้นทรัพยากรทั้งหมดไปที่ คอนเทนต์กีฬา โดยมี MONO29 ทำหน้าที่เป็นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ เพื่อดึงดูดผู้ชมให้ย้ายฐานเข้าสู่แอปพลิเคชัน MONOMAX อย่างเต็มตัว

ภารกิจคว้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026: เดิมพันสำคัญ
หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่ MONO กำลังดำเนินการอย่างจริงจังคือ ความพยายามในการเจรจาขอซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2026 แม้จะเผชิญกับราคาลิขสิทธิ์ที่สูงถึง 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (กว่า 1,300 ล้านบาท) ที่ฟีฟ่ายืนกราน ซึ่งสูงกว่าที่เวียดนามจ่ายถึง 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อย่างมาก แต่ความพยายามนี้ตอกย้ำถึงเป้าหมายของ MONO ที่ต้องการครอบครองคอนเทนต์กีฬาแบบสิทธิ์ขาดระดับโลก เพื่อสร้างกำแพงป้องกันคู่แข่ง และสร้างอัตลักษณ์ที่แข็งแกร่งให้กับแบรนด์
ประเด็นเรื่องลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกยังคงเป็นข้อถกเถียงในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ "กฎ Must Have" ของ กสทช. ที่กำหนดให้ฟุตบอลโลกเป็นกีฬาที่ต้องถ่ายทอดสดฟรี ซึ่งทำให้ภาคเอกชนไม่กล้าลงทุน แม้กระทั่งอดีตรองประธาน กสทช. ยังเสนอแนวทาง "วิน-วิน" โดยแบ่งการถ่ายทอดสดเป็น 2 กลุ่ม คือ แมตช์สำคัญให้ดูฟรีผ่านฟรีทีวี และแมตช์ที่เหลือเปิดให้เอกชน (Pay TV/Streaming/OTT) ซื้อสิทธิ์ไปฉายแบบ Exclusive เพื่อสร้างรายได้ การที่ MONO พยายามเข้ามาร่วมวงเจรจาในสถานการณ์เช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านแพลตฟอร์มกีฬา และความเข้าใจในมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลที่ฟุตบอลโลกจะสร้างขึ้น โดยเฉพาะในฟุตบอลโลก 2026 ครั้งประวัติศาสตร์ที่มีเจ้าภาพร่วม 3 ชาติ ขยายทีมเป็น 42 ทีม และมีจำนวนแมตช์มากที่สุดถึง 104 นัด

MONOMAX: ไม่ได้มีแค่ฟุตบอล วอลเลย์บอล VNL 2026 ก็ดูได้!
นอกเหนือจากความพยายามในการคว้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกแล้ว MONOMAX ยังตอกย้ำจุดยืนในการเป็นแพลตฟอร์มกีฬาด้วยการถ่ายทอดสดกีฬายอดนิยมอย่าง วอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ลีก 2026 (VNL 2026) โดยแฟนๆ สามารถรับชมการแข่งขันที่น่าสนใจ เช่น แมตช์ระหว่างทีมชาติไทยพบเบลเยียม ในวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ผ่านทั้งช่อง MONO29 และแอปพลิเคชัน MONOMAX ซึ่งแสดงให้เห็นว่า MONO ได้เริ่มเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ใหม่แล้ว ด้วยการนำคอนเทนต์กีฬาสดที่มีความน่าสนใจมาสู่ผู้ชมโดยตรง เพื่อสร้างฐานลูกค้าที่มั่นคงและสร้างรายได้ประจำ (Recurring Revenue) จากค่าสมาชิก
อนาคตของ MONOMAX: เจ็บระยะสั้น ชนะระยะยาว
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ของ MONO แม้จะแลกมาด้วยบาดแผลจากการปรับลดพนักงาน แต่เป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์เพื่อหลีกหนีผลกระทบที่รุนแรงกว่าในระยะยาว MONO กำลังสร้างโมเดล "Hybrid is the Reality" ที่ใช้ช่องทางเดิม (MONO29) เพื่อสร้างการเข้าถึง และใช้ช่องทางดิจิทัล (MONOMAX) เพื่อสร้างผู้ติดตามใหม่ เมื่อถึงวันนั้น MONO จะกลายร่างเป็น Media Platform Company อย่างสมบูรณ์แบบ มีอิสระในการดำเนินธุรกิจอย่างเต็มที่ และไม่ต้องพึ่งพาสายส่งสัญญาณหรือค่าเช่าโครงข่ายอีกต่อไป นี่คือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับวันพรุ่งนี้ ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในระยะยาว และตอกย้ำบทบาทของ MONOMAX ในฐานะผู้นำด้านคอนเทนต์กีฬา