นาซาเตรียมพามนุษย์กลับสู่ดวงจันทร์: ภารกิจประวัติศาสตร์ “อาร์เทมิส 2” ในรอบ 50 ปี
ตื่นเต้นไปกับภารกิจประวัติศาสตร์ Artemis II ของ NASA ที่จะพามนุษย์สู่ดวงจันทร์อีกครั้งในรอบกว่า 5 ทศวรรษ พร้อมก้าวต่อไปสู่การสำรวจอวกาศลึก
หลังจากห่างหายจากการส่งมนุษย์ไปสำรวจดวงจันทร์มานานกว่า 5 ทศวรรษ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา (NASA) กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยภารกิจ “อาร์เทมิส 2” (Artemis II) ที่จะพานักบินอวกาศกลับสู่บริวารของโลกเรา
ภารกิจ "อาร์เทมิส 2": ก้าวแรกสู่การสำรวจอวกาศลึก
ภารกิจอาร์เทมิส 2 ถือเป็นก้าวสำคัญของโครงการอาร์เทมิส ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุดคือการพามนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง นับตั้งแต่ภารกิจอพอลโล 17 ในปี 1972 โดยในครั้งนี้ นักบินอวกาศ 4 คนได้เดินทางถึงศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดาแล้ว เพื่อเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายก่อนการปล่อยจริง

ทีมงานและยานอวกาศแห่งอนาคต
- ผู้บัญชาการ: รีด ไวส์แมน (Reid Wiseman)
- ลูกเรือ: รวม 4 คน ซึ่งสะท้อนความหลากหลายของสังคมยุคใหม่ โดยมีทั้งผู้หญิง ผู้มีเชื้อสายหลากหลาย และนักบินอวกาศจากแคนาดา นับเป็นก้าวสำคัญของการเปิดโอกาสในวงการอวกาศระดับโลก
- ยานพาหนะ: ใช้จรวด Space Launch System (SLS) ที่ทรงพลังที่สุดของนาซา พร้อมด้วยยานโอไรออน (Orion) ซึ่งเป็นแคปซูลสำหรับลูกเรือ
เส้นทางสู่ดวงจันทร์และอุปสรรคที่ผ่านมา
ภารกิจอาร์เทมิส 2 มีกำหนดจะพาลูกเรือบินอ้อมดวงจันทร์ในลักษณะ "สลิงช็อต" หรือการใช้แรงเหวี่ยงจากแรงโน้มถ่วง ก่อนที่จะเดินทางกลับสู่โลกโดยจะใช้เวลาประมาณ 10 วัน และลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิก
แม้ว่าภารกิจนี้จะไม่ได้เข้าสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์เหมือนภารกิจอพอลโล 8 ในปี 1968 แต่ถูกออกแบบมาให้มีความปลอดภัยสูง คล้ายกับเส้นทางของภารกิจอพอลโล 13 ที่บินอ้อมดวงจันทร์แล้วกลับโลก อย่างไรก็ตาม การปล่อยจรวดเผชิญกับความล่าช้ากว่า 2 เดือน เนื่องจากปัญหาการรั่วไหลของเชื้อเพลิงและข้อขัดข้องทางเทคนิคหลายประการ ทำให้ต้องมีการนำจรวดเข้า-ออกโรงเก็บหลายครั้ง
ปัจจุบัน นาซาตั้งเป้าหมายที่จะปล่อยจรวดโดยเร็วที่สุดในช่วงต้นเดือนเมษายน โดยมีกรอบเวลาในช่วง 6 วันแรกของเดือนเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด ก่อนที่จะต้องเลื่อนออกไปเกือบ 1 เดือนหากไม่สามารถปล่อยได้ทันตามกำหนด
มากกว่าแค่ดวงจันทร์: ปูทางสู่ดาวอังคาร
ภารกิจอาร์เทมิส 2 ไม่ได้เป็นเพียงการกลับไปเยือนดวงจันทร์เท่านั้น แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญของแผนระยะยาวของนาซา ในการนำมนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้งในอนาคต และที่สำคัญกว่านั้นคือการ ปูทางสู่การสำรวจอวกาศลึก รวมถึงภารกิจระยะถัดไปที่จะเดินทางไปยังดาวอังคาร ซึ่งเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ
การกลับมาของภารกิจสำรวจดวงจันทร์ด้วยมนุษย์ครั้งนี้ จึงเป็นการจุดประกายความหวังและความตื่นเต้นครั้งใหม่ในวงการวิทยาศาสตร์และอวกาศทั่วโลก และเป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของมนุษย์ในการก้าวข้ามขีดจำกัดเพื่อค้นหาความรู้และความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในจักรวาลอันกว้างใหญ่