18 ปี สพฉ. ยกระดับการแพทย์ฉุกเฉินไทยสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อทุกชีวิตด้วย NDEMS
สพฉ. ฉลอง 18 ปี เปิดตัว NDEMS และ iDEMS พลิกโฉมการแพทย์ฉุกเฉินไทยสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อการเข้าถึงที่เท่าเทียมและทันท่วงทีสำหรับทุกชีวิต
ในวาระครบรอบ 18 ปีแห่งการสถาปนาสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงการปฏิวัติระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทย จากการบริหารจัดการบริการสาธารณสุข สู่การเป็น "โครงสร้างพื้นฐาน (Essential Infrastructure)" ที่สำคัญและขาดไม่ได้ของประเทศ การฉลองครบรอบนี้ ไม่เพียงเป็นการทบทวนความสำเร็จที่ผ่านมา แต่ยังเป็นการประกาศก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ NDEMS เพื่ออนาคตที่ทุกชีวิตจะได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมและทันท่วงที
NDEMS: หัวใจสำคัญของการปฏิรูปดิจิทัลเพื่อชีวิต
การปฏิรูประบบการแพทย์ฉุกเฉินในครั้งนี้มีหัวใจสำคัญอยู่ที่ iDEMS (Intelligence Digital Emergency Medical Service) ซึ่งพัฒนาภายใต้กรอบของแพลตฟอร์มกลางระดับชาติ NDEMS โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง สพฉ., สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และพันธมิตรโทรคมนาคมภาคเอกชน แพลตฟอร์มนี้ถูกสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม Cloud-based ที่มีความมั่นคงปลอดภัยสูง สามารถรองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดของระบบเดิม ๆ
NDEMS ไม่ได้เป็นเพียงระบบดิจิทัลทั่วไป แต่เป็น "กระดูกสันหลัง" ที่เชื่อมโยงเครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินทั่วประเทศ ทำให้การเข้าถึงและให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินเป็นไปอย่างทั่วถึง มีประสิทธิภาพ และลดอัตราการเสียชีวิตและพิการได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังที่ ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการ สพฉ. ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนระบบนี้
iDEMS: ทลายทุกกำแพงการสื่อสารเพื่อทุกคน
ความโดดเด่นของ iDEMS คือการนำหลักการ Universal Design มาประยุกต์ใช้ผ่านระบบ "Total Conversation" ที่รองรับการสื่อสารมัลติมีเดียเต็มรูปแบบ ทั้งภาพ เสียง ข้อความ และวิดีโอ นวัตกรรมนี้ถือเป็นการทลายกำแพงการสื่อสารที่สำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน หรือผู้ป่วยในภาวะช็อกที่ไม่สามารถพูดสายได้

ระบบ Total Conversation เปรียบเสมือนการสร้าง "สะพานดิจิทัล" ที่ลดช่องว่างระหว่างจุดเกิดเหตุและทีมแพทย์ ช่วยให้เจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วตั้งแต่วินาทีแรกของการรับแจ้งเหตุ ทำให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างหลักประกันด้านความน่าเชื่อถือและความคาดหมายได้ (Predictability) ของระบบช่วยชีวิตแก่ประชาชนทุกคน
18 ปีแห่งความมุ่งมั่น: จากอดีตสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ตลอดระยะเวลา 18 ปีที่ผ่านมา สพฉ. ได้ทุ่มเทพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้าน:
- การสร้างความรอบรู้: จัดฝึกอบรมการกู้ชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) ให้แก่ภาคประชาชน และขยายเครือข่ายศูนย์การเรียนรู้ชุมชนด้านการแพทย์ฉุกเฉินทั่วประเทศ
- การพัฒนามาตรฐาน: ยกระดับมาตรฐานผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการ และระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
- การขับเคลื่อนเทคโนโลยี: โดยเฉพาะการพัฒนา NDEMS ร่วมกับ สวทช. ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงและช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวขอบคุณแพทย์ พยาบาล พาราเมดิก อาสาสมัคร และมูลนิธิต่างๆ รวมถึงภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนี้ และฝากความหวังให้ สพฉ. และภาคีเครือข่ายร่วมบูรณาการเพื่อพัฒนามาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉินอย่างเข้มแข็งต่อไป
ก้าวต่อไป: สู่ระบบการแพทย์ฉุกเฉินระดับสากล
ความสำเร็จจากการนำร่องใน 15 จังหวัด กำลังจะถูกขยายผลไปทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิดการขับเคลื่อนให้ระบบการแพทย์ฉุกเฉินเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ พร้อมทั้งพัฒนาประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินแก่ประชาชนทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และทันท่วงที การปฏิรูปครั้งนี้จึงไม่เพียงยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย แต่ยังเป็นการนำพาระบบการแพทย์ฉุกเฉินไทยก้าวสู่มาตรฐานความเชื่อมั่นระดับสากล สร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้กับประเทศอย่างยั่งยืน