เปิดเผย! กลยุทธ์ลับ Nintendo กู้สถานการณ์ Wii U ด้วยเครื่องเกมมินิ NES/SNES Classic
Reggie Fils-Aime เผยกลยุทธ์ลับ Nintendo สมัย Wii U ขาลง! ค้นพบเบื้องหลัง NES Classic และ SNES Classic ที่เป็นมากกว่าของสะสม สู่การพลิกฟื้นของบริษัท.
ใครจะไปคิดว่าเบื้องหลังเครื่องเกมสุดคลาสสิกขนาดย่อส่วนอย่าง NES Classic และ SNES Classic ที่เคยสร้างกระแสความนิยมอย่างถล่มทลาย ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเอาใจนักสะสม แต่คือ "ไม้ตาย" ที่ Nintendo งัดออกมาใช้เพื่อประคับประคองสถานะของบริษัทในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดยุคหนึ่ง นั่นคือ Nintendo Wii U
เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยโดย Reggie Fils-Aime อดีตประธาน Nintendo of America ที่ได้ออกมาให้ความกระจ่างถึงที่มาและเบื้องหลังกลยุทธ์สำคัญนี้ระหว่างการบรรยายที่ NYU Game Centre Lecture Series เพื่อให้เราได้เห็นภาพชัดเจนถึงความท้าทายที่ Nintendo ต้องเผชิญ และวิธีการที่พวกเขากอบกู้สถานการณ์ไว้ได้
ยุคมืดของ Wii U: ความล้มเหลวที่คาดไม่ถึง
ช่วงปลายอายุของเครื่องเกม Wii U นับเป็น "ยุคมืด" ของ Nintendo อย่างแท้จริง หลังจากผ่านพ้นปีแรกไป กระแสความนิยมและยอดขายของ Wii U ก็ลดลงอย่างฮวบฮาบจนไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้อีกเลย ส่งผลให้บริษัทต้องประสบปัญหาด้านรายได้อย่างรุนแรงและเร่งด่วน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปีที่เคยเป็นช่วงเวลาทองของการทำกำไร
Reggie เล่าว่าในช่วงเวลานั้น Nintendo ต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อหาทางออก ทั้งการยกเลิกจำหน่าย Wii U รุ่น 8GB ที่ได้รับความสนใจน้อยเกินไป และการหันไปจับมือกับผู้พัฒนาเกมอิสระ (Indie Developers) ให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม แต่ดูเหมือนความพยายามเหล่านี้ก็ยังไม่เพียงพอที่จะพลิกสถานการณ์ได้
NES Classic และ SNES Classic: ไม่ใช่แค่ของเล่น แต่คือ "เครื่องช่วยหายใจ"
หัวใจสำคัญของแผนการกอบกู้สถานการณ์ที่ Reggie เผยออกมาคือการเปิดตัว เครื่องเกมขนาดจิ๋วที่บรรจุเกมคลาสสิกไว้ภายใน อย่าง NES Classic ในปี 2016 และ SNES Classic ในปี 2017
Reggie ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า การออกเครื่องเกมมินิเหล่านี้ในสองปีติดต่อกันนั้น เป็น แผนงานเชิงพาณิชย์ที่มุ่งเน้นยอดขายในปริมาณมาก เพราะสถานะของ Wii U ในเวลานั้น เปรียบเสมือนเครื่องเกมที่ต้องพึ่งพา "เครื่องช่วยหายใจ" อยู่ตลอดเวลา การเปิดตัวเครื่องเกมย้อนยุคเหล่านี้จึงเป็นการสร้างรายได้และดึงความสนใจของผู้บริโภคกลับมายังแบรนด์ Nintendo ในช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุด
อนาคตที่เปลี่ยนไป: เมื่อ Switch ก้าวเข้ามา
แม้แฟนเกมหลายคนจะคาดหวังว่าจะมีเวอร์ชันมินิของ N64 หรือ Game Boy ตามออกมา แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีวี่แวว ซึ่งเหตุผลที่ชัดเจนที่สุดคือ ความสำเร็จแบบถล่มทลายของ Nintendo Switch ที่ทำให้บริษัทไม่จำเป็นต้องผลิตอุปกรณ์เฉพาะทางเหล่านั้นอีกต่อไป เพราะคลังเกมคลาสสิกจำนวนมากถูกยกมาไว้บนเครื่อง Switch และระบบรุ่นใหม่อย่าง Switch 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ผู้เล่นสามารถเข้าถึงเกมเหล่านี้ได้ง่ายกว่าที่เคย
คุณค่าเหนือกาลเวลา: ของสะสมแห่งตำนาน
สำหรับใครที่สนใจเก็บสะสมเครื่องเกมรุ่นคลาสสิกเหล่านี้ ปัจจุบันราคาในตลาดมือสองอาจมีความผันผวนไปตามความหายาก ซึ่งบางรายการอาจมีราคาสูงถึง 150 ดอลลาร์ หรือประมาณ 4,900 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพสินค้าและแพ็กเกจ ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากแต่ก็น่าจดจำของ Nintendo ก่อนจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในปัจจุบันด้วยเครื่องเล่นเกมอย่าง Switch ที่ครองใจเกมเมอร์ทั่วโลก
เรื่องราวของ Wii U และเครื่องเกมมินิ ไม่ใช่แค่บทเรียนทางธุรกิจ แต่ยังเป็นข้อพิสูจน์ถึงความไม่ย่อท้อและกลยุทธ์อันชาญฉลาดของ Nintendo ที่สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส นำพาบริษัทจากจุดต่ำสุดกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง