Odymel และมรสุมข้อกล่าวหา: คลื่นแห่งความรับผิดชอบที่ซัดเข้าสู่วงการ Hard Techno

เจาะลึกข้อกล่าวหาการประพฤติมิชอบทางเพศที่ Odymel และศิลปิน Hard Techno คนอื่นๆ เผชิญ ต้นกำเนิด, ผลกระทบต่อเทศกาล, และการเรียกร้องความรับผิดชอบในวงการดนตรี.

Odymel และมรสุมข้อกล่าวหา: คลื่นแห่งความรับผิดชอบที่ซัดเข้าสู่วงการ Hard Techno

วงการดนตรี Hard Techno ซึ่งเคยเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ข้อกล่าวหาอันร้ายแรงเกี่ยวกับการประพฤติมิชอบทางเพศ การล่วงละเมิด และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ได้ถูกเผยแพร่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของศิลปินชั้นนำหลายราย รวมถึง Odymel ดีเจและโปรดิวเซอร์ชาวเบลเยียมชื่อดัง บทความนี้จะเจาะลึกถึงต้นตอของข้อกล่าวหา ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ Odymel และศิลปินคนอื่นๆ รวมถึงแรงสั่นสะเทือนที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งอุตสาหกรรมดนตรีไนท์ไลฟ์ทั่วโลก เพื่อทำความเข้าใจถึงวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นและความพยายามในการเรียกร้องความรับผิดชอบในยุคดิจิทัล

จุดเริ่มต้นของคลื่นแห่งการเปิดโปง: "Steer Files" และบัญชี @bradnolimit

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา จากบัญชี Instagram ที่ชื่อว่า @bradnolimit ซึ่งได้โพสต์ข้อความและเรื่องราวต่างๆ ผ่าน Instagram Stories ของตนเอง โดยอ้างว่าได้รับข้อมูลจากผู้เสียหายหลายราย ผู้เสียหายเหล่านี้ได้ออกมาเล่าเรื่องราวการถูกคุกคามทางเพศ การข่มขืน พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และการถูกบีบบังคับจากศิลปิน Hard Techno ชื่อดังหลายราย

@bradnolimit ซึ่งอ้างว่าเคยเป็นตัวแทนหรือผู้ร่วมงานของ Steer Management ในอเมริกาเหนือ ได้เริ่มเผยแพร่สิ่งที่เรียกว่า "Steer Files" ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดเบื้องหลัง ข้อความสนทนา (screenshots) คำบอกเล่าจากผู้เสียหาย และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับบุคคลสำคัญในวงการ Hard Techno ข้อกล่าวหาเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงรูปแบบพฤติกรรมนักล่า (predatory behavior) ภายในวงการ "Industrial" และ "Hard Techno" ซึ่งรวมถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การประพฤติมิชอบทางเพศ และในบางกรณี มีการอ้างถึงการมีปฏิสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับแฟนเพลงและอาจรวมถึงผู้เยาว์ด้วย

โพสต์เหล่านี้ได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนบนแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Reddit และขยายวงกว้างออกไปในชุมชนดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ การแพร่กระจายของข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงในวงการดนตรีทั่วโลก การเปิดโปงผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เรื่องราวเหล่านี้กลายเป็นที่รับรู้ในวงกว้าง และนำไปสู่การเรียกร้องความรับผิดชอบจากศิลปินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภาพประกอบ

Odymel และรายชื่อศิลปิน Hard Techno ที่ถูกกล่าวหา

Odymel ดีเจชาวเบลเยียม คือหนึ่งในชื่อศิลปินที่ถูกกล่าวหาอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากข่าวที่ Lovin Malta รายงานว่าเขาถูกถอดออกจากไลน์อัพของ Glitch Festival หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศที่แพร่สะพัดในวงการ Hard Techno การถอดชื่อนี้เป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของเทศกาลดังกล่าว และสะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของสถานการณ์นี้

นอกจาก Odymel แล้ว ยังมีศิลปิน Hard Techno ชื่อดังอีกหลายรายที่ตกเป็นเป้าของข้อกล่าวหาเหล่านี้ ซึ่งรวมถึง:

  • Shlømo: ดีเจและโปรดิวเซอร์ชาวฝรั่งเศส และเจ้าของค่าย Taapion ซึ่งเป็นหนึ่งในชื่อที่โดดเด่นที่สุดในลิสต์ ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรม Grooming (การสร้างความสัมพันธ์เพื่อหวังผลประโยชน์ทางเพศ) และการกระทำทางเพศโดยไม่ได้รับความยินยอม
  • Basswell: อีกหนึ่งศิลปินที่ถูกกล่าวหา
  • Fantasm: ชื่อที่ปรากฏในหลายแหล่งข่าวเกี่ยวกับการประพฤติมิชอบ
  • CARV: ถูกอ้างถึงในลักษณะเดียวกันกับศิลปินรายอื่นๆ
  • Hades: เป็นหนึ่งในศิลปินที่ถูกระบุชื่อในข้อกล่าวหา

ข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นกับศิลปินเหล่านี้มีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การคุกคามทางเพศ การข่มขืน พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ไปจนถึงการบีบบังคับทางเพศ โดยแหล่งข่าวเน้นย้ำว่าข้อมูลทั้งหมดในบทความนี้เป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น และยังไม่มีการดำเนินการทางอาญาใดๆ ในขณะที่เผยแพร่ข่าว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักถึงเสมอ

ความน่าตกใจของสถานการณ์นี้คือการที่ข้อกล่าวหาพุ่งเป้าไปที่ "ซูเปอร์สตาร์" ดีเจ ผู้ซึ่งมีอิทธิพลและอำนาจในวงการ ทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับพลวัตของอำนาจที่ถูกใช้ในทางที่ผิดต่อแฟนเพลงและผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นในวงการดนตรี

แรงสั่นสะเทือนในวงการ: การถอดชื่อและการยกเลิกงาน

การแพร่กระจายของข้อกล่าวหาเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่รุนแรงในวงการดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และไนท์ไลฟ์ ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลดนตรี บริษัทจัดงาน หรือแม้แต่ต้นสังกัดของศิลปิน ก็ต่างต้องออกมาแสดงจุดยืนและดำเนินการเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ปฏิกิริยาจาก Glitch Festival

Glitch Festival ซึ่งจัดขึ้นที่มอลตา ได้เป็นหนึ่งในเทศกาลแรกๆ ที่แสดงจุดยืนอย่างชัดเจน โดยผู้จัดงานได้ออกแถลงการณ์สาธารณะยืนยันว่า Odymel จะไม่เข้าร่วมการแสดงในเทศกาลปีนี้อีกต่อไป โดยระบุว่าพวกเขา "ประณามการกระทำที่ถูกอธิบายไว้ทั้งหมด" และพิจารณาว่าการตัดสินใจนี้ "เหมาะสมและมีความรับผิดชอบ" ในขั้นตอนนี้ การตัดสินใจของ Glitch Festival สะท้อนให้เห็นถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อผู้จัดงานในการแสดงความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงาน และเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงจุดยืนที่แข็งกร้าวขึ้นของอุตสาหกรรมต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

คลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงในเทศกาลและค่ายเพลง

หลังจาก Glitch Festival เทศกาลดนตรีและบริษัทจัดงานชั้นนำอื่นๆ ในวงการ Hard Techno ก็ได้ออกมาแสดงจุดยืนเช่นกัน โดยได้ถอดชื่อศิลปินที่เผชิญข้อกล่าวหาออกจากไลน์อัพในขณะที่รอข้อมูลและข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เทศกาลและผู้จัดงานเหล่านี้รวมถึง:

  • Hive Festival
  • Nibirii
  • Unreal Germany
  • Teletech
  • World Club Dome
  • และอีกหลายแห่ง

การดำเนินการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความตระหนักที่เพิ่มขึ้นในหมู่ผู้จัดงานเกี่ยวกับความสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ การถอดชื่อศิลปินไม่เพียงแต่เป็นการแสดงจุดยืนทางศีลธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอบสนองต่อความกังวลของแฟนเพลงและชุมชนดนตรีที่เรียกร้องความยุติธรรม

นอกจากนี้ STEƎR Management ซึ่งเป็นต้นสังกัดที่ดูแลศิลปินส่วนใหญ่ที่ถูกกล่าวหา ได้ออกมาโพสต์แถลงการณ์บน Instagram ซึ่งมีเนื้อหาโดยรวมเป็นการยอมรับสถานการณ์และระบุว่าจะมีการตรวจสอบเกิดขึ้น แต่หลังจากนั้นก็ยังไม่มีการแถลงการณ์เพิ่มเติมใดๆ การที่ศิลปินหลายรายภายใต้การดูแลของ STEƎR Management ได้เปลี่ยนผู้บริหาร แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดและความต้องการในการปรับโครงสร้างภายในวงการ เพื่อรับมือกับวิกฤตความน่าเชื่อถือที่เกิดขึ้น

ภาพประกอบ

บทบาทของโซเชียลมีเดียและประเด็น "วัฒนธรรมยกเลิก"

การแพร่กระจายของข้อกล่าวหาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังอันมหาศาลของโซเชียลมีเดียในยุคปัจจุบัน บัญชี Instagram ของ @bradnolimit และการเผยแพร่ "Steer Files" รวมถึงการสนทนาบน Reddit และการแชร์ต่อบนแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้เร่งให้ข้อมูลกระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นกระแสที่ไม่อาจมองข้ามได้

โซเชียลมีเดียเป็นทั้งดาบสองคม ในแง่หนึ่ง มันเป็นช่องทางให้ผู้เสียหายมีเสียงและรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ซึ่งอาจไม่สามารถทำได้ง่ายนักในช่องทางปกติ นอกจากนี้ยังสร้างความกดดันให้แก่ศิลปินและองค์กรต่างๆ ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่ง โซเชียลมีเดียยังเป็นพื้นที่ที่การพิจารณาคดีทางสังคม (social judgment) สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยที่กระบวนการยุติธรรมทางกฎหมายยังไม่ทันได้เริ่มขึ้น

ประเด็นนี้ทำให้เกิดการถกเถียงเรื่อง "วัฒนธรรมยกเลิก" (cancel culture) ว่าการถอดชื่อศิลปินออกจากงานต่างๆ ก่อนที่การสอบสวนจะเสร็จสิ้นหรือมีคำตัดสินทางกฎหมาย เป็นการตัดสินที่เร่งรีบเกินไปหรือไม่ หรือเป็นเพียงกลไกที่จำเป็นในการปกป้องชุมชนและส่งสัญญาณว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่เป็นที่ยอมรับ คำถามนี้ไม่มีคำตอบที่ง่ายดาย และยังคงเป็นหัวข้อถกเถียงอย่างต่อเนื่องในวงกว้าง แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ โซเชียลมีเดียได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของบทสนทนาและความคาดหวังของสาธารณชนต่อความรับผิดชอบของบุคคลสาธารณะ

อำนาจ ความรับผิดชอบ และความปลอดภัยในวงการไนท์ไลฟ์

ข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนตัวของศิลปินแต่ละคน แต่ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงระบบ (systemic issue) ที่ฝังรากลึกในวงการไนท์ไลฟ์และดนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของพลวัตทางอำนาจ (power dynamics) ที่ดีเจ "ซูเปอร์สตาร์" มักจะใช้ประโยชน์จากชื่อเสียง อิทธิพล และฐานะของตนเองกับแฟนเพลงและบุคลากรในวงการที่อ่อนประสบการณ์กว่า

ในสภาพแวดล้อมของเทศกาลดนตรีและคลับ ซึ่งมักจะมีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสารอื่นๆ บรรยากาศแห่งความสนุกสนานอาจกลายเป็นช่องโหว่ให้เกิดการกระทำที่ไม่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น ผู้เสียหายจำนวนมากมักเผชิญกับอุปสรรคในการรายงานเรื่องราว การถูกตั้งคำถาม หรือแม้แต่การถูกเพิกเฉย ทำให้พวกเขาต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเปิดเผยเรื่องราวของตนเอง

วิกฤตการณ์ครั้งนี้ได้จุดประกายให้เกิดการสนทนาที่เข้มข้นยิ่งขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยและความรับผิดชอบในวงการไนท์ไลฟ์ การเรียกร้องให้สร้างพื้นที่ที่ปลอดภัย (safer spaces) ซึ่งผู้คนสามารถเพลิดเพลินกับดนตรีได้อย่างไร้กังวล ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น ผู้จัดงาน ค่ายเพลง และแม้แต่ศิลปินเอง ต้องหันมาทบทวนนโยบายและแนวปฏิบัติ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปกป้องผู้เข้าร่วมงานและบุคลากรในวงการอย่างแท้จริง การปรับปรุงมาตรฐานการป้องกัน การรับมือกับข้อร้องเรียน และการสร้างวัฒนธรรมที่สนับสนุนความเคารพซึ่งกันและกัน ถือเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน

การที่ Glitch Festival ตัดสินใจแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าผู้จัดงานในมอลตาเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของประเด็นนี้ และมีแนวโน้มที่จะมีเทศกาลและสถานบันเทิงอื่นๆ ทั่วโลกดำเนินรอยตาม เพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของอุตสาหกรรมในภาพรวม

สถานะปัจจุบันและการดำเนินคดีทางกฎหมาย

ณ ปัจจุบันนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำคือข้อกล่าวหาทั้งหมดที่กล่าวมายังคงอยู่ในระหว่างการตรวจสอบและยังไม่มีการดำเนินการทางอาญาหรือการพิสูจน์ความผิดตามกฎหมาย การที่ศิลปินถูกถอดออกจากงานหรือเปลี่ยนผู้บริหาร เป็นผลมาจากการตัดสินใจของผู้จัดงานและหน่วยงานต่างๆ เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันทางสังคมและความกังวลในหมู่สาธารณชน ซึ่งเป็นคนละส่วนกับการพิจารณาคดีในชั้นศาล

กระบวนการทางกฎหมายมักใช้เวลาและต้องอาศัยหลักฐานที่หนักแน่นในการดำเนินคดี ซึ่งอาจแตกต่างจากหลักฐานที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียที่มักจะเป็นคำบอกเล่าส่วนบุคคลหรือภาพหน้าจอ ข้อแตกต่างนี้ทำให้เกิดความซับซ้อนในการจัดการกับสถานการณ์ กล่าวคือ สังคมอาจตัดสินจากข้อมูลที่ปรากฏในที่สาธารณะ แต่การดำเนินคดีทางกฎหมายต้องเป็นไปตามขั้นตอนและหลักฐานที่เข้มงวดกว่า

อย่างไรก็ตาม การที่ยังไม่มีการฟ้องร้องทางอาญาไม่ได้หมายความว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล หรือว่าปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพียงแต่ต้องรอให้กระบวนการทางกฎหมายทำงานไปตามขั้นตอนของมันเอง ซึ่งอาจใช้เวลานานและต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการในการรวบรวมหลักฐานและพยาน

ผลกระทบระยะยาวต่อวงการ Hard Techno

วิกฤตการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ Odymel หรือศิลปินรายใดรายหนึ่ง แต่เป็นบททดสอบครั้งสำคัญของวงการ Hard Techno โดยรวม ผลกระทบระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นนั้นมีหลายมิติ:

  1. การกัดเซาะความเชื่อมั่น: ข้อกล่าวหาเหล่านี้อาจทำลายความไว้วางใจที่แฟนเพลงมีต่อศิลปินและวงการโดยรวม ความเชื่อที่ว่าเทศกาลดนตรีเป็นพื้นที่ปลอดภัยอาจถูกตั้งคำถาม
  2. กระบวนการคัดกรองที่เข้มงวดขึ้น: ผู้จัดงานเทศกาลและค่ายเพลงอาจต้องพัฒนากระบวนการคัดกรองศิลปินที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงการตรวจสอบประวัติและกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ยอมรับได้
  3. การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม: อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมในวงการ ที่เน้นย้ำถึงความเคารพ ความยินยอม และความรับผิดชอบมากขึ้น ศิลปินอาจต้องตระหนักถึงอิทธิพลและอำนาจของตนเอง และใช้มันในทางที่สร้างสรรค์
  4. อนาคตของศิลปินที่เกี่ยวข้อง: ไม่ว่าผลการสอบสวนทางกฎหมายจะเป็นอย่างไร ศิลปินที่ถูกกล่าวหาอาจต้องเผชิญกับผลกระทบต่ออาชีพในระยะยาว ชื่อเสียงที่เสียหายและการถูกแบนจากงานต่างๆ อาจทำให้การกลับมาเป็นเรื่องยาก
  5. การสนับสนุนผู้เสียหาย: วงการอาจต้องสร้างระบบและเครือข่ายที่แข็งแกร่งขึ้นเพื่อสนับสนุนผู้เสียหาย ให้พวกเขาสามารถรายงานเรื่องราวได้อย่างปลอดภัยและได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสม

วิกฤตการณ์นี้ถือเป็นโอกาสที่วงการ Hard Techno จะต้องหันมามองตัวเองอย่างจริงจัง และดำเนินการปฏิรูปเพื่อสร้างอนาคตที่ปลอดภัย โปร่งใส และมีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อทุกคนในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ผู้จัดงาน หรือแฟนเพลงก็ตาม

บทสรุป

กรณีของ Odymel และศิลปิน Hard Techno คนอื่นๆ ที่กำลังเผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องการประพฤติมิชอบทางเพศ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายครั้งใหญ่ที่วงการดนตรีและไนท์ไลฟ์กำลังเผชิญอยู่ นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่ต้องมีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเกี่ยวกับพลวัตทางอำนาจ ความรับผิดชอบของศิลปิน และความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะและงานอีเวนต์ต่างๆ

แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบและยังไม่มีการดำเนินการทางกฎหมายใดๆ แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วนั้นมีมหาศาล ทั้งในแง่ของการเปลี่ยนแปลงไลน์อัพเทศกาล การตัดสัมพันธ์กับต้นสังกัด และการถกเถียงอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมที่ควรมีในวงการ

สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการสร้างสรรค์ดนตรีและประสบการณ์ความบันเทิงอันยอดเยี่ยมนั้น ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบและเคารพต่อทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียม การเปิดโปงจากบัญชี @bradnolimit และ "Steer Files" ได้บังคับให้วงการ Hard Techno ต้องเผชิญหน้ากับเงาสะท้อนของตนเอง และเริ่มต้นการเดินทางสู่การเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าอนาคตของดนตรีแนวนี้จะยังคงสดใสและปลอดภัยสำหรับทุกคนที่รักในเสียงเพลง

วิกฤตการณ์ครั้งนี้ยังไม่จบสิ้น และผลลัพธ์สุดท้ายยังคงไม่แน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ มันได้จุดประกายการสนทนาที่สำคัญ และเป็นก้าวแรกไปสู่การเรียกร้องความรับผิดชอบที่มากขึ้นในวงการดนตรีทั่วโลก

Read more

รมว.พลังงาน ปรับส่วนต่าง E20 ห่างโซฮอล์ 95 ลิตรละ 3 บาท กระตุ้นคนไทยใช้พลังงานสะอาด พร้อมขอความร่วมมือประหยัดไฟ

รมว.พลังงาน ปรับส่วนต่าง E20 ห่างโซฮอล์ 95 ลิตรละ 3 บาท กระตุ้นคนไทยใช้พลังงานสะอาด พร้อมขอความร่วมมือประหยัดไฟ

รมว.พลังงาน ประกาศปรับส่วนต่าง E20 ห่างโซฮอล์ 95 เป็น 3 บาท กระตุ้นใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ พร้อมรณรงค์คนไทยประหยัดพลังงาน สร้างความมั่นคงพลังงานของชาติ

By ทีมงาน devdog
DMC: จากปรากฏการณ์ดนตรีระดับโลกสู่แสงธรรมนำทางชีวิต

DMC: จากปรากฏการณ์ดนตรีระดับโลกสู่แสงธรรมนำทางชีวิต

สำรวจสองความหมายสำคัญของ DMC! จาก Run-DMC ผู้บุกเบิกการร่วมงานฮิปฮอป-ร็อกที่พลิกโฉมวงการ สู่ dmc.tv ช่องธรรมะนำทางจิตใจเพื่อสันติสุขภายใน.

By ทีมงาน devdog
PM 2.5 กลับมาคลุ้ง! เปิด 12 อันดับค่าฝุ่นสูงสุดในกรุงเทพมหานคร

PM 2.5 กลับมาคลุ้ง! เปิด 12 อันดับค่าฝุ่นสูงสุดในกรุงเทพมหานคร

อัปเดตสถานการณ์ PM 2.5 ในกรุงเทพฯ ประจำวันที่ 10 มี.ค. 2569 พร้อมเปิด 12 เขตค่าฝุ่นสูงสุด และคำแนะนำป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ

By ทีมงาน devdog
One Piece Netflix ภาค 2: การผจญภัยสู่แกรนด์ไลน์ พร้อมกิจกรรมสุดอลังการที่สวนลุมฯ!

One Piece Netflix ภาค 2: การผจญภัยสู่แกรนด์ไลน์ พร้อมกิจกรรมสุดอลังการที่สวนลุมฯ!

One Piece Netflix ซีซัน 2 "มุ่งหน้าสู่แกรนด์ไลน์" เตรียมลงจอ 10 มี.ค. 2569 พร้อมกิจกรรม "GRAND LINE IN THAILAND" ที่สวนลุมพินี ห้ามพลาด!

By ทีมงาน devdog