เจาะลึกบทบาท ปปช. กับบัญชีทรัพย์สินนักการเมือง: กรณีศึกษา 'อนุทิน ชาญวีรกูล' และความโปร่งใสในสังคมไทย

เจาะลึกบทบาท ปปช. ในการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินนักการเมือง พบ 'อนุทิน ชาญวีรกูล' และภรรยามีทรัพย์สินรวมกว่า 3.3 พันล้านบาท พร้อมเหตุผลทรัพย์สินลดลง 600 ล้านบาท

เจาะลึกบทบาท ปปช. กับบัญชีทรัพย์สินนักการเมือง: กรณีศึกษา 'อนุทิน ชาญวีรกูล' และความโปร่งใสในสังคมไทย

ในยุคที่ความโปร่งใสและการตรวจสอบได้คือกุญแจสำคัญสู่การบริหารราชการที่ดี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยืนหยัดเป็นเสาหลักที่คอยทำหน้าที่สำคัญในการเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน บทความนี้จะพาผู้อ่านไปทำความเข้าใจถึงบทบาทอันทรงอิทธิพลของ ป.ป.ช. ผ่านกรณีศึกษาล่าสุดของการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และคู่สมรส เมื่อครั้งพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

การเปิดเผยข้อมูลนี้ไม่เพียงแต่ฉายภาพความมั่งคั่งของนักการเมืองชั้นนำเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลวัตทางการเงินและการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างธรรมาภิบาลและส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสาธารณะ การวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือจะช่วยให้เราเข้าใจถึงรายละเอียดเชิงลึก ทั้งในด้านของมูลค่าทรัพย์สินประเภทต่างๆ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และเหตุผลเบื้องหลังของความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น

ป.ป.ช.: หัวใจสำคัญของการต่อต้านการทุจริตและสร้างความโปร่งใส

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการป้องกัน ตรวจสอบ และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ โดยมีภารกิจหลักหลายประการ ซึ่งหนึ่งในภารกิจที่สาธารณะให้ความสนใจอย่างกว้างขวางคือ การตรวจสอบและเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูง

บทบาทของ ป.ป.ช. ในการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบธรรมาภิบาลของประเทศ ด้วยเหตุผลหลายประการ:

  • สร้างความโปร่งใส: การที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลความมั่งคั่งของนักการเมืองได้ ทำให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินงาน และลดช่องว่างสำหรับการซุกซ่อนทรัพย์สินที่อาจได้มาโดยมิชอบ
  • ป้องกันการทุจริต: เป็นการตรวจสอบเชิงรุกที่ช่วยป้องปรามมิให้นักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการสร้างความมั่งคั่งส่วนตนอย่างผิดปกติ หากพบความผิดปกติ ป.ป.ช. ก็มีอำนาจในการสอบสวนต่อไป
  • ส่งเสริมความรับผิดชอบ: นักการเมืองจะต้องมีความรับผิดชอบในการชี้แจงที่มาของทรัพย์สินและหนี้สินของตนเองและคู่สมรส ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบประชาธิปไตย
  • สร้างความเชื่อมั่น: เมื่อประชาชนเห็นว่ากระบวนการตรวจสอบมีความชัดเจนและเป็นไปตามกฎหมาย ย่อมสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเมืองและภาครัฐ
  • เป็นบรรทัดฐานทางจริยธรรม: การเปิดเผยนี้ยังเป็นเครื่องมือในการกำหนดบรรทัดฐานทางจริยธรรมสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะ ซึ่งต้องคำนึงถึงความถูกต้องและเหมาะสมในการดำเนินชีวิต

ตามกฎหมาย ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ในหลายกรณี เช่น เมื่อเข้ารับตำแหน่ง เมื่อพ้นจากตำแหน่ง และเมื่อพ้นจากตำแหน่งไปแล้วครบหนึ่งปี การยื่นและเปิดเผยข้อมูลนี้จึงเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นไปตามวาระ เพื่อให้สาธารณชนได้มีโอกาสติดตามและตรวจสอบความโปร่งใสของผู้บริหารประเทศอย่างใกล้ชิด

เจาะลึกบัญชีทรัพย์สิน 'อนุทิน ชาญวีรกูล' หลังพ้นตำแหน่ง สส.

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งในครั้งนี้มีชื่อของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ไปเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 การเปิดเผยครั้งนี้ทำให้สาธารณชนได้รับทราบถึงสถานะทางการเงินอันมั่งคั่งของนักการเมืองคนสำคัญผู้นี้อย่างละเอียด

นายอนุทินได้แจ้งสถานะว่าอยู่กินฉันสามีภรรยากับ นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ซึ่งเพิ่งจดทะเบียนสมรส โดยทั้งคู่มีทรัพย์สินรวมกันทั้งสิ้นมหาศาลถึง 3,361,669,023 บาท (สามพันสามร้อยหกสิบเอ็ดล้านหกแสนหกหมื่นเก้าพันยี่สิบสามบาท) ในขณะที่มีหนี้สินรวมเพียงเล็กน้อยอยู่ที่ 1,479,022 บาท (หนึ่งล้านสี่แสนเจ็ดหมื่นเก้าพันยี่สิบสองบาท) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินเบิกเกินบัญชี ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมั่งคั่งที่โดดเด่นและสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

ภาพประกอบ

ทรัพย์สินส่วนตัวของนายอนุทิน: มิติแห่งความมั่งคั่งหลากหลาย

ทรัพย์สินส่วนตัวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล มีมูลค่ากว่า 3,284 ล้านบาท ซึ่งประกอบไปด้วยรายการที่น่าสนใจและหลากหลายสะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนและการสะสมของมูลค่าสูง:

  • เงินฝากและสิทธิสัมปทาน:
    • เงินฝาก: รายการเงินฝากกระจายอยู่ใน 33 บัญชี มีมูลค่ารวมกว่า 1,108 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงสภาพคล่องทางการเงินจำนวนมหาศาล
    • สิทธิและสัมปทาน: มูลค่าสูงถึง 960 ล้านบาท รายการนี้มักจะหมายถึงสิทธิในการใช้ประโยชน์หรือรับผลประโยชน์จากโครงการต่างๆ สัญญา หรือสัมปทาน ซึ่งสามารถสร้างรายได้หรือมูลค่าในระยะยาวได้
  • ยานพาหนะสุดหรูและอากาศยานส่วนตัว:ยานพาหนะทั้งหมดนี้มีมูลค่ารวมสูงถึง 742 ล้านบาท สะท้อนถึงการใช้ชีวิตที่หรูหราและการครอบครองสินทรัพย์ที่มักเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและอำนาจ การมีเครื่องบินส่วนตัวถึง 3 ลำนับเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาและดึงดูดความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก
    • รถยนต์: 4 คัน
    • เรือยนต์: 2 ลำ
    • เครื่องบิน: ถึง 3 ลำ
  • เงินให้กู้ยืมและอสังหาริมทรัพย์:การครอบครองอสังหาริมทรัพย์ทั้งที่ดินและบ้านพักอาศัยในทำเลสำคัญแสดงถึงความมั่งคั่งและความมั่นคง
    • เงินให้กู้ยืม: แก่บริษัท ไทยสเปเชียล สตีล จำกัด เป็นจำนวน 135 ล้านบาท การให้กู้ยืมในลักษณะนี้เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการลงทุนหรือการบริหารสินทรัพย์
    • ที่ดิน: จำนวน 15 แปลง
    • บ้านพักอาศัย: ย่านวัฒนา
  • ของสะสมระดับพรีเมียมและงานศิลปะ: นอกเหนือจากสินทรัพย์ทางการเงินและอสังหาริมทรัพย์ นายอนุทินยังมีรายการทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจและมีมูลค่ารวมกว่า 205 ล้านบาท ซึ่งแสดงถึงรสนิยมและความหลงใหลในการสะสมของมีค่า:
    • พระเครื่อง: 24 องค์ มูลค่ารวม 92.3 ล้านบาท การสะสมพระเครื่องที่มีมูลค่าสูงเช่นนี้บ่งบอกถึงความศรัทธาและการมองเห็นมูลค่าการลงทุนในศิลปะเชิงวัฒนธรรม
    • นาฬิกาหรู: 22 เรือน มูลค่ารวม 60.5 ล้านบาท นาฬิกาหรูมักเป็นของสะสมที่ได้รับความนิยมในหมู่นักลงทุนและผู้ที่ชื่นชอบงานฝีมือชั้นสูง
    • เครื่องเบญจรงค์: 11 ตู้ มูลค่ารวม 33.4 ล้านบาท เครื่องเบญจรงค์เป็นงานหัตถศิลป์ไทยที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปะสูง
    • รูปภาพติดข้างฝา: 16 ภาพ มูลค่ารวม 18.8 ล้านบาท (จากการคำนวณจากยอดรวม 205M ลบด้วยรายการอื่นที่แจ้งชัดเจน) การสะสมงานศิลปะประเภทภาพวาดก็เป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่มีรสนิยม

การแจกแจงทรัพย์สินอย่างละเอียดเหล่านี้ทำให้สาธารณชนได้เห็นภาพรวมของความมั่งคั่งของนายอนุทินที่มาจากหลากหลายช่องทาง ทั้งการลงทุน การสะสม และสินทรัพย์ที่จับต้องได้ ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การตรวจสอบของ ป.ป.ช. เพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุด

ทรัพย์สินของคู่สมรส: นางสาวธนนนท์ นิรามิษ

ในส่วนของ นางสาวธนนนท์ นิรามิษ คู่สมรสของนายอนุทิน ได้แจ้งมีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 77.4 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งส่วนตัวที่น่าสนใจเช่นกัน โดยรายการทรัพย์สินของเธอประกอบด้วย:

  • เงินลงทุนในธุรกิจร้านกาแฟ: นางสาวธนนนท์มีการลงทุนในธุรกิจร้านกาแฟชื่อดังอย่าง “จ่าจ้าคอฟฟี่” และ “จาริสต้า” ซึ่งมีมูลค่ารวม 15 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการประกอบธุรกิจและเป็นผู้ประกอบการ
  • เงินฝาก: มีเงินฝากในบัญชีต่างๆ
  • ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์: รวมถึงอาคารพาณิชย์ในเขตราชเทวี ซึ่งคาดว่าอาจเป็นมรดกหรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
  • รายการทรัพย์สินอื่น: มูลค่ารวม 26.1 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องประดับสตรีและที่น่าสนใจคือมีอาวุธปืน 1 กระบอกรวมอยู่ด้วย

นางสาวธนนนท์ยังได้แจ้งว่ามีรายได้ต่อปีจากกิจการร้านกาแฟราว 1.4 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงที่มาของรายได้จากการประกอบอาชีพส่วนตัวควบคู่ไปกับบทบาทในฐานะคู่สมรสของนักการเมือง

การเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตา: ทรัพย์สินที่ลดลงกว่า 600 ล้านบาท

หนึ่งในประเด็นที่ดึงดูดความสนใจจากการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินครั้งนี้คือ การลดลงของมูลค่าทรัพย์สินรวมของนายอนุทินและคู่สมรส เมื่อเปรียบเทียบกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินครั้งก่อนหน้า โดยเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 (ขณะพ้นตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลชุดก่อน) ทั้งคู่เคยแจ้งไว้ว่ามีทรัพย์สินรวม 3,980 ล้านบาท

แต่ในการยื่นครั้งล่าสุดนี้ ทรัพย์สินรวมลดลงมาอยู่ที่ 3,361 ล้านบาท ซึ่งหมายความว่าทรัพย์สินรวมลดลงไปประมาณ 618,475,463 บาท (หกร้อยสิบแปดล้านสี่แสนเจ็ดหมื่นห้าพันสี่ร้อยหกสิบสามบาท) หรือประมาณ 618.4 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงในมูลค่าทรัพย์สินที่สูงขนาดนี้ย่อมเป็นที่จับตาและต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจน

สาเหตุหลัก: การคืนหลักทรัพย์จากสัญญาจัดการหุ้นส่วนของรัฐมนตรี

จากการวิเคราะห์ข้อมูลที่ ป.ป.ช. เปิดเผย พบว่าสาเหตุหลักของการลดลงของทรัพย์สินมาจากหมวด "เงินลงทุน" ของนายอนุทินที่หายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการ "คืนหลักทรัพย์ในการถือหุ้นเครือซิโน-ไทย (STEC) มูลค่ากว่า 639 ล้านบาท"

ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในบริบทของกฎหมายและจริยธรรมทางการเมือง เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะรัฐมนตรี ต้องโอนหุ้นในกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนไปให้บุคคลอื่นจัดการ หรือที่เรียกว่า "สัญญาจัดการหุ้นส่วนหรือหุ้นของรัฐมนตรี" (Blind Trust) เพื่อป้องกันมิให้มีการใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการเอื้อประโยชน์ให้แก่ธุรกิจของตนเองหรือครอบครัว

  • วัตถุประสงค์ของ Blind Trust: คือการแยกผลประโยชน์ส่วนตัวออกจากตำแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด โดยผู้บริหารจะไม่สามารถสั่งการหรือรับรู้การบริหารจัดการหุ้นที่โอนไปได้ เพื่อขจัดข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
  • การสิ้นสุดสัญญา: เมื่อบุคคลนั้นพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองที่ต้องปฏิบัติตามกฎนี้ สัญญาจัดการหุ้นส่วนก็จะสิ้นสุดลง และหลักทรัพย์ก็จะถูกส่งคืนให้แก่เจ้าของเดิม นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับนายอนุทินในกรณีนี้ เมื่อเขาพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรองนายกรัฐมนตรี จึงมีการคืนหลักทรัพย์หุ้น STEC กลับมา
  • ความโปร่งใสในกระบวนการ: การที่ ป.ป.ช. ระบุสาเหตุของการลดลงของทรัพย์สินไว้อย่างชัดเจนว่ามาจากการคืนหลักทรัพย์ตามกฎหมาย ยิ่งเป็นการย้ำถึงความโปร่งใสของกระบวนการและแสดงให้เห็นว่านักการเมืองปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ การที่ทรัพย์สินหายไปจำนวนมากจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นผลมาจากการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนนั่นเอง

การเปิดเผยรายละเอียดเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าใจถึงที่มาที่ไปของการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สิน และเป็นการยืนยันว่ากลไกการตรวจสอบของประเทศกำลังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

บทบาทของ ปปช. ในการสร้างความเชื่อมั่นและธรรมาภิบาล

จากกรณีศึกษาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ทำให้เห็นถึงความสำคัญของบทบาท ป.ป.ช. ในการเป็นผู้พิทักษ์ความโปร่งใสและส่งเสริมธรรมาภิบาลในสังคมไทย การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินไม่เพียงแต่เป็นการทำตามหน้าที่ทางกฎหมาย แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังทั้งนักการเมืองและสาธารณชนว่า “ทุกคนอยู่ภายใต้การตรวจสอบ” และ “ความโปร่งใสเป็นสิ่งที่ไม่สามารถประนีประนอมได้”

ในมุมมองของสาธารณะ การที่ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลอย่างละเอียดและมีคำอธิบายที่ชัดเจนในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง ย่อมช่วยสร้างความเข้าใจและลดข้อสงสัยที่อาจเกิดขึ้น ทำให้ประชาชนสามารถพิจารณาข้อมูลได้ด้วยตนเอง และนำไปสู่การตัดสินใจทางการเมืองที่มีข้อมูลครบถ้วนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม บทบาทของ ป.ป.ช. ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเปิดเผยข้อมูล แต่ยังรวมถึงการเป็นกลไกในการเฝ้าระวัง การสอบสวน และการดำเนินการตามกฎหมายหากพบการกระทำผิดหรือการซุกซ่อนทรัพย์สินโดยมิชอบ ดังนั้น การทำงานของ ป.ป.ช. จึงเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความซื่อสัตย์สุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อให้ประเทศชาติขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม

สรุป: ความมั่งคั่งภายใต้การตรวจสอบเพื่อประชาธิปไตยที่ยั่งยืน

การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดย ป.ป.ช. ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำถึงความสำคัญขององค์กรอิสระในการตรวจสอบและสร้างความโปร่งใสทางการเมือง เราได้เห็นถึงความมั่งคั่งอันมหาศาลที่เกิดจากการลงทุนหลากหลายรูปแบบ ทั้งเงินฝาก สิทธิสัมปทาน ยานพาหนะหรูหรา อสังหาริมทรัพย์ และของสะสมที่มีมูลค่าสูง ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพย์สินของคู่สมรส

สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าทรัพย์สินที่ลดลงกว่า 600 ล้านบาท ซึ่งได้รับการชี้แจงอย่างชัดเจนว่าเป็นการคืนหลักทรัพย์จากการสิ้นสุดสัญญาจัดการหุ้นส่วนของรัฐมนตรี ซึ่งเป็นไปตามกรอบของกฎหมายเพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน การที่ข้อมูลเหล่านี้ถูกเปิดเผยและอธิบายได้อย่างโปร่งใส ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการทำงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล

ป.ป.ช. ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าการบริหารราชการแผ่นดินจะอยู่ภายใต้การตรวจสอบที่เข้มงวด การที่ประชาชนให้ความสนใจและติดตามข้อมูลเหล่านี้อย่างใกล้ชิด ย่อมเป็นแรงผลักดันให้นักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐตระหนักถึงความรับผิดชอบและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่ออนาคตของประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืนของประเทศไทย

Read more

วันที่ 6 เมษายน 2569: วันหยุดจักรี และวันหยุดยาวแรกก่อนสงกรานต์ปี 2569

วันที่ 6 เมษายน 2569: วันหยุดจักรี และวันหยุดยาวแรกก่อนสงกรานต์ปี 2569

วันที่ 6 เมษายน 2569 คือวันอะไร? เช็กวันหยุดยาว 3 วันแรกของเดือน ก่อนสงกรานต์ 2569 พร้อมอัปเดตตารางรถไฟพิเศษ และวิธีวางแผนเที่ยวให้คุ้มค่า.

By ทีมงาน devdog
ช็อกแฟนคลับ! Mark NCT อำลา SM Entertainment และยุติบทบาทกับ NCT หลัง 10 ปี

ช็อกแฟนคลับ! Mark NCT อำลา SM Entertainment และยุติบทบาทกับ NCT หลัง 10 ปี

ช็อกวงการ K-pop! Mark Lee ประกาศยุติสัญญากับ SM Entertainment และออกจากการเป็นสมาชิก NCT ทุกยูนิต หลังร่วมสร้างตำนานมา 10 ปี สู่เส้นทางใหม่ที่ใฝ่ฝัน.

By ทีมงาน devdog