เจรจาไม่เป็นผล! ปัตตานีปิดล้อมปะทะเดือด ตชด.พลีชีพ 1 จนท.ยิงวิสามัญคนร้าย ดับกลางสวนยาง
เกิดเหตุปะทะดุเดือดที่ปัตตานี หลังเจรจาล้มเหลว เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย วิสามัญคนร้าย 1 รายในสวนยาง ฝ่ายความมั่นคงเร่งคลี่คลายสถานการณ์
ปัตตานี, 16 มีนาคม 2569 – สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดปัตตานีกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง หลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในอำเภอหนองจิก การเจรจาพยายามหาทางออกอย่างสันติกลับไม่เป็นผล เมื่อคนร้ายเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่นำไปสู่การปะทะดุเดือดนานหลายชั่วโมง เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) พลีชีพ 1 นาย และคนร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิต 1 ราย ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนใต้
ลำดับเหตุการณ์: นาทีต่อนาทีของการปะทะในสวนยาง
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 05.30 น. พล.ต.ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ได้รับรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลต้องสงสัยในพื้นที่หมู่ 6 บ้านปะกาลือสง ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก ซึ่งเชื่อว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่หลบซ่อนตัวอยู่ในป่าหลังหมู่บ้าน
เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เข้าปิดล้อมพื้นที่เป้าหมาย โดยเป็นการขยายผลจากการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ตำบลท่ากำชำ และพยายามใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก โดยประสานผู้นำท้องถิ่นเข้าช่วยเจรจาเกลี้ยกล่อมให้กลุ่มคนร้ายออกมามอบตัวตามแนวทางสันติวิธี แต่ความพยายามดังกล่าวไม่ได้รับการตอบรับ และกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงยังคงเลือกที่จะใช้ความรุนแรง

การปะทะที่เลี่ยงไม่ได้และการสูญเสีย
เวลาประมาณ 09.30 น. ขณะเจ้าหน้าที่เข้าประชิดบ้านต้องสงสัย คนร้ายที่หลบซ่อนอยู่ภายในได้ใช้อาวุธสงครามกราดยิงใส่เจ้าหน้าที่ทันที ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดนานประมาณ 10 นาที คนร้ายพยายามหลบหนีเข้าไปในป่าสวนยางท้ายหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงต้องไล่ติดตามและเกิดการยิงปะทะต่อเนื่องเป็นระยะ
หลังเสียงปืนสงบลงช่วงแรก เจ้าหน้าที่พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย คือ สิบตำรวจเอก วราเทพ ศรีสุวรรณชนะ สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ซึ่งถูกกระสุนปืนบริเวณหน้าผาก เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลปัตตานี แต่ด้วยอาการสาหัสและเสียเลือดมาก ทำให้ ส.ต.อ.วราเทพ ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา นับเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของกองกำลังความมั่นคงในพื้นที่
สถานการณ์ยังไม่สิ้นสุด เมื่อคนร้ายยังคงใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่เป็นระยะ ทำให้เกิดการปะทะกันอีกครั้ง และมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นช่วงๆ เจ้าหน้าที่จึงต้องนำรถหุ้มเกราะเข้าสนับสนุนปฏิบัติการ และประสานเฮลิคอปเตอร์บินตรวจการณ์ทางอากาศเพื่อกดดันคนร้าย

ผลลัพธ์: วิสามัญคนร้ายกลางสวนยางและการขยายผล
กระทั่งเวลาประมาณ 11.30 น. สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถแมคโครของหน่วยทหารเข้าช่วยเปิดพื้นที่ ก่อนกระจายกำลังเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด และพบศพคนร้ายเสียชีวิตอยู่ในพงหญ้ากลางสวนยาง เป็นชายยังไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อผ้าสีดำทั้งชุด ข้างศพพบอาวุธปืนเอ็ม 16 ติดกล้อง จำนวน 1 กระบอก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบและขยายผลต่อไป นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ามีอาสาสมัครทหารพรานได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณนิ้วก้อยขวาด้วย
จากการสืบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และมี 1 คนที่หลบหนีไปได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งแกะรอยและติดตามอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายความมั่นคงยังคาดว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ น่าจะเป็นเครือข่ายของ “แวอารี” แกนนำระดับปฏิบัติการที่เคลื่อนไหวในพื้นที่อำเภอยะรัง และเป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยปะทะกับเจ้าหน้าที่ในตำบลท่ากำชำ อำเภอหนองจิก เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นก็มีการวิสามัญคนร้ายเสียชีวิต 1 รายเช่นกัน
ความเสียสละและยืนยันการปฏิบัติหน้าที่
พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของ สิบตำรวจเอก วราเทพ ศรีสุวรรณชนะ ที่พลีชีพจากการปฏิบัติหน้าที่อันกล้าหาญ พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้พยายามดำเนินการตามหลักการบังคับใช้กฎหมาย โดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก และพยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมตามแนวทางสันติวิธี เพื่อให้ผู้กระทำผิดมอบตัว แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งนำมาซึ่งความสูญเสียในที่สุด
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอีกเครื่องย้ำเตือนถึงความท้าทายและความเสียสละของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนใต้ ที่ยังคงเผชิญหน้ากับสถานการณ์ความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง การรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจพิสูจน์อาวุธ และขยายผลการจับกุมยังคงเป็นภารกิจสำคัญเพื่อนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และสร้างสันติสุขให้กลับคืนสู่ปัตตานีโดยเร็วที่สุด