ดร.ปลอดประสพ ชี้ 7 ทางออกเร่งด่วน กู้วิกฤตราคามะพร้าวตกต่ำ พร้อมเตือนรัฐบาล
ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกฯ เผย 7 ข้อเสนอกู้วิกฤตราคามะพร้าวตกต่ำ พร้อมเตือนหน่วยงานภาครัฐให้พิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่หลงเชื่อข้อมูลจากข้าราชการมากเกินไป แนะเร่งแก้ปัญหาโครงสร้างและล้งจีนกดราคา
วิกฤตราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรทั่วประเทศมายาวนาน แม้ความต้องการในตลาดต่างประเทศยังคงสูง แต่ราคารับซื้อหน้าสวนกลับถูกกดให้ต่ำลงอย่างผิดปกติ ล่าสุด ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีประสบการณ์ตรงจากการปลูกมะพร้าวน้ำหอม ได้ออกมาโพสต์ข้อเสนอแนะ 7 ข้อ เพื่อแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน พร้อมเตือนหน่วยงานภาครัฐ (โดยเฉพาะผู้ที่รับผิดชอบดังเช่น 'ศุภจี') อย่าเชื่อข้าราชการมากเกินไป ควรลงพื้นที่และศึกษาปัญหาด้วยตนเองให้ลึกซึ้ง
ต้นตอวิกฤต: ล้งจีนและกลไกกดราคา
ดร.ปลอดประสพ เผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโครงสร้างตลาดมะพร้าวน้ำหอมไทยว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกกว่า 160,000 ไร่ ในจังหวัดราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และนครปฐม มะพร้าวจะใช้เวลา 5 ปีในการให้ผลผลิต และให้ลูกตลอดปี แต่ปัญหาใหญ่คือ "ขบวนการของล้งจีน หรือ ด้วงจีน" ที่เข้ามาบิดเบือนกลไกราคา
- มีล้งจีนประมาณ 250 ล้ง ส่วนใหญ่ผิดกฎหมาย และนัดรวมตัวกันทุก 2 วันที่ราชบุรีเพื่อกำหนดราคารับซื้อ
- มีสหกรณ์ไทยบางแห่งสมคบคิดกับล้งจีน เพื่อใช้เป็นโรงงานและฟอกขบวนการซื้อขายให้ถูกกฎหมาย
- ใช้แรงงานเถื่อนจากเพื่อนบ้านในการตัดแต่งและแปรรูปมะพร้าว (Star Fresh, Air Dried)
- มีการลักลอบส่งพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมไปปลูกที่ลาวและเวียดนามเกือบหนึ่งล้านต้น คาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า จีนอาจหันไปซื้อมะพร้าวจากสองประเทศนี้แทนไทย
แม้ราคาปลายทางที่จีนจะคงที่ประมาณลูกละ 9 หยวน (40-50 บาท) แต่ราคาที่เกษตรกรควรได้กลับอยู่ที่ 16-17 บาท/ลูกเท่านั้น การที่จีนเคยประสบภาวะราคามะพร้าวสูงถึง 48 บาท/ลูกเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ต้องสร้างขบวนการกดราคา โดยอาศัยช่วงฤดูแล้งที่มะพร้าวให้ผลน้อย หรือเพียงแค่หยุดซื้อ 2 วัน ก็สามารถสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกษตรกรได้แล้ว เนื่องจากมะพร้าวที่ไม่ได้ตัดจะเนื้อแข็ง น้ำซ่า ขายไม่ได้ และโครงสร้างการเก็บเกี่ยวจะแปรปรวน

7 ข้อเสนอเร่งด่วนจาก ดร.ปลอดประสพ เพื่อแก้ปัญหามะพร้าว
จากสถานการณ์ดังกล่าว ดร.ปลอดประสพ ได้เสนอแนวทางแก้ไขที่รัฐบาลควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน ดังนี้:
- ตรวจสอบและจัดระเบียบโครงสร้างตลาด: กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมวิชาการและกรมส่งเสริมสหกรณ์ ต้องรีบตรวจสอบขบวนการนำเข้า ส่งออก แปรรูป และบทบาทของสหกรณ์การเกษตรทั้งหมดว่าถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมหรือไม่
- ควบคุมและตรวจสอบมาตรฐานโรงงาน: องค์การอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ควรเข้าตรวจโรงงานของล้งต่างๆ ที่รับซื้อมะพร้าว เพื่อให้มั่นใจเรื่องสุขอนามัยและมาตรฐานการผลิต
- ปราบปรามล้งจีนผิดกฎหมายและนอมินี: บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับล้งจีนที่ดำเนินกิจการผิดกฎหมาย รวมถึงสหกรณ์ไทยที่สมคบคิดและเครือข่ายนอมินีที่เข้ามาครอบงำธุรกิจเกษตรสงวน ซึ่งเป็นประเด็นที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้เข้าตรวจค้นไปแล้ว 8 จุดในราชบุรี
- ป้องกันการลักลอบส่งออกพันธุ์มะพร้าว: ออกมาตรการเข้มงวดเพื่อป้องกันการลักลอบนำพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมออกนอกประเทศ เพื่อรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันของไทยในระยะยาว
- ส่งเสริมสัญญาซื้อขายที่เป็นธรรม: สนับสนุนให้เกิดการทำสัญญาการรับซื้อ (Fair Trade) ที่เป็นธรรมกับเกษตรกร เพื่อสร้างความมั่นใจด้านรายได้และรักษาคุณภาพวัตถุดิบ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กำลังศึกษา
- เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปมาตรฐานสูง: ส่งเสริมการแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมที่มีมาตรฐานสูง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกและนวัตกรรมยืดอายุสินค้า เพื่อขยายตลาดและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ลดการพึ่งพาการขายผลสดเพียงอย่างเดียว
- พัฒนาช่องทางตลาดทางเลือกและลดการพึ่งพิง: รัฐบาลควรสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย เพื่อสร้างอำนาจต่อรองและพัฒนาช่องทางการตลาดเอง ลดการพึ่งพิงกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาควบคุมกลไกราคา

ความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชน
ข่าวที่เกี่ยวข้องยังยืนยันถึงความรุนแรงของปัญหา โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติในราชบุรี พบว่ามีบริษัทเข้าข่ายกระทำผิด พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ ถึง 6 แห่ง ชี้ให้เห็นว่าปัญหาการครอบงำโดยทุนต่างชาติเป็นเรื่องจริงและส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคามะพร้าวหน้าสวน
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็กำลังศึกษาโมเดลธุรกิจแปรรูปมะพร้าวน้ำหอม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและแก้ปัญหาราคาตกต่ำ โดยเฉพาะการทำสัญญา Fair Trade และการผลิตสินค้ามาตรฐานออร์แกนิก ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอของ ดร.ปลอดประสพ
การแก้ไขวิกฤตราคามะพร้าวน้ำหอมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการดำเนินการอย่างจริงจังจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐในการบังคับใช้กฎหมายและวางนโยบายที่ยั่งยืน และภาคเอกชน รวมถึงเกษตรกร ในการปรับตัวและสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทย เพื่อหลุดพ้นจากการกดราคาของกลุ่มทุนต่างชาติและสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรไทยอย่างแท้จริง