ในหลวงทรงเปิดประชุมรัฐสภา พระราชทานพระราชดำรัสทรงคุณค่า: “ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด”
ติดตามพระราชดำรัสสำคัญจากในหลวง ร.10 ในพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ย้ำ สส.และ สว. ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์ของประชาชน เพื่อการบริหารประเทศอย่างแท้จริง
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 นับเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานในรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญประจำปีครั้งแรกของรัฐสภา ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ ห้องโถงพิธี ชั้น 11 อาคารรัฐสภา สัปปายะสภาสถาน ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร องคมนตรี และบุคคลสำคัญจากหลายภาคส่วนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างพร้อมเพรียง

พระราชดำรัสอันทรงพลัง: เข็มทิศนำทางผู้แทนปวงชน
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรัสอันทรงคุณค่า เพื่อเป็นแนวทางและหลักในการปฏิบัติหน้าที่แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยทรงเน้นย้ำถึงหลักการสำคัญในการทำงานที่ว่า: “ขอให้ท่านทั้งหลาย ผู้จะปฏิบัติหน้าที่นิติบัญญัติแทนประชาชนทั้งประเทศ ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด การปรึกษาหารือใดๆ ที่จะมีขึ้นในสภาแห่งนี้จะได้ดำเนินไปในวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ และสำเร็จผลเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง”
พระราชดำรัสนี้สะท้อนถึงพระราชปณิธานอันแน่วแน่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงปรารถนาให้ผู้แทนของปวงชนชาวไทยทุกท่านปฏิบัติภารกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในหลักนิติธรรม และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญสูงสุด เหนือกว่าผลประโยชน์ส่วนตนหรือพรรคพวกใดๆ
ความสำคัญและความหมายของรัฐพิธี
รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาถือเป็นพิธีการอันสำคัญยิ่งที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นเสมือนการประกาศให้ประชาชนได้รับทราบว่า คณะบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจผ่านการเลือกตั้งได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการบริหารประเทศ และออกกฎหมายเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวมแล้ว

การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธาน และพระราชทานพระราชดำรัสเปิดประชุมรัฐสภา ก็เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาทุกท่านได้น้อมนำพระราชดำรัสใส่เกล้าใส่กระหม่อม ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินงานของฝ่ายนิติบัญญัติเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
ก้าวต่อไปของรัฐสภาไทย
ภายหลังจากการเปิดประชุมรัฐสภาอย่างเป็นทางการในวันนี้ รัฐสภาไทยก็พร้อมที่จะเดินหน้าปฏิบัติภารกิจสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกในวันรุ่งขึ้น (15 มีนาคม) ซึ่งมีวาระสำคัญคือการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ตำแหน่งเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานของสภาฯ การรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการส่งเสริมให้กระบวนการนิติบัญญัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
บทสรุป: มุ่งมั่นเพื่อความเจริญของชาติ
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีเปิดประชุมรัฐสภาครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงถ้อยคำ แต่เป็น "พระราชดำริ" อันลึกซึ้งที่ทรงมอบให้แก่ผู้ทำหน้าที่ผู้แทนปวงชน เพื่อใช้เป็นหลักชัยในการนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง และสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่ประชาชนทุกคน เป็นการย้ำเตือนถึงความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่สมาชิกรัฐสภาทุกท่านจะต้องแบกรับไว้ด้วยความสำนึกในหน้าที่ และความมุ่งมั่นเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญสูงสุด