ในหลวง ร.10 ทรงเปิดประชุมรัฐสภา ขอให้ "ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด"
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จฯ เปิดประชุมรัฐสภา พระราชทานพระราชดำรัสชี้ สส.และ สว. ยึดความถูกต้องและประโยชน์สุขของปวงชนเป็นเป้าหมายสูงสุด ในฐานะผู้แทนราษฎร
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พุทธศักราช 2569 ถือเป็นวันสำคัญยิ่งสำหรับเส้นทางการเมืองไทย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ณ อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน กรุงเทพฯ ท่ามกลางคณะบุคคลสำคัญทางการเมืองและคณะทูตานุทูต ซึ่งการเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ได้พระราชทานพระราชดำรัสอันทรงคุณค่าแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่นิติบัญญัติ โดยเน้นย้ำให้ "ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด"
รัฐพิธีสำคัญ: จุดเริ่มต้นของการทำงานเพื่อชาติและประชาชน
รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาแต่โบราณในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศไทย นับเป็นการประกาศให้พสกนิกรได้ทราบว่าจะมีคณะบุคคลซึ่งได้รับเลือกตั้งจากประชาชนเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการบริหารและปกครองประเทศ และเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของการทำงานในฐานะผู้แทนราษฎรหลังจากสิ้นสุดการเลือกตั้ง
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน มายังอาคารรัฐสภาในเวลา 17.17 น. โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา และเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตลอดจนคณะทูตานุทูต เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องโถงพิธีชั้น 11 สร้างความปลาบปลื้มใจแก่ผู้เข้าร่วมพิธีเป็นอย่างยิ่ง

พระราชดำรัสอันทรงคุณค่า: เข็มทิศนำทางผู้แทนราษฎร
ภายหลังการเสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่ห้องโถงรัฐพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ประทับยืนหน้าพระราชอาสน์ และทรงมีพระราชดำรัสเปิดประชุมรัฐสภา มีใจความสำคัญว่า “บัดนี้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สิ้นสุดลง และมีการเรียกประชุมรัฐสภาพุทธศักราช 2569 แล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดประชุมรัฐสภาตั้งแต่วาระนี้เป็นต้นไป ขอให้ท่านทั้งหลายผู้จะปฏิบัติหน้าที่นิติบัญญัติแทนประชาชนทั้งประเทศ ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด การปรึกษาหารือใด ๆ ที่จะมีขึ้นในสภาแห่งนี้จะได้ดำเนินไปในวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ และสำเร็จผลเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง ขออำนวยพรให้การดำเนินงานของรัฐสภาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญโดยทั่วกัน”
พระราชดำรัสนี้มิใช่เพียงแค่พิธีการ แต่เป็นเสมือนเข็มทิศและหลักชัยสำคัญที่ย้ำเตือนให้ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ได้ตระหนักถึงภารกิจอันยิ่งใหญ่ และความรับผิดชอบอันหนักอึ้งในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเหนือสิ่งอื่นใด
การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบตามแนวทางที่ทรงแนะนำ
การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเน้นย้ำถึง "ความถูกต้อง" ย่อมหมายถึงการยึดมั่นในหลักนิติธรรม ความโปร่งใส และการทำงานตามครรลองของรัฐธรรมนูญ ขณะที่ "ประโยชน์สุขของประชาชน" คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง ล้วนต้องมุ่งเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชนทุกหมู่เหล่า การปรึกษาหารือในสภาฯ จึงต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล ความถูกต้อง และเพื่อประโยชน์สูงสุดของส่วนรวมอย่างแท้จริง

สู่การเลือกประธานสภาและก้าวต่อไป
หลังจากเสร็จสิ้นรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาในวันเดียวกัน สภาผู้แทนราษฎรก็เตรียมเข้าสู่การประชุมสำคัญในวันที่ 15 มีนาคม 2569 เพื่อดำเนินการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาฯ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ คำแนะนำและพระราชดำรัสที่พระราชทานในวันนี้ จึงจะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวและแนวทางอันประเสริฐสำหรับสมาชิกสภาฯ ทุกคนในการเริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่อันทรงเกียรตินี้
บทบาทของสมาชิกรัฐสภาในการผลักดันนโยบายและออกกฎหมายต่างๆ จะต้องสะท้อนถึงเจตนารมณ์แห่งพระราชดำรัส นั่นคือการทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงและนำพาประเทศไทยก้าวหน้าอย่างยั่งยืน