Scream 7: ท่ามกลางมรสุมดราม่า สู่การกลับมาของตำนานในเงามัจจุราช

เจาะลึก Scream 7: จากดราม่าปลดนักแสดง สู่การกลับมาของ Neve Campbell และ Kevin Williamson พร้อมวิเคราะห์ความสำเร็จและอนาคตของแฟรนไชส์

Scream 7: ท่ามกลางมรสุมดราม่า สู่การกลับมาของตำนานในเงามัจจุราช

ในโลกของภาพยนตร์สยองขวัญ มีเพียงไม่กี่แฟรนไชส์ที่จะสามารถยืนหยัดและสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมได้อย่างต่อเนื่องยาวนานถึงสามทศวรรษ หนึ่งในนั้นคือ Scream แฟรนไชส์ในตำนานที่นำเสนอเรื่องราวการไล่ล่าของฆาตกรภายใต้หน้ากาก Ghostface ที่ไม่เพียงแต่สร้างความหวาดผวา แต่ยังชาญฉลาดด้วยการเสียดสีและวิพากษ์วิจารณ์กฎเกณฑ์ของหนังสยองขวัญอย่างมีชั้นเชิง ทุกครั้งที่ Ghostface กลับมา เหล่าแฟน ๆ ต่างเฝ้ารอคอยที่จะได้ไขปริศนาว่าใครคือฆาตกรที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากนั้น และ Scream 7 ก็เช่นกัน แต่การเดินทางสู่จอเงินครั้งนี้กลับไม่ราบรื่นเหมือนภาคก่อน ๆ เพราะต้องเผชิญกับมรสุมดราม่าเบื้องหลังการสร้างที่เข้มข้นไม่แพ้เนื้อเรื่องในภาพยนตร์

การกลับมาของ Scream 7 ไม่ได้เป็นเพียงการเล่าเรื่องการไล่ล่าครั้งใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงความยืดหยุ่นของแฟรนไชส์ที่ต้องรับมือกับความท้าทายมากมาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงนักแสดงหลัก การลาออกของผู้กำกับ และข้อถกเถียงสาธารณะที่สั่นคลอนเสถียรภาพของโปรเจกต์อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกแง่มุมของ Scream 7 ตั้งแต่เบื้องหลังการสร้างที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ไปจนถึงความคาดหวังในผลลัพธ์ทั้งในเชิงศิลปะและเชิงพาณิชย์

ภาพประกอบ

เบื้องหลังดราม่าที่สั่นสะเทือนวงการ: การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ก่อนที่ Scream 7 จะถือกำเนิดขึ้น แฟน ๆ ต่างคาดหวังที่จะได้เห็นการสานต่อเรื่องราวของ สองพี่น้องตระกูล Carpenter อย่าง Sam (รับบทโดย Melissa Barrera) และ Tara (รับบทโดย Jenna Ortega) ซึ่งได้รับการแนะนำและเป็นที่ชื่นชอบจากผู้ชมในภาค 2022 และ Scream VI (2023) ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง อย่างไรก็ตาม แผนการเดิมนี้ต้องพับเก็บไปอย่างกะทันหัน เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นหลายประการที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทีมสร้างและนักแสดง

การปลด Melissa Barrera: ชนวนแห่งความขัดแย้ง

เหตุการณ์ที่สร้างความตกตะลึงและจุดชนวนดราม่าครั้งใหญ่ที่สุดคือ การปลด Melissa Barrera ออกจากโปรเจกต์ Scream 7 ในช่วงปลายปี 2023 โดยบริษัท Spyglass ผู้ผลิตภาพยนตร์ ได้ออกมาแถลงว่าการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากโพสต์บนโซเชียลมีเดียของ Barrera ที่พวกเขาเห็นว่ามีเนื้อหา "ต่อต้านชาวยิว" (antisemitic) หลังจากการปะทะกันระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา Barrera ได้แชร์โพสต์ที่กล่าวหาอิสราเอลว่า "ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และกวาดล้างชาติพันธุ์" รวมถึงบทความที่อ้างว่ารัฐบาลอิสราเอลบิดเบือน "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว" เพื่อหนุนอุตสาหกรรมอาวุธของตน

การปลด Barrera ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากแฟน ๆ และผู้คนในวงการภาพยนตร์ หลายคนมองว่าเป็นการจำกัดสิทธิในการแสดงออกของนักแสดงและเป็นตัวอย่างของ "วัฒนธรรมการยกเลิก" (cancel culture) ที่มากเกินไป เหตุการณ์นี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของภาพยนตร์ แต่ยังสร้างความรู้สึกไม่พอใจให้กับฐานแฟนคลับที่ผูกพันกับตัวละคร Sam Carpenter เป็นอย่างมาก เพราะเธอคือใบหน้าใหม่ของแฟรนไชส์ที่เพิ่งกลับมาประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

การจากไปของ Jenna Ortega และ Christopher Landon: แรงกระเพื่อมต่อเนื่อง

ไม่นานหลังจากการปลด Melissa Barrera น้องสาวในจอภาพยนตร์ของเธออย่าง Jenna Ortega ก็ประกาศว่าจะไม่กลับมารับบท Tara Carpenter ใน Scream 7 ด้วยเช่นกัน แม้ว่า Ortega จะอ้างถึงปัญหาตารางงานที่ขัดแย้งกับซีรีส์ฮิต "Wednesday" ของ Netflix ซึ่งทำให้เธอไม่สามารถเข้าร่วมโปรเจกต์ได้ แต่ก็มีการคาดเดาจากแฟน ๆ และสื่อหลายสำนักว่าการตัดสินใจของเธออาจได้รับอิทธิพลจากเหตุการณ์การปลด Barrera และการเปลี่ยนแปลงบทบาทของเธอในแฟรนไชส์นี้ การจากไปของนักแสดงนำยอดนิยมทั้งสองคน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของภาคต่อยุคใหม่ ทำให้แผนการเดิมของ Scream 7 ต้องถูกรื้อใหม่ทั้งหมด

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น Christopher Landon ผู้กำกับเดิมของโปรเจกต์ ก็ได้ประกาศลาออกเช่นกัน โดยเขาให้เหตุผลว่าเขาได้รับภัยคุกคามถึงชีวิต เนื่องจากเหตุการณ์การปลด Barrera แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องนี้ก็ตาม การลาออกของผู้กำกับและนักแสดงนำหลักทั้งสองคน ถือเป็นจุดวิกฤตที่ทำให้อนาคตของ Scream 7 ดูมืดมนลงอย่างมาก ทำให้โปรเจกต์ต้องกลับไปสู่ "กระดานวาดเขียน" เพื่อวางแผนและปรับเปลี่ยนบทครั้งใหญ่ท่ามกลางความกดดันมหาศาลจากแฟนๆ และสื่อมวลชน

การกลับมาของผู้กอบกู้ตำนาน: Neve Campbell และ Kevin Williamson

ท่ามกลางความวุ่นวายและอนาคตที่ดูเหมือนจะดับวูบลง ผู้สร้าง Scream 7 ได้ตัดสินใจหันไปพึ่งพาบุคคลสำคัญที่จะมาเป็น "ผู้กอบกู้" สถานการณ์ พวกเขาได้ทาบทาม Neve Campbell ผู้รับบท Sidney Prescott ตัวละครเอกในตำนานของแฟรนไชส์ ให้กลับมารับบทบาทอีกครั้ง หลังจากที่เธอไม่ได้ปรากฏตัวใน Scream VI เนื่องจากความไม่พอใจในค่าตอบแทนที่ไม่สมเหตุสมผล

Neve Campbell: การหวนคืนจอในบท Sidney Prescott

การกลับมาของ Neve Campbell ในบท Sidney Prescott ถือเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญอย่างยิ่ง หลังจากที่เธอปฏิเสธข้อเสนอที่ไม่สมน้ำสมเนื้อใน Scream VI และทำให้แฟน ๆ พลาดโอกาสที่จะได้เห็นเธอในภาคที่แล้ว ในครั้งนี้ รายงานข่าวจาก Variety ระบุว่าเธอได้รับค่าตัวสูงถึง 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธได้ และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความจริงจังของผู้สร้างที่จะนำ "ราชินี Scream" กลับมาสู่แฟรนไชส์อย่างเต็มภาคภูมิ การกลับมาของ Sidney Prescott ไม่เพียงแต่เป็นการดึงดูดแฟน ๆ รุ่นเก่าให้กลับมาชมภาพยนตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการให้ความมั่นใจว่าแฟรนไชส์จะยังคงยึดโยงกับรากฐานและตัวตนที่แฟน ๆ รัก ทำให้เกิดกระแสตอบรับเชิงบวกและสร้างความหวังให้กับโปรเจกต์ที่เกือบจะล่มไปแล้วอีกครั้ง

ภาพประกอบ

Kevin Williamson: จากผู้เขียนบทสู่ผู้กำกับ

อีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่เข้ามาเป็นหัวใจหลักของ Scream 7 คือ Kevin Williamson ผู้สร้างและผู้เขียนบทภาพยนตร์ Scream ต้นฉบับ รวมถึง Scream 2 และ Scream 4 ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นสามภาคที่ดีที่สุดของแฟรนไชส์ การที่ Williamson กลับมาทำหน้าที่ กำกับและร่วมเขียนบท ใน Scream 7 เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1999 (และเป็นการกำกับหนัง Scream ครั้งแรกของเขา) ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าภาพยนตร์จะกลับคืนสู่รากเหง้าและกลิ่นอายคลาสสิกของแฟรนไชส์ การมีส่วนร่วมของเขาในบทบาทที่สำคัญนี้สร้างความหวังให้กับแฟน ๆ ว่าแม้จะเกิดดราม่ามากมาย แต่ตัวภาพยนตร์เองจะยังคงรักษาเอกลักษณ์และความเฉียบคมตามแบบฉบับของ Scream ไว้ได้ ทำให้แฟน ๆ ต่างตั้งตารอที่จะได้เห็นวิสัยทัศน์ของผู้สร้างต้นฉบับในบทบาทของผู้กำกับ

นอกจาก Neve Campbell แล้ว Courteney Cox ผู้รับบท Gale Weathers นักข่าวฝีปากกล้า ก็ยืนยันที่จะกลับมาเช่นกัน การรวมตัวของสามตำนานแห่งแฟรนไชส์ (Campbell, Cox และ Williamson) จึงกลายเป็นจุดแข็งที่ช่วยกอบกู้สถานการณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับแฟน ๆ อีกครั้ง ว่าแฟรนไชส์จะยังคงอยู่ในมือที่คุ้นเคยและเข้าใจแก่นแท้ของ Scream อย่างแท้จริง

ทิศทางใหม่ภายใต้เงา Ghostface: สู่ความบันเทิงที่คุ้นเคย

ด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทีมสร้างและนักแสดง Scream 7 จึงถูกปรับเปลี่ยนทิศทางใหม่ โดยจะกลับมาโฟกัสที่เรื่องราวของ Sidney Prescott ตัวละครเอกในตำนาน แทนที่จะเป็นพี่น้อง Carpenter แหล่งข่าวต่าง ๆ ให้ภาพของ Scream 7 ที่แตกต่างกัน แต่ล้วนชี้ให้เห็นถึงความพยายามที่จะนำเสนอสิ่งที่แฟน ๆ คุ้นเคย

ความเห็นของนักวิจารณ์: ความตายทางความคิดสร้างสรรค์แต่ประสบความสำเร็จทางการค้า?

บทวิจารณ์จาก The Hollywood Reporter ระบุอย่างตรงไปตรงมาว่าแฟรนไชส์นี้ "ตายทางความคิดสร้างสรรค์แล้ว ถ้าไม่ใช่ทางการค้า" (Dead creatively, if not commercially) โดยชี้ว่าความตื่นเต้นส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่เนื้อเรื่องในภาพยนตร์ แต่อยู่ที่ดราม่าเบื้องหลัง อย่างไรก็ตาม บทวิจารณ์ยังคงยืนยันว่า Ghostface ที่มาพร้อมหน้ากากอันน่าขนลุกและเสียงพากย์ของ Roger L. Jackson จะยังคงสร้างความหวาดกลัวและไล่ล่าเหยื่ออย่างดุเดือด มีฉากหลอกให้ตกใจตามด้วยฉากจริง และการพูดถึงสถานการณ์อย่างเสียดสีตามสไตล์ของ Scream

ในทางกลับกัน The Guardian ให้มุมมองที่ประนีประนอมมากขึ้น โดยระบุว่า Scream 7 เป็นภาคต่อสยองขวัญที่ "ยุ่งเหยิงแต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงความบันเทิง" (messy but mostly entertaining) และให้ความรู้สึก "คิดถึงอดีต" (nostalgic) ซึ่งหมายถึงการกลับสู่รากเหง้าของแฟรนไชส์ การที่ Kevin Williamson เข้ามากำกับและ Neve Campbell กลับมารับบทนำ ยิ่งเน้นย้ำถึงแนวคิดนี้ ทำให้ภาพยนตร์มีกลิ่นอายของ Scream ยุคคลาสสิกที่แฟนๆ ต่างโหยหา

เอกลักษณ์ที่คงอยู่: ความเสียดสีและปริศนา

ไม่ว่าทิศทางของความคิดสร้างสรรค์จะเป็นอย่างไร สิ่งหนึ่งที่แฟน ๆ สามารถมั่นใจได้คือ Scream 7 จะยังคงรักษาเอกลักษณ์สำคัญของแฟรนไชส์ไว้ นั่นคือ

  • Ghostface ที่ไม่เคยเปลี่ยน: ฆาตกรภายใต้หน้ากากจะยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวาดกลัว และ Roger L. Jackson จะยังคงให้เสียงพากย์อันเป็นเอกลักษณ์ ที่สร้างความสะพรึงกลัวและชวนขนลุกให้กับผู้ชมทุกครั้งที่ได้ยิน
  • การเสียดสีภาพยนตร์สยองขวัญ: แฟรนไชส์ Scream มีชื่อเสียงจากการที่ตัวละครมักจะวิพากษ์วิจารณ์กฎเกณฑ์และขนบธรรมเนียมของหนังสยองขวัญในสถานการณ์ที่พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับฆาตกร ซึ่งคาดว่าจะยังคงมีอยู่ในภาคนี้ เป็นการสร้างความบันเทิงที่ฉลาดและน่าสนใจ
  • ปริศนา "ใครคือฆาตกร": หัวใจสำคัญของ Scream คือการที่ผู้ชมต้องร่วมไขปริศนาว่าใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังหน้ากาก Ghostface ซึ่งมักจะมีมากกว่าหนึ่งคน และมักจะเป็นคนที่ตัวละครรู้จัก ทำให้เกิดความสงสัยและคาดเดาไปตลอดทั้งเรื่อง
  • ฉากไล่ล่าและสังหาร: แน่นอนว่า Ghostface จะยังคงไล่ล่าและสังหารตัวละครอย่างโหดเหี้ยมตามแบบฉบับของแฟรนไชส์ พร้อมด้วยการหักมุมและเซอร์ไพรส์ที่คาดไม่ถึง

ความสำเร็จทางการค้าที่สวนทางกับดราม่า

แม้จะต้องเผชิญกับมรสุมดราม่าเบื้องหลังการสร้าง แต่ Scream 7 กลับมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จอย่างสูงในเชิงพาณิชย์ รายงานจาก Variety ประเมินว่าภาพยนตร์ภาคนี้มีโอกาสที่จะทำรายได้เปิดตัวในอเมริกาเหนือสูงถึง 45-50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นสถิติการเปิดตัวสูงสุดของแฟรนไชส์เลยทีเดียว ล้มล้างสถิติเดิมของ Scream VI ที่เปิดตัวไป 44.5 ล้านดอลลาร์ในปี 2023

ความคาดหวังด้านรายได้ที่สูงนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ดราม่าจะสร้างความกังวลใจ แต่ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความอยากรู้อยากเห็นให้กับผู้ชมได้เช่นกัน ประกอบกับการกลับมาของ Neve Campbell และ Kevin Williamson ซึ่งเป็นที่รักของแฟน ๆ รวมถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ Scream ที่ยังคงดึงดูดผู้ชมได้อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าแฟรนไชส์นี้ยังคงมีพลังในการดึงดูดผู้ชม และสามารถทำรายได้มหาศาลได้ แม้ว่านักวิจารณ์บางคนจะมองว่ามัน "ตายทางความคิดสร้างสรรค์" ไปแล้วก็ตาม นี่คือปรากฏการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความทรงอิทธิพลของชื่อ "Scream" ที่ยังคงตรึงใจผู้ชมได้เสมอ

มรดกของ Scream: 30 ปีแห่งความระทึกขวัญและการปรับตัว

เป็นเวลาสามทศวรรษแล้วนับตั้งแต่ภาพยนตร์ Scream ต้นฉบับออกฉายในปี 1996 แฟรนไชส์นี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและคงความเกี่ยวข้องกับผู้ชมในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป Scream ไม่ได้เป็นเพียงแค่หนังสยองขวัญไล่เชือดธรรมดา แต่เป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ปฏิวัติวงการด้วยแนวคิด "meta-horror" หรือการที่ภาพยนตร์ตระหนักถึงการเป็นภาพยนตร์ของตัวเองและเสียดสีขนบต่างๆ อย่างชาญฉลาด

ความสำเร็จของ Scream ตลอดหลายภาคที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Scream VI ที่เป็นภาคที่ทำรายได้สูงสุดในสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นว่าแฟรนไชส์นี้ยังคงมีเสน่ห์และสามารถดึงดูดแฟน ๆ รุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจในประเภทหนังสยองขวัญเป็นอย่างดี แม้ว่าอาจจะไม่มีภาคใดที่เทียบเคียงต้นฉบับปี 1996 ได้ แต่ก็ยากที่จะปฏิเสธว่ามีภาพยนตร์ Scream ที่ "แย่" อย่างแท้จริง เพราะในทุก ๆ ภาค ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ก็ยังคงมี "ความพยายามและพลังงาน" ที่สัมผัสได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ Scream ยังคงเป็นที่เคารพและรักของแฟนๆ มาจนถึงทุกวันนี้ และยังคงหาทางที่จะ "คอมเมนต์" และสะท้อนภาพรวมของวงการหนังสยองขวัญได้อย่างต่อเนื่อง

บทสรุป: Scream 7 และเส้นทางข้างหน้า

Scream 7 เป็นภาคที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเบื้องหลังที่ซับซ้อนและน่าตื่นเต้นไม่แพ้เนื้อหาในภาพยนตร์ ด้วยการจากไปของนักแสดงนำรุ่นใหม่ การกลับมาของตำนานอย่าง Neve Campbell และ Kevin Williamson รวมถึงการที่ภาพยนตร์พยายามที่จะรักษาแก่นแท้ของแฟรนไชส์ไว้ ทำให้ Scream 7 เป็นภาพยนตร์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะมันเป็นบทสรุปของเรื่องราวที่ไม่คาดฝันในโลกของการสร้างภาพยนตร์

คำถามสำคัญคือ Scream 7 จะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้หรือไม่ว่ามันยังคงมีพลังในการสร้างสรรค์ที่นอกเหนือจาก "ความสำเร็จทางการค้า" และ "การหวนรำลึกถึงอดีต" แฟน ๆ จะต้องตัดสินด้วยตาของตัวเองว่าการเดินทางอันขรุขระครั้งนี้คุ้มค่ากับการรอคอยหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ คือ Ghostface กลับมาแล้ว และพร้อมที่จะสร้างความหวาดผวาให้กับผู้ชมอีกครั้ง โดยมีกำหนดฉายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ (อ้างอิงจากข้อมูลข่าว)

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟน Scream ตัวยงที่ติดตามมาตั้งแต่ต้น หรือเพิ่งรู้จักแฟรนไชส์นี้จากการกลับมาของ Neve Campbell หรือ Kevin Williamson การเผชิญหน้ากับ Ghostface ใน Scream 7 ย่อมเป็นประสบการณ์ที่ไม่อาจมองข้ามได้ แล้วคุณล่ะ พร้อมที่จะไขปริศนาและรับมือกับความระทึกขวัญครั้งใหม่นี้หรือยัง? เตรียมตัวของคุณให้พร้อม เพราะใน Woodsboro (หรือที่ใดก็ตามที่ Ghostface จะปรากฏตัว) ไม่มีใครปลอดภัยอย่างแท้จริง

Read more

โบโลญญ่า ในศึกยูโรป้า ลีก: เจาะลึกโปรแกรมเดือด 26 ก.พ. 2569 และทุกสิ่งที่คอบอลต้องรู้

โบโลญญ่า ในศึกยูโรป้า ลีก: เจาะลึกโปรแกรมเดือด 26 ก.พ. 2569 และทุกสิ่งที่คอบอลต้องรู้

เจาะลึกโปรแกรมโบโลญญ่า พบ บรานน์ ในยูโรป้า ลีก 26 ก.พ. 2569 พร้อมตารางถ่ายทอดสดฟุตบอลยุโรปและทุกกีฬาที่น่าสนใจ!

By ทีมงาน devdog
ผลสอบท้องถิ่น 2568: อัปเดตล่าสุด การขึ้นบัญชี และสิ่งที่คุณต้องรู้เพื่อเตรียมพร้อมบรรจุแต่งตั้ง

ผลสอบท้องถิ่น 2568: อัปเดตล่าสุด การขึ้นบัญชี และสิ่งที่คุณต้องรู้เพื่อเตรียมพร้อมบรรจุแต่งตั้ง

สรุปผลสอบท้องถิ่น 2568 ล่าสุด! เช็คการขึ้นบัญชี, บัญชีเรียกรายงานตัว, ข้อควรรู้เรื่องคุณสมบัติ และเตรียมพร้อมสำหรับการบรรจุแต่งตั้ง.

By ทีมงาน devdog
Nicholas Braimbridge: ผู้รังสรรค์ความวิจิตรเบื้องหลังฉาก Bridgerton ที่โลกต้องจดจำ

Nicholas Braimbridge: ผู้รังสรรค์ความวิจิตรเบื้องหลังฉาก Bridgerton ที่โลกต้องจดจำ

เจาะลึกชีวิตและผลงานของ Nicholas Braimbridge ศิลปินฉากผู้รังสรรค์ความงดงามให้ Bridgerton พร้อมเรื่องราวการไว้อาลัยจากซีรีส์ดัง

By ทีมงาน devdog
คริสตัล พาเลซ พบ ซรินจ์สกี้: วิเคราะห์เจาะลึกศึกคอนเฟอเรนซ์ ลีก นัดชี้ชะตา

คริสตัล พาเลซ พบ ซรินจ์สกี้: วิเคราะห์เจาะลึกศึกคอนเฟอเรนซ์ ลีก นัดชี้ชะตา

เจาะลึกการแข่งขันคอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบน็อกเอาต์เพลย์ออฟ นัด 2 ระหว่างคริสตัล พาเลซ และ ซรินจ์สกี้ วิเคราะห์ฟอร์ม, แผนการเล่น, และโอกาสเข้ารอบ

By ทีมงาน devdog