เครื่อง 5 ปีแต่ราคาพุ่ง! Sony หักอกเกมเมอร์ อัปราคา PlayStation 5 ทั่วโลก สวนทางวงจรสินค้าไอทีที่ควรจะถูกลง
Sony ประกาศขึ้นราคา PlayStation 5 ทั่วโลก สูงสุดเกือบ 5 พันบาท สวนทางวงจรสินค้าไอที พร้อมเผยเหตุผลจากวิกฤตเศรษฐกิจและชิปขาดแคลน
วงการเกมต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อ Sony Group ผู้ผลิตเครื่องเล่นเกมคอนโซลยักษ์ใหญ่ ออกมาประกาศปรับขึ้นราคา PlayStation 5 (PS5) ทั่วโลก ซึ่งถือเป็นข่าวที่สร้างความประหลาดใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ เกมเมอร์ อย่างมาก เพราะโดยปกติแล้ว สินค้าในกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะเครื่องเล่นเกม มักจะมีราคาที่ลดลงเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี หรือเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่การปรับขึ้นราคาอย่างที่เกิดขึ้นนี้
Sony ขึ้นราคา PS5 สูงสุดเกือบ 5 พันบาท ครั้งที่สองในรอบปี!
การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกในรอบปี โดย Sony เคยปรับราคามาแล้วก่อนหน้านี้ และการประกาศล่าสุดจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน เป็นต้นไป สำหรับสหรัฐอเมริกา การปรับเพิ่มราคาอาจสูงถึง 150 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4,920 บาทในบางรุ่น
ตัวอย่างราคาใหม่ในตลาดสหรัฐอเมริกา:
- PS5 รุ่นมาตรฐาน: จาก 549.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 18,000 บาท) เป็น 649.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 21,300 บาท)
- PS5 รุ่นดิจิทัล: ปรับขึ้นเป็น 599.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 19,700 บาท)
- PS5 Pro (รุ่นท็อป): ราคาสูงถึง 899.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 29,500 บาท)
- PlayStation Portal (อุปกรณ์เสริมเล่นเกมพกพา): จาก 199.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,570 บาท) เป็น 249.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8,210 บาท)
การปรับราคายังครอบคลุมไปถึงยุโรป สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น โดยตลาดยุโรป PS5 รุ่นมาตรฐานจะมีราคา 649.99 ยูโร (หรือ 24,600 บาท) ส่วนประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ทาง Sony จะประกาศราคาและวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

เหตุผลเบื้องหลังการขึ้นราคา: วิกฤตเศรษฐกิจและ AI แย่งชิป
Sony ให้เหตุผลในการปรับราคาครั้งนี้ว่า “เป็นผลมาจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจโลกที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง” และยืนยันว่าเป็น “ขั้นตอนที่จำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะสามารถส่งมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่มีนวัตกรรมและคุณภาพสูงให้กับผู้เล่นทั่วโลกต่อไปได้”
นักวิเคราะห์อย่าง เพียร์ส ฮาร์ดิง-โรลส์ จาก Ampere Analysis ชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ "ราคา PS5 พุ่ง" ในครั้งนี้ ได้แก่:
- ภาวะเศรษฐกิจโลก: อัตราเงินเฟ้อและปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและการดำเนินงาน
- วิกฤตชิปขาดแคลน: การแข่งขันกันสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างดุเดือด ทำให้ผู้ผลิตหน่วยความจำหันไปให้ความสำคัญกับการผลิตชิปสำหรับศูนย์ข้อมูลที่สร้างกำไรสูงกว่า ส่งผลให้ชิ้นส่วนสำคัญอย่างหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสำหรับอุปกรณ์ทั่วไป เช่น เครื่องเล่นเกม เกิดภาวะตึงตัวและมีราคาสูงขึ้น
- กำแพงภาษี: กำแพงภาษีที่สหรัฐอเมริกากำหนดก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มต้นทุน
- สงครามและความขัดแย้ง: อัตราเงินเฟ้อที่เป็นผลพวงจากสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิสราเอลและอิหร่าน อาจยิ่งซ้ำเติมผลกระทบจากราคาชิ้นส่วนที่สูงขึ้น
ฮาร์ดิง-โรลส์ มองว่าเมื่อไม่มีวี่แววว่าราคาชิ้นส่วนจะลดลง Sony จึงต้องตัดสินใจเคลื่อนไหวเพื่อ "ปกป้องส่วนต่างกำไรของฮาร์ดแวร์ที่บางเฉียบ" ของบริษัท
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเกมและเกมเมอร์
การปรับขึ้นราคาของ Sony สะท้อนถึงสภาวะต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แม้แต่ Valve ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Steam ก็ยังยอมรับว่าไม่สามารถเปิดเผยราคาและวันวางจำหน่ายฮาร์ดแวร์ตัวใหม่ได้ เนื่องจากปัญหาหน่วยความจำขาดแคลน
นักวิเคราะห์ยังประเมินอีกว่า คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหากคู่แข่งอย่าง Microsoft (Xbox) และ Nintendo (Switch) จะต้องปรับขึ้นราคาตามมาในอนาคต ทำให้ เกมเมอร์ ทั่วโลกอาจต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นในการเข้าถึงประสบการณ์การเล่นเกมคุณภาพสูง
สำหรับในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การประกาศราคาอย่างเป็นทางการคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ วงจรชีวิตของสินค้าไอทีที่เคยลดราคาลงเมื่อเวลาผ่านไป กำลังถูกท้าทายด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ซับซ้อนกว่าที่เคยเป็นมา