ตามคาด “โสภณ ซารัมย์” สส.บุรีรัมย์ ภูมิใจไทย นั่งประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 35
สรุปผลการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 35 'โสภณ ซารัมย์' จากพรรคภูมิใจไทย ชนะ 'พริษฐ์ วัชรสินธุ' พร้อมวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนสภาฯ ยุคใหม่
ท่ามกลางความคาดหมายของหลายฝ่าย นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ 7 สมัย จากพรรคภูมิใจไทย ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างท่วมท้น ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 35 การเลือกตั้งผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการเริ่มต้นทำงานของสภาชุดที่ 27 ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศในยุคใหม่

ผลการโหวตชี้ขาด: “โสภณ ซารัมย์” ชนะขาด
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. โดยมีนายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นสมาชิกอาวุโสสูงสุดวัย 90 ปี ทำหน้าที่ประธานสภาฯ ชั่วคราว ภายหลังที่ สส. ทั้งหมดได้ปฏิญาณตนในที่ประชุมเพื่อเข้ารับหน้าที่
ในวาระการเลือกประธานสภาฯ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขณะที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เสนอชื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นผู้ท้าชิง เนื่องจากมีผู้ถูกเสนอชื่อมากกว่า 1 คน จึงต้องมีการลงคะแนนลับตามข้อบังคับการประชุม
ผลการลงคะแนนจาก สส. ทั้งสิ้น 497 คน ที่เข้าร่วมประชุมปรากฏว่า:
- นายโสภณ ซารัมย์ ได้รับเสียงสนับสนุน 289 เสียง
- นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้รับเสียงสนับสนุน 123 เสียง
- งดออกเสียง 80 เสียง และมีบัตรเสีย 5 ใบ
ด้วยคะแนนเสียงที่ท่วมท้น ทำให้นายโสภณ ซารัมย์ ได้รับการรับรองให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 35 อย่างเป็นทางการ ซึ่งสอดคล้องกับกระแสข่าวและการคาดการณ์ก่อนหน้านี้

วิสัยทัศน์ “โสภณ ซารัมย์”: สภาฯ ที่เป็นที่พึ่งของประชาชน
ก่อนการลงมติ นายโสภณ ซารัมย์ ได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ โดยเน้นย้ำถึงประสบการณ์การทำงานกว่า 25 ปีในฐานะผู้แทนราษฎร และความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสภาฯ ให้เป็นองค์กรที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ:
- พัฒนาสภาฯ ด้วยประสบการณ์และเทคโนโลยี: นำเอาบทเรียนจากอดีต ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อยกระดับการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ
- สภาฯ เพื่อประชาชน: มุ่งหวังให้สภาฯ เป็นกลไกสำคัญในการนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาปรึกษาหารือ ตั้งกระทู้และญัตติ เพื่อหาทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
- การตรวจสอบที่มีคุณภาพ: อยากเห็นการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารโดยฝ่ายนิติบัญญัติที่มีคุณภาพ สมดุล และอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล
- ปฏิรูปกฎหมาย: เร่งสังคายนา ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมทั้งออกกฎหมายใหม่ที่ทันสมัย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
- สร้างสรรค์งานเชิงรูปธรรม: ไม่ต้องการให้สภาฯ เป็นเวทีของการใช้วาทกรรมเพื่อเอาชนะคะคาน แต่ต้องการเห็นการทำงานที่เป็นรูปธรรมเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ
- ธำรงไว้ซึ่งประชาธิปไตย: ยืนยันว่าจะทำงานอย่างเที่ยงธรรม เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน โดยดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
การได้รับเลือกของนายโสภณ ซารัมย์ ในครั้งนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ เนื่องจากปัจจุบัน ทั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภา (นายมงคล สุระสัจจะ) ล้วนมีภูมิลำเนาและรากฐานทางการเมืองที่เชื่อมโยงกับจังหวัดบุรีรัมย์ แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของจังหวัดนี้ในเวทีการเมืองระดับชาติ
บทบาทสำคัญของประธานสภาฯ ในการขับเคลื่อนนิติบัญญัติ
ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารจัดการการประชุมสภาฯ กำหนดระเบียบวาระการประชุม ควบคุมการอภิปราย และเป็นผู้แทนของฝ่ายนิติบัญญัติ การเข้ามาของนายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ จึงเป็นที่จับตาว่าจะสามารถนำพาสภาฯ ชุดนี้ไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศชาติได้อย่างไร
นับจากนี้เป็นต้นไป การทำงานของสภาผู้แทนราษฎรภายใต้การนำของประธานสภาฯ คนใหม่ จะเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ที่ได้ประกาศไว้ เพื่อสร้างสภาฯ ที่สง่างาม เป็นที่พึ่ง และเป็นต้นแบบของประชาธิปไตยที่สมบูรณ์.