ประธานสภาโสภณ: บทบาทสำคัญกับความคาดหวังในยุคการเมืองใหม่
เจาะลึกบทบาท นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ คนใหม่ หลังรับพระบรมราชโองการ พร้อมความท้าทายและภารกิจเร่งด่วนในการนำพาสภาฯ และประเทศ
ในห้วงเวลาที่การเมืองไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ นายโสภณ ซารัมย์ นักการเมืองผู้คร่ำหวอดจากพรรคภูมิใจไทย ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนระบอบประชาธิปไตยของประเทศ การแต่งตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 พร้อมด้วยรองประธานสภาฯ อีกสองท่าน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในประสบการณ์และความสามารถของนายโสภณ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศต้องการรัฐบาลที่มีอำนาจบริหารอย่างรวดเร็วเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ต่างๆ
การได้รับการโปรดเกล้าฯ และเส้นทางสู่ตำแหน่งสำคัญ
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้จัดพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธานสภาฯ นางมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 1 และนายเลิศศักดิ์ พัฒนวดี เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 2 (อ้างอิงจาก PPTVHD36 และ Thai PBS) การแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นการเปิดฉากบทบาทสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติในการนำพาประเทศไปข้างหน้า

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พรรคภูมิใจไทยได้มีมติเสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบุรีรัมย์ 7 สมัย ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในกลุ่มเพื่อนเนวิน ตั้งแต่สมัยพรรคพลังประชาชน และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ โดยนายโสภณได้แสดงความพร้อมและตั้งใจที่จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยยืนยันว่าไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งใดก็พร้อมทำงานเพื่อประเทศชาติ
ความคาดหวังและความท้าทายจากทุกภาคส่วน
หลังจากได้รับตำแหน่งไม่นาน บทบาทของ ประธานสภาโสภณ ก็ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจากสมาชิกวุฒิสภาอย่าง นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ที่ได้แถลงข้อเสนอแนะถึงประธานสภาฯ คนใหม่ ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน ซึ่งประกอบด้วย 5 ด้านหลัก ได้แก่:
- ด้านนิติบัญญัติ: ยกระดับคุณภาพกฎหมาย ปรับปรุงกระบวนการพิจารณาให้รวดเร็วและรอบคอบ
- การให้ความเห็นชอบองค์กรอิสระ: แสดงจุดยืนชัดเจน ไม่ถูกครอบงำจากพรรคการเมือง เพื่อให้การเลือกองค์กรอิสระเป็นอิสระอย่างแท้จริง
- การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน: ตรวจสอบฝ่ายบริหารอย่างเข้มแข็ง เปิดให้อภิปรายไม่ไว้วางใจตามวาระอันสมควร
- เพิ่มบทบาทคณะกรรมาธิการ: สนับสนุนการติดตามนโยบายของรัฐอย่างใกล้ชิด
- สนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ: กำหนดกรอบเวลาดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนและประกาศต่อสาธารณะ

นพ.เปรมศักดิ์ ยังได้ดักคอ ประธานสภาโสภณ ไม่ให้เป็น "ประธานสภาฯ สีน้ำเงิน" หรือถูกครอบงำจากพรรคการเมืองใดๆ โดยเฉพาะการถูกมองว่าเป็นการควบคุมสภาสูงและสภาล่างโดยคนจากภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่นายโสภณได้ตอบโต้ว่า การเสนอชื่อเป็นไปตามมติพรรค และความสามารถในการทำงานเป็นสิ่งสำคัญกว่าภูมิลำเนา
ภารกิจเร่งด่วน: โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
หลังจากได้รับตำแหน่ง สิ่งที่ ประธานสภาโสภณ ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนคือ การนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งตามข่าวจาก Thai PBS กำหนดไว้ในวันที่ 19 มีนาคม 2569 เพื่อให้ได้รัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาบริหารประเทศท่ามกลางสถานการณ์ที่ต้องการความชัดเจน
บทบาทของ ประธานสภาโสภณ นับจากนี้ไปจึงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเป็นกลาง ความโปร่งใส และความสามารถในการนำพาองค์กรนิติบัญญัติให้เป็นที่พึ่งของประชาชนและขับเคลื่อนประชาธิปไตยอย่างแท้จริง การทำงานภายใต้ความคาดหวังที่สูงและการจับตามองจากทุกฝ่ายจะเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องเผชิญ