ด่วน! กรมอุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อนถล่มไทย 12-13 มี.ค.นี้ รับมือฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก
กรมอุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อนแรง 12-13 มี.ค.นี้ ครอบคลุมไทยตอนบน กทม.มีฝน 20-30% รับมือฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก พร้อมข้อควรระวังสำคัญ!
เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว! กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนประชาชนทั่วประเทศไทยให้เฝ้าระวังพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันในช่วงวันที่ 12 – 13 มีนาคมนี้ ซึ่งจะนำมาซึ่งพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่าในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะประเทศไทยตอนบน รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มีโอกาสเกิดฝน 20-30%
พยากรณ์ฝนล่วงหน้า! สถานการณ์พายุฤดูร้อน 12-13 มี.ค. นี้
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 12 - 13 มีนาคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะเผชิญกับพายุฤดูร้อนที่เกิดจากการปะทะกันของมวลอากาศเย็นจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ที่แผ่ลงมา พร้อมกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุม อีกทั้งยังมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวน
ลักษณะของพายุฤดูร้อนในครั้งนี้จะมาพร้อมกับ พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก รวมถึง ฟ้าผ่า ที่อาจเกิดขึ้นได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคกลาง ด้านตะวันตกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งคาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นประมาณ 20-30% ของพื้นที่

สถานการณ์ภาคใต้
สำหรับภาคใต้ ในช่วงวันที่ 12 - 14 มีนาคม ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้บริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร และอาจสูงมากกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 15 - 18 มีนาคม ภาคใต้จะมีฝนลดลงเนื่องจากกำลังลมที่อ่อนกำลังลง
เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน: ข้อควรระวังและแนวทางปฏิบัติ
ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยาและรัฐบาล ต่างเน้นย้ำให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ โดยมีข้อแนะนำและข้อควรระวังดังนี้:
สิ่งที่ประชาชนควรปฏิบัติ:
- หลีกเลี่ยง การอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกลมพายุพัดหรือฟ้าผ่า
- ตรวจสอบ ความมั่นคงแข็งแรงของอาคารบ้านเรือน โดยเฉพาะกระเบื้องมุงหลังคาให้ยึดแน่นกับโครงสร้าง
- ระมัดระวัง สิ่งของที่อาจหักโค่นหรือปลิวไปกับลม เช่น กิ่งไม้ ป้ายต่าง ๆ หรือสิ่งของที่วางอยู่บนที่สูง
- สำหรับเกษตรกร: ควร เสริมความแข็งแรง ให้ไม้ผลและเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง
- ดูแลสุขภาพ ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อร่างกาย
การตรวจสอบป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้าง:
รัฐบาลได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้มงวดในการตรวจสอบอาคาร ป้ายโฆษณา และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ โดยเฉพาะป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่มีความสูงจากระดับฐานรากตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป จะต้องมีวิศวกรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมเป็นผู้คำนวณและรับรองความมั่นคงแข็งแรงอย่างเคร่งครัด
การฝ่าฝืนก่อสร้างหรือดัดแปลงป้ายโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะมีโทษตามมาตรา 65 ทวิ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ซึ่งสะท้อนถึงความจริงจังในการป้องกันอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
สถานการณ์พายุฤดูร้อนในช่วงนี้มีความไม่แน่นอนสูง จึงขอให้ประชาชนทุกคนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลและเตรียมความพร้อมในการรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา (http://www.tmd.go.th) หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง