จ่ายภาษี: มากกว่าแค่หน้าที่...คือสิทธิและความรับผิดชอบของพลเมืองและองค์กร
สำรวจมุมมองการ "จ่ายภาษี" ของทั้งคนดังและองค์กรใหญ่ จากสิทธิพลเมืองสู่ความรับผิดชอบ พร้อมกรณีศึกษาและบทเรียนที่คุณควรรู้.
ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจและสังคม “ภาษี” คือหัวใจสำคัญที่ไม่เพียงหล่อเลี้ยงการพัฒนาประเทศ แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทและความรับผิดชอบของทุกคน ทั้งในฐานะบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างค่าครองชีพที่สูงขึ้น หรือการใช้สวัสดิการของรัฐ ทุกคนล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องภาษีไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจมุมมองที่หลากหลายของการจ่ายภาษี ผ่านกรณีศึกษาจากข่าวจริงที่กำลังเป็นที่สนใจ
เสียงสะท้อนจากคนตัวเล็ก: เมื่อภาษีผูกโยงกับสิทธิ์พลเมือง
ประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางคือกรณีของนักแสดงสาว “โม มนชนก” ที่ออกมาบ่นเรื่องค่าไฟแพงลิ่ว แม้จะพยายามประหยัดด้วยการหันมาใช้พัดลมแทนเครื่องปรับอากาศ แต่บิลค่าไฟกลับแพงขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เธอต้องวางแผนถึงขั้นจะกลับไปอยู่บ้านคุณแม่เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความไม่พอใจในค่าครองชีพที่สูงขึ้น โม มนชนก ยังประกาศว่าจะลงทะเบียนใช้สิทธิ์โครงการ “คนละครึ่ง” อย่างไม่ลังเลและไม่เขินอาย โดยให้เหตุผลที่ตรงไปตรงมาว่า “ฉันใช้นะคะ คนละครึ่งเนี่ย ทุกบาททุกสตางค์ เพราะเราเสียภาษีค่ะ ทุกบาท”

คำกล่าวนี้สะท้อนมุมมองที่สำคัญของพลเมืองว่า การจ่ายภาษีคือการทำหน้าที่ต่อรัฐ และในทางกลับกัน รัฐก็มีหน้าที่จัดหาสวัสดิการหรือมาตรการช่วยเหลือประชาชนผู้เสียภาษี การเป็นผู้เสียภาษีทำให้บุคคลรู้สึกว่าตนเองมีสิทธิ์ที่จะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของบริการสาธารณะหรือโครงการสนับสนุนต่างๆ จากภาครัฐ
องค์กรใหญ่กับบทบาทผู้เสียภาษี: ทั้งความรับผิดชอบและการละเลย
ไม่เพียงแต่บุคคลธรรมดา ภาคธุรกิจก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการจ่ายภาษี บริษัทประกันชีวิตยักษ์ใหญ่ Prudential Vietnam เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน โดยข้อมูลจากกระทรวงการคลังเวียดนามระบุว่า Prudential Vietnam ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสมาชิกของ "ชมรมผู้เสียภาษีระดับล้านล้านดอง" ในนครโฮจิมินห์

บริษัทนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามภาระผูกพันด้านภาษีมาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2020-2023 ได้ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลเกือบ 4,000 ล้านดองเวียดนาม และเฉพาะในปี 2023 ปีเดียว ชำระไปถึง 1,231 ล้านดอง การจ่ายภาษีจำนวนมหาศาลนี้ตอกย้ำถึงบทบาทของบริษัทในฐานะองค์กรที่มีความรับผิดชอบ และมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณของรัฐเพื่อนำไปพัฒนาประเทศ
อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมีสองด้าน ในปีเดียวกันนั้นเอง Prudential Vietnam ก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทาย เมื่อมีรายงานว่าบริษัท ละเมิดกฎระเบียบด้านภาษีและต้องชดใช้เงินคืนแก่รัฐบาลเป็นจำนวนกว่า 135,000 ล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 1.35 แสนล้านดอง) จากคำตัดสินลงโทษทางปกครองของกรมสรรพากร แม้ว่าบริษัทจะยังคงมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานทางการเงินที่ดีเยี่ยม แต่กรณีนี้ก็เป็นบทเรียนสำคัญที่ย้ำเตือนว่า ไม่ว่าจะเป็นองค์กรที่ใหญ่เพียงใด การปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบภาษีอย่างเคร่งครัดคือสิ่งที่ขาดไม่ได้
สรุป: ภาษีคือรากฐานของการพัฒนา
จากเรื่องราวของ "โม มนชนก" ที่สะท้อนถึงสิทธิ์ของพลเมืองที่จ่ายภาษี ไปจนถึงกรณีศึกษาของ "Prudential Vietnam" ที่แสดงให้เห็นทั้งความรับผิดชอบในการสนับสนุนงบประมาณของรัฐ และบทเรียนจากการละเมิดกฎภาษี สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นว่า "การจ่ายภาษี" ไม่ใช่เพียงแค่การปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โปร่งใส และความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชน จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ภาษีทุกบาททุกสตางค์สามารถนำไปใช้พัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกคน