การบินไทยขึ้นราคาตั๋ว 10-15% เปิดสาเหตุ ผลกระทบ และสิ่งที่นักเดินทางควรรู้
การบินไทยประกาศขึ้นราคาบัตรโดยสาร 10-15% เหตุต้นทุนน้ำมันพุ่ง-ดีมานด์ยุโรปสูง อ่านสาเหตุ ผลกระทบ และคำแนะนำสำหรับนักเดินทางที่นี่
ข่าวใหญ่ในวงการการบินที่ทำให้นักเดินทางต้องจับตา! การบินไทย สายการบินแห่งชาติของไทย ได้ประกาศปรับขึ้นราคาบัตรโดยสารเครื่องบินระหว่างประเทศ 10-15% การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่ยังสะท้อนถึงพลวัตที่ซับซ้อนในอุตสาหกรรมการบินโลก ทั้งจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น และความต้องการเดินทางที่ล้นหลามเกินคาด
ทำไมการบินไทยต้องขึ้นราคาตั๋ว 10-15%?
การตัดสินใจปรับขึ้นราคาบัตรโดยสารครั้งนี้ ซึ่งมีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2566 มีสาเหตุหลักมาจากสองปัจจัยสำคัญ:
- ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบมีความผันผวนอย่างหนัก ทำให้ต้นทุนน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดของสายการบิน พุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รายงานจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ระบุว่าราคาน้ำมันเครื่องบินในเดือนมีนาคม 2566 เพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ขณะที่ คุณชัย เอมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการบินไทย เปิดเผยว่าต้นทุนเชื้อเพลิงในบางเส้นทางเพิ่มขึ้นเกือบ 100% ซึ่งการปรับราคาตั๋วเป็นการปรับให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น ไม่ใช่การฉวยโอกาสจากสถานการณ์
- ความต้องการเดินทางที่ล้นหลาม: แม้จะมีปัจจัยด้านต้นทุน แต่ความต้องการเดินทางกลับไม่ลดลง โดยเฉพาะเส้นทางสู่ยุโรป ซึ่งมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (cabin factor) สูงถึง 80-90% ในเดือนมีนาคม 2566 คุณเชิดโฉม เทิดสถีรสัคดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและการบัญชีการบินไทย ยืนยันว่า ตั๋วสำหรับเส้นทางยุโรปและจุดหมายปลายทางอื่นๆ มีจำนวนจำกัดอย่างมากในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากผู้โดยสารจำนวนมากเลือกเดินทางตรงเพื่อหลีกเลี่ยงการต่อเครื่องผ่านศูนย์กลางการบินในตะวันออกกลาง

ผลกระทบและคำแนะนำสำหรับนักเดินทาง
การปรับขึ้นราคา 10-15% นี้จะส่งผลกระทบต่อนักเดินทางในเส้นทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางยอดนิยมสู่ยุโรป อาทิ ลอนดอน ปารีส และแฟรงก์เฟิร์ต ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก
สายการบินอื่นก็ได้รับผลกระทบและปรับขึ้นราคาเช่นกัน
สถานการณ์ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะการบินไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นความท้าทายระดับโลกที่สายการบินชั้นนำอื่นๆ ทั่วโลกก็เริ่มปรับขึ้นค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมน้ำมันเช่นกัน ได้แก่ AirAsia, Air India, Air New Zealand, Cathay Pacific และ Finnair
คุณเชิดโฉม เทิดสถีรสัคดิ์ ยังได้เน้นย้ำและให้คำแนะนำว่า "ผู้โดยสารที่วางแผนจะเดินทางควรรีบจองตั๋วโดยเร็วที่สุดก่อนที่ราคาจะสูงขึ้นไปอีก" เนื่องจากตั๋วในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้ามีจำนวนจำกัดอย่างยิ่งสำหรับหลายเส้นทาง
การบินไทยกับการรับมือสถานการณ์และการเติบโตในอนาคต
แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุน แต่การบินไทยก็ยังคงมีการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยในปี 2565 บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 30,900 ล้านบาท หลังจากขาดทุนในปี 2564 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการที่ศาลกำกับดูแล และคาดการณ์ว่าจะสามารถขยายฝูงบินได้ตามเป้าหมาย

สายการบินยังคงมุ่งมั่นขยายฝูงบินและเส้นทางบิน โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนเครื่องบินจาก 80 ลำเป็น 102 ลำภายในปี 2569 และจะเพิ่มเป็น 129 ลำภายในปี 2571 รวมถึงการเพิ่มความถี่และกลับมาให้บริการในเส้นทางที่เคยบิน ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การบินไทยยังได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางการบินในบางส่วนเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ความขัดแย้ง ซึ่งอาจทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติการอย่างมีนัยสำคัญ
สรุป
การปรับขึ้นราคาบัตรโดยสารของการบินไทย 10-15% เป็นการตอบสนองต่อพลวัตของตลาดโลกที่สำคัญ ทั้งราคาน้ำมันที่ผันผวน และความต้องการเดินทางที่พุ่งสูง ผู้โดยสารควรวางแผนการเดินทางและจองตั๋วแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด ก่อนที่สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปอีก