กองทัพบกรับมือวิกฤตพลังงาน: ประหยัด แต่ไม่ลดทอนความพร้อมภารกิจ
กองทัพบกเด้งรับนโยบายประหยัดพลังงาน WFH ลดใช้เชื้อเพลิง ปรับแอร์ 26°C ย้ำภารกิจพร้อมรับทุกสถานการณ์ อ่านแนวทางรับมือวิกฤตพลังงานโลก.
จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก ทำให้หลายประเทศต้องหันมาให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพลังงานอย่างเข้มข้น ประเทศไทยเองก็เช่นกัน โดยล่าสุด คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 กำหนดแนวทางการประหยัดพลังงานสำหรับหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งกองทัพบก (ทบ.) ได้เร่งสนองตอบนโยบายดังกล่าวทันที ด้วยการวางมาตรการที่มุ่งเน้นทั้งการลดการใช้พลังงานและการรักษาประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง
ทบ. กับแนวคิด "ประหยัดพลังงาน ควบคู่ความพร้อม"
กรมกำลังพลทหารบก กองทัพบก ได้กำหนดแนวทางการจัดกำลังพลและการใช้พลังงานอย่างรัดกุม เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์วิกฤตพลังงาน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อภารกิจหลักด้านความมั่นคงและการดูแลประชาชน:
- การจัดกำลังพล:
- ผู้บังคับหน่วยและตำแหน่งสำคัญ: ยังคงปฏิบัติราชการ ณ ที่ตั้งหน่วย (Work at Office) ตามปกติ เพื่อให้การสั่งการและการตัดสินใจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
- กำลังพลส่วนอื่น: สามารถพิจารณาจัดผลัดสลับการปฏิบัติราชการระหว่างที่ตั้งหน่วย (Work at Office) และที่พักอาศัย (Work from Home) ได้ตามความเหมาะสม โดยมีข้อแม้สำคัญคือต้องไม่กระทบต่อภารกิจของทางราชการ กำลังพลที่ WFH ต้องรายงานตัวผ่านแอปพลิเคชันหรือระบบที่กำหนด สามารถติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลาราชการ และพร้อมกลับมาปฏิบัติหน้าที่ทันทีเมื่อมีความจำเป็น
- มาตรการประหยัดพลังงานในหน่วยงาน:
- การใช้ไฟฟ้า: กำหนดให้ใช้แสงสว่างและเครื่องปรับอากาศเท่าที่จำเป็น โดยปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นมาตรการที่สอดคล้องกับหน่วยงานอื่น ๆ เช่น ธนาคารออมสินที่ประกาศปรับแอร์ที่ 26 องศา และยังรณรงค์ "งดสูท-ผูกเนกไท" ในที่ประชุมเพื่อลดการใช้พลังงานอีกด้วย
- การประชุม: พิจารณาจัดประชุมผ่านระบบออนไลน์ให้มากที่สุด เพื่อลดการเดินทางและประหยัดพลังงานในอาคารสถานที่
- การเดินทาง: หลีกเลี่ยงหรือชะลอการเดินทางไปราชการต่างประเทศ เว้นแต่เป็นภารกิจสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง
- มาตรการประหยัดพลังงานระดับบุคคล: กองทัพบกยังรณรงค์ให้กำลังพลร่วมกันลดการใช้พลังงานในที่พักอาศัย และพิจารณาใช้ระบบขนส่งสาธารณะหากจำเป็นต้องเดินทาง เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

สัญญาณแห่งการปรับตัวของประเทศ
มติ ครม. และการตอบสนองจากหน่วยงานภาครัฐอย่างกองทัพบกและธนาคารออมสิน สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของประเทศในการเตรียมรับมือกับ วิกฤตราคาพลังงาน ที่อาจนำไปสู่ ภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น นอกจากนี้ การนำมาตรการ Work From Home กลับมาใช้อีกครั้ง ไม่ใช่เพียงแค่การปรับตัวฉุกเฉินเหมือนช่วงโควิด-19 แต่เป็นสัญญาณของการปรับระดับการใช้พลังงานของระบบเศรษฐกิจโดยรวม
ภาคธุรกิจขนาดใหญ่หลายแห่ง ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัทอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีก ก็ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานแบบไฮบริด (Hybrid Work) ไว้ล่วงหน้าแล้ว จากประสบการณ์ช่วงโควิด-19 ทำให้การปรับเปลี่ยนครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น

ผลกระทบต่อคนทำงานและการเตรียมตัว
แม้ว่ามาตรการ WFH จะช่วยลดค่าใช้จ่ายบางส่วน เช่น ค่าเดินทาง แต่ในอีกด้านหนึ่งก็อาจทำให้ โครงสร้างค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเปลี่ยนไป โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า น้ำ และอินเทอร์เน็ตที่บ้านที่อาจสูงขึ้น ดังนั้น การบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล การวางแผนค่าใช้จ่าย และการออมเงินสำรองฉุกเฉินจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คนทำงานไม่ควรมองข้าม
สรุป
การที่กองทัพบก เด้งรับนโยบายประหยัดพลังงาน อย่างรวดเร็วและมีแบบแผน ย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการบริหารจัดการพลังงานของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการ คงความพร้อมทุกภารกิจ ในการดูแลความมั่นคงของชาติและประชาชนทุกคน นี่คือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าทุกภาคส่วนสามารถร่วมมือกันเพื่อก้าวผ่านความท้าทายด้านพลังงานและเศรษฐกิจไปพร้อมกันได้