กระทรวงแรงงานเร่งช่วย 23 ลูกเรือไทยในโอมาน: อัปเดตล่าสุดและความคืบหน้าการช่วยเหลือ
เกาะติดความคืบหน้าการช่วยเหลือ 23 ลูกเรือไทยจากเหตุเรือถูกโจมตีในโอมาน กระทรวงแรงงานยืนยันดูแลสิทธิประโยชน์และเร่งนำกลับบ้าน
จากเหตุการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้เกิดความกังวลต่อความปลอดภัยของแรงงานไทยที่พำนักและทำงานอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของลูกเรือไทย 23 คนบนเรือสินค้ามยุรี นารี ที่ถูกโจมตีในโอมาน ซึ่งเป็นประเด็นที่กระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกเรือไทยกลุ่มนี้ พร้อมยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดูแลสวัสดิภาพและสิทธิประโยชน์ของคนไทยทุกคน
ความคืบหน้าการช่วยเหลือ 20 ลูกเรือที่ปลอดภัยแล้ว
กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ประสานงานอย่างรวดเร็วกับบริษัทพรีเซียส ฟลาวเวอร์ส เจ้าของเรือมยุรี นารี เพื่อดูแลลูกเรือไทย 20 คน ที่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาจากเรืออย่างปลอดภัยแล้ว โดยบริษัทฯ ได้จัดหาที่พัก ณ โรงแรม Diwan Al Amir Hotel ในเมืองคาซับ ราชอาณาจักรโอมาน ให้ลูกเรือพักเดี่ยว พร้อมจัดเตรียมอาหาร ยาเวชภัณฑ์ และเครื่องนุ่งห่มที่จำเป็นครบถ้วน

นอกจากนี้ ลูกเรือยังสามารถใช้โทรศัพท์ติดต่อสื่อสารกับครอบครัวในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อคลายความกังวล ในส่วนของลูกเรือที่ได้รับบาดเจ็บที่มือ ก็ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในพื้นที่และกลับมาพักที่โรงแรมเรียบร้อยแล้ว ที่สำคัญ บริษัทฯ ยังได้จัดบริการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตและการให้คำปรึกษาออนไลน์ โดยนักจิตวิทยาและที่ปรึกษาชาวไทยที่ได้รับใบอนุญาตอีกด้วย
กำหนดการเดินทางกลับและเอกสารสำคัญ
สำหรับลูกเรือทั้ง 20 คนนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัส ได้ออกหนังสือเดินทางฉุกเฉินและส่งมอบให้เรียบร้อยแล้ว เพื่อใช้เดินทางออกจากเมืองคาซาบไปยังโอมาน และเตรียมเดินทางกลับประเทศไทยในที่สุด แม้เส้นทางจะต้องผ่านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานงานเพื่อเร่งรัดการออกวีซ่าผ่านแดน รวมถึงทางการโอมานได้ยืนยันจะอำนวยความสะดวกในการผ่านแดนเพื่อขึ้นเครื่องที่เมืองมัสกัส โดยมีกำหนดการเดินทางถึงประเทศไทยในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 16 มีนาคมนี้
ภารกิจช่วยเหลือ 3 ลูกเรือที่เหลือยังคงดำเนินต่อไป
ในขณะที่ลูกเรือ 3 คนที่ยังคงติดอยู่ในเรือ กระทรวงแรงงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและกองทัพเรือ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัส ยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทุกภาคส่วนยืนยันว่าจะไม่ยุติการค้นหาและจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อความปลอดภัยของลูกเรือไทยที่ยังติดอยู่

สิทธิประโยชน์และค่าตอบแทนเต็มจำนวน
เป็นข่าวดีสำหรับลูกเรือและครอบครัว โดยบริษัทเจ้าของเรือยืนยันว่าลูกเรือทุกคนจะได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน รวมถึงค่าตอบแทนพิเศษสำหรับการปฏิบัติงานในพื้นที่สงครามตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง นับตั้งแต่วันเริ่มงานจนถึงวันที่เดินทางกลับถึงกรุงเทพมหานคร โดยบริษัทจะโอนค่าจ้างเข้าบัญชีธนาคารของลูกเรือแต่ละรายภายในวันสิ้นเดือนตามปกติ
นอกจากนี้ ในส่วนของทรัพย์สินส่วนตัวที่ลูกเรือต้องทิ้งไว้บนเรือ บริษัทจะดำเนินการชดเชยค่าเสียหายเต็มจำนวนให้แก่ลูกเรือแต่ละรายในระยะเวลาที่เหมาะสม และที่สำคัญ บริษัทได้ยืนยันเจตนารมณ์ที่จะรักษาการจ้างงานของลูกเรือทุกคน แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและเจตนาดีต่อพนักงาน
ภาพรวมสถานการณ์แรงงานไทยในตะวันออกกลางและการเตือนภัย
นายสันติ นันตสุวรรณ ยังกล่าวถึงภาพรวมแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศและพำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางจำนวนประมาณ 67,047 คน โดยมีผู้แจ้งความประสงค์ผ่านสถานเอกอัครราชทูตเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว 977 คน ซึ่งได้เดินทางกลับมาแล้ว 72 คน และอยู่ระหว่างรอเดินทางกลับอีก 9 คนจากบาห์เรน
ในขณะเดียวกัน กองทัพเรือ โดยศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล ได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์ความมั่นคงทางทะเลเพิ่มเติม ลงวันที่ 13 มีนาคม 2569 ให้ผู้ประกอบการเดินเรือและเรือพาณิชย์ไทยเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย อ่าวโอมาน และช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดขึ้น และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการใช้ทุ่นระเบิดทางทะเล กองทัพเรือได้ออกคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงสูง เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของลูกเรือและเรือไทย
กระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยในต่างแดนทุกคน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะได้รับการดูแลและกลับสู่มาตุภูมิอย่างปลอดภัย