ต้อนรับคนไทยชุดแรกจากอิหร่าน: ยืนยันคำมั่น "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"
29 คนไทยชุดแรกอพยพจากอิหร่านถึงสุวรรณภูมิ รัฐมนตรีต่างประเทศต้อนรับ เผยภารกิจสุดหิน ย้ำนโยบาย "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" พร้อมเดินหน้าช่วยเหลือต่อเนื่อง
ในห้วงเวลาที่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นที่จับตาของทั่วโลก รัฐบาลไทยได้แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความมุ่งมั่นในการดูแลพลเมืองของตนเองอย่างแท้จริง เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เกิดภาพแห่งความประทับใจและความอบอุ่นขึ้น เมื่อคนไทยชุดแรกจำนวน 29 คน ที่อพยพออกจากอิหร่าน ได้เดินทางกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นและคำยืนยันจากรัฐบาลว่า "จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง".

ภารกิจอันยากลำบากสู่บ้านเกิด
เที่ยวบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK 68 ได้นำพาคนไทยกลุ่มแรกซึ่งส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านและนักศึกษาเดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเวลาประมาณ 15.02 น. โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางมาให้การต้อนรับและให้กำลังใจด้วยตนเอง บรรยากาศเต็มไปด้วยความโล่งใจและซาบซึ้งใจจากผู้ที่ผ่านพ้นสถานการณ์ความไม่แน่นอนมาได้
การเดินทางกลับบ้านครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย คนไทยกลุ่มนี้ต้องเผชิญกับเส้นทางที่ท้าทายอย่างยิ่ง โดยสารรถยนต์เป็นระยะทางนานกว่า 10 ชั่วโมง จากกรุงเตหะรานไปยังชายแดนตุรกี จากนั้นจึงพักค้างคืนที่ตุรกี 1 คืน ก่อนจะต่อเครื่องบินจากนครอิสตันบูลกลับสู่ประเทศไทย ความสำเร็จของภารกิจนี้เป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในอิหร่าน และความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทางการตุรกีและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ที่ได้ช่วยอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง.
คำมั่นสัญญา "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"
รัฐมนตรีสีหศักดิ์ได้เน้นย้ำว่า การอพยพคนไทยครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายอันชัดเจนของนายกรัฐมนตรีที่ห่วงใยคนไทยในต่างประเทศ และต้องการให้ทุกคนที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการสู้รบระหว่างอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงรายงานการโจมตีด้วยขีปนาวุธต่อเนื่องในหลายพื้นที่.
ในขณะที่มีคนไทยบางส่วนโดยเฉพาะนักศึกษาที่ยังคงประสงค์จะพำนักอยู่ในอิหร่านต่อไป แต่สำหรับผู้ที่แจ้งความประสงค์จะกลับบ้าน รัฐบาลไทยได้วางแผนการช่วยเหลือไว้อย่างรอบด้าน.

ความช่วยเหลือต่อเนื่องและมาตรการเยียวยา
ภารกิจการอพยพยังคงดำเนินต่อไป โดยในวันที่ 10 มีนาคม 2569 คาดว่าจะมีคนไทยอีก 23 คน เดินทางกลับมา และในวันเดียวกัน จะมีคนไทยอีกกลุ่มประมาณ 75 คน เดินทางออกจากกรุงเตหะรานไปยังชายแดนตุรกีเพื่อต่อเครื่องกลับประเทศไทยเช่นกัน ภาพรวมแล้ว ศบก. ได้ช่วยคนไทยพ้นพื้นที่เสี่ยงไปแล้วกว่า 322 ราย และกำลังดำเนินการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง.
นอกจากการอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับแล้ว กระทรวงแรงงานยังได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือสำหรับแรงงานไทยที่กลับจากต่างประเทศอย่างครอบคลุม:
- การต้อนรับและลงทะเบียน: จัดเจ้าหน้าที่รับที่สนามบิน พร้อมระบบ QR Code สำหรับลงทะเบียนความต้องการหางานใหม่ ฝึกอาชีพ หรือพัฒนาทักษะภาษา.
- สิทธิประโยชน์กองทุน:
- เงินสงเคราะห์ 15,000 บาท สำหรับผู้กลับเนื่องจากสงคราม.
- เงินสงเคราะห์ 30,000 บาท กรณีทุพพลภาพ.
- เงินสงเคราะห์ 40,000 บาท และค่าจัดการศพตามจริงไม่เกิน 40,000 บาท กรณีเสียชีวิต.
- ช่องทางการสื่อสาร: ขอความร่วมมือครอบครัวแจ้งญาติอัปเดตแอปพลิเคชัน “Smart TOEA” เพื่อรับข้อมูลและขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน.
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความสามารถในการจัดการวิกฤติของภาครัฐ แต่ยังตอกย้ำถึงจิตวิญญาณแห่งความสามัคคีและน้ำใจที่คนไทยมีให้แก่กัน “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำพูด แต่คือการกระทำที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของชีวิตคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง.