ทบ.-ทร. ขานรับมาตรการประหยัดพลังงาน WFH สลับเข้าเวร ชะลอไป ตปท. รับมือวิกฤตพลังงานโลก
กองทัพบกและกองทัพเรือขานรับมาตรการประหยัดพลังงาน WFH สลับเข้าเวร ชะลอเดินทาง ตปท. รับมือวิกฤตพลังงานโลก พร้อมมาตรการจากออมสิน
ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความตึงเครียด ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและพลังงานทั่วโลก รัฐบาลไทยได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อบริหารจัดการพลังงานของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ในการดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง ล่าสุด กองทัพบกและกองทัพเรือได้ขานรับนโยบายนี้อย่างแข็งขัน ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและมาตรการประหยัดพลังงานที่เข้มข้นขึ้น เพื่อลดการใช้ทรัพยากรของชาติ พร้อมทั้งรักษาประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจหลักของกองทัพให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
กองทัพบกเดินหน้าประหยัดพลังงาน ควบคู่รักษาประสิทธิภาพ
กองทัพบก โดยกรมกำลังพลทหารบก ได้กำหนดแนวทางการจัดกำลังพลปฏิบัติราชการควบคู่ไปกับมาตรการประหยัดพลังงานตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤตพลังงาน โดยให้กำลังพลในตำแหน่งผู้บังคับหน่วยและตำแหน่งสำคัญยังคงปฏิบัติราชการในที่ตั้งหน่วย (Work at Office - WFO) ตามปกติ
สำหรับกำลังพลนอกเหนือจากตำแหน่งดังกล่าว หน่วยสามารถพิจารณาจัดผลัดสลับการปฏิบัติราชการระหว่างที่ตั้งหน่วยและที่พักอาศัย (Work from Home - WFH) ได้ตามความเหมาะสม โดยต้องไม่กระทบต่อภารกิจหลักของทางราชการ กำลังพลที่ WFH ต้องรายงานตัวผ่านระบบแอปพลิเคชันหรือระบบสื่อสารที่หน่วยกำหนดในเวลา 08.30 น. และ 13.00 น. พร้อมทั้งต้องสามารถติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลาราชการ และเดินทางกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีเมื่อมีความจำเป็น

นอกจากนี้ กองทัพบกยังได้กำหนดมาตรการประหยัดพลังงานในระดับบุคคลและระดับหน่วย อาทิ:
- ระดับบุคคล: ร่วมกันลดการใช้พลังงานในที่พักอาศัย พิจารณาใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
- ระดับหน่วย: ใช้แสงสว่างและเครื่องปรับอากาศเท่าที่จำเป็น กำหนดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส พิจารณาจัดประชุมผ่านระบบออนไลน์ และบูรณาการกำลังพลให้ปฏิบัติงานในพื้นที่เดียวกันเพื่อลดการใช้พลังงานในอาคารสถานที่
- การเดินทาง: หลีกเลี่ยงหรือชะลอการเดินทางไปราชการต่างประเทศ เว้นแต่เป็นภารกิจสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง
กองทัพเรือและหน่วยงานภาครัฐร่วมขานรับนโยบาย
ทางด้าน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้เปิดเผยว่า กองทัพเรือขานรับมาตรการประหยัดพลังงานตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสั่งการ โดยเน้นย้ำว่า การจัด WFH ต้องไม่กระทบต่อภารกิจหลักของหน่วยงานเช่นกัน
มาตรการประหยัดพลังงานนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่กองทัพเท่านั้น แต่ยังขยายผลไปสู่หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจอื่น ๆ เช่น ธนาคารออมสิน ที่ได้ประกาศ 4 มาตรการสำคัญเพื่อรับมือวิกฤตราคาพลังงานโลก ทั้งการลดใช้ไฟฟ้า-เชื้อเพลิง ปรับแอร์ไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส และเริ่มต้นด้วยแนวปฏิบัติ "งดสูท-ผูกเนกไท" ในที่ประชุม เพื่อเป็นต้นแบบในการลดใช้พลังงาน นอกจากนี้ยังเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

เสียงสะท้อนจากประชาชนและข้อเสนอแนะ
แม้มาตรการ WFH และการงดเดินทางไปต่างประเทศของหน่วยงานรัฐจะเดินหน้าไปแล้ว ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ทั้งเห็นด้วยและตั้งข้อสังเกตถึงภาระค่าไฟฟ้าที่ประชาชนจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเมื่อต้องทำงานที่บ้าน
นักวิชาการด้านนโยบายพลังงานจาก TDRI ได้เสนอแนะให้รัฐบาลพิจารณาตรึงราคาค่าไฟฟ้าเพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชน พร้อมย้ำว่าไม่ว่าจะมีวิกฤตพลังงานหรือไม่ ประเทศไทยก็ควรเดินหน้านโยบายประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน จึงเป็นพลังสำคัญในการก้าวผ่านสถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านพลังงานนี้ไปด้วยกัน และสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานให้กับประเทศในอนาคต