กลุ่มโรงกลั่นฯ ยืนยันความมั่นคงด้านพลังงานไทย: 4 กลยุทธ์รุดหน้า สู้ความผันผวนโลก
กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันฯ ใช้ 4 กลยุทธ์เชิงรุกเพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของไทย รับมือราคาน้ำมันโลกผันผวน ยืนยันน้ำมันสำรองเพียงพอ 95 วัน.
ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตลาดพลังงานโลก ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลต่อผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ในฐานะประเทศผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่ กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และได้ดำเนินการเชิงรุกอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้
รายงานจากกลุ่มโรงกลั่นฯ ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ โดยมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการบริหารจัดการพลังงานของชาติ โดยได้วาง 4 กลยุทธ์หลัก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนไทย
4 กลยุทธ์สำคัญ เสริมแกร่งความมั่นคงด้านพลังงานไทย
เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานและรักษาเสถียรภาพการจัดหาน้ำมัน กลุ่มโรงกลั่นฯ ได้นำ 4 กลยุทธ์เชิงรุกมาใช้ในการบริหารจัดการ:

1. ปริมาณน้ำมันสำรองระดับประเทศเพียงพอรองรับการใช้งาน
- ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองทั้งในประเทศและอยู่ระหว่างการขนส่งที่เพียงพอต่อความต้องการใช้ โดยในปัจจุบันมีน้ำมันในระบบที่สามารถรองรับการใช้งานได้ประมาณ 65 วัน และยังมีการจัดซื้อน้ำมันดิบเพื่อนำมาผลิตต่อเนื่องอีกกว่า 30 วัน เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอต่อการใช้งานได้นานถึง 95 วัน ซึ่งสอดคล้องกับรอบการจัดหาและผลิตใหม่ ทำให้ระบบการผลิตและจัดส่งน้ำมันดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
2. การดำเนินการเชิงรุกด้านการขนส่งทางเรือ
- แม้สถานการณ์โลกอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือหลักอย่าง "ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นทางผ่านของน้ำมันดิบประมาณ 20% ของโลก แต่กลุ่มโรงกลั่นฯ ได้จัดทำแผนสำรองในการปรับเปลี่ยนแหล่งจัดหา โดยสามารถจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นที่ไม่ได้ผ่านเส้นทางดังกล่าว เช่น ทวีปแอฟริกาและทวีปอเมริกา เพื่อป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันดิบเข้าสู่ระบบการกลั่น
3. การจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความผันผวน
- แม้ต้นทุนด้านต่างๆ จะปรับตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ (Crude Premium) ค่าขนส่งทางเรือ (Freight) และค่าประกันภัย แต่กลุ่มโรงกลั่นฯ ยังคงเดินหน้าจัดซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้าและเดินเครื่องการผลิตอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีน้ำมันเชื้อเพลิงรองรับความต้องการใช้ในประเทศอย่างแน่นอนในทุกสถานการณ์

4. ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาครัฐ
- กลุ่มโรงกลั่นฯ ได้ร่วมมือกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์และดูแลความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เพื่อให้ประชาชนและภาคอุตสาหกรรมมีน้ำมันเชื้อเพลิงใช้อย่างเพียงพอและรักษาเสถียรภาพทางพลังงานในระยะยาว
ความมุ่งมั่นเพื่ออนาคตพลังงานไทย
จากสถานการณ์ความผันผวนของราคาน้ำมันและการสู้รบในภูมิภาคสำคัญของโลก ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการพลังงานเชิงรุก กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันฯ ได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย ด้วยการวางแผนที่รัดกุม การดำเนินการที่เด็ดขาด และความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศก้าวผ่านช่วงเวลาท้าทายนี้ไปได้ และมีพลังงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างไม่สะดุด
ดังนั้น ประชาชนและภาคธุรกิจจึงมั่นใจได้ว่า ประเทศไทยยังคงมีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอต่อการใช้งาน ด้วยการบริหารจัดการที่ดีและวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว.