สภาพอากาศวันนี้: เหนือ-อีสานระอุ! ร้อนจัดต่อเนื่อง อุณหภูมิพุ่งแตะ 38 องศาเซลเซียส พร้อมรับมือฝนฟ้าคะนอง
กรมอุตุฯ เตือนสภาพอากาศวันนี้ทั่วไทยร้อนต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสานอุณหภูมิสูงสุด 38 องศาฯ พร้อมระวังฝนฟ้าคะนองและฝุ่นละออง เตรียมรับมือ!
ประเทศไทยยังคงเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนระอุอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อุณหภูมิสูงสุดมีแนวโน้มพุ่งสูงแตะ 38 องศาเซลเซียส ในวันนี้ (17 มี.ค. 2569) ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา นอกจากความร้อนที่ต้องระวังแล้ว ยังคงมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองและฝุ่นละอองที่ต้องเฝ้าระวังด้วยเช่นกัน

ภาพรวมสภาพอากาศประเทศไทยวันนี้
กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้ก็จะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งเช่นกัน
สาเหตุหลักมาจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังอ่อนจากประเทศจีนยังคงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้เกิดทั้งความร้อนและความชื้นที่เอื้อต่อการเกิดฝนฟ้าคะนอง
พยากรณ์อากาศรายภาค (17 มี.ค. 2569)
- ภาคเหนือ: อากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ตาก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: อากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณเลย ชัยภูมิ และนครราชสีมา
- ภาคกลาง: อากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณอุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม
- ภาคตะวันออก: อากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส คลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณระนอง พังงา และกระบี่ อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ช่วง 17-22 มีนาคม: ร้อนขึ้นอีก! พร้อมฝุ่นละออง
กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนว่า ในช่วงวันที่ 17 – 22 มีนาคม 2569 ประเทศไทยจะมีอากาศร้อนขึ้นโดยทั่วไป โดยเฉพาะภาคกลางและภาคตะวันออกที่อาจมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง เนื่องจากมวลอากาศเย็นมีกำลังอ่อนลง ทำให้ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะนำพาความชื้นเข้ามามากขึ้น
สำหรับสถานการณ์ฝุ่นละอองในระยะนี้ ประเทศไทยตอนบนมีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างมาก เนื่องจากมีการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์อ่อน ประชาชนควรเฝ้าระวังและตรวจสอบค่า PM2.5 ในพื้นที่ของตนเองอย่างสม่ำเสมอ
ข้อควรปฏิบัติเพื่อดูแลสุขภาพในช่วงอากาศร้อน
ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัดและมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ประชาชนจึงควรดูแลรักษาสุขภาพเป็นพิเศษ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: หลีกเลี่ยงภาวะขาดน้ำที่อาจนำไปสู่อาการฮีทสโตรก
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งนานๆ: หากจำเป็น ควรสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี หมวก และแว่นกันแดด
- ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง: หากเกิดฝนฟ้าคะนอง ควรหลบในที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณา
- เฝ้าระวังฝุ่นละออง: หากมีค่า PM2.5 สูง ควรสวมหน้ากากอนามัย และลดกิจกรรมกลางแจ้ง
- ชาวเรือ: บริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
การติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้คุณเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้อย่างทันท่วงที ขอให้ทุกท่านดูแลสุขภาพตนเองและคนรอบข้างให้ปลอดภัยจากความร้อนและภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้