ประเทศไทย: ท่ามกลางความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และภูมิอากาศ
สำรวจประเด็นร้อนในประเทศไทย ทั้งการยึด E-waste, ปัญหาเกษตรกรถูกกดราคา และการรับมือวิกฤตภูมิอากาศ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน.
ประเทศไทย ดินแดนแห่งรอยยิ้มและวัฒนธรรมอันงดงาม กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายหลากหลายมิติที่สำคัญ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจและการแก้ไขปัญหาที่ครอบคลุม เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าประทับใจและเป็นบ้านที่มั่นคงสำหรับทุกคน บทความนี้จะเจาะลึกถึงประเด็นร้อนที่ประเทศไทยกำลังรับมือในปัจจุบัน
ประเทศไทยยืนหยัดไม่เป็น “แหล่งทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์” ของโลก
หนึ่งในประเด็นเร่งด่วนที่กำลังเป็นที่จับตาคือ ความพยายามของภาครัฐในการปราบปรามการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ (e-waste) เข้าสู่ประเทศ เมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าหน้าที่ศุลกากรไทยได้ยึดขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมายรวม 284 ตัน ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี โดยมีการสำแดงเท็จว่าเป็นเศษโลหะจากเฮติ และสหรัฐอเมริกา

การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามเบาะแสจากเครือข่าย Basel Action Network (BAN) ซึ่งเป็นองค์กรที่ตรวจสอบการค้าสินค้าอันตรายที่ละเมิดอนุสัญญาบาเซิล โดยประเทศไทยได้ให้สัตยาบันแก่อนุสัญญาดังกล่าวเมื่อเดือนมีนาคม 2566 และมีกฎหมายห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์มาตั้งแต่ปี 2563 และเข้มงวดมากขึ้นในปี 2568 ครอบคลุม e-waste กว่า 463 ประเภท รัฐบาลไทยภายใต้การนำของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยจะไม่เป็น "แหล่งทิ้งขยะ" ของโลก โดยจะเร่งผลักดันให้มีการส่งขยะเหล่านี้กลับไปยังประเทศต้นทางตามหลักอนุสัญญาบาเซิลและกฎหมายไทย ซึ่งมีบทลงโทษรุนแรงถึงจำคุกและปรับ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน

คุ้มครองเกษตรกร: การสกัดกั้นธุรกิจนอมินีฉวยโอกาส
อีกหนึ่งปัญหาที่กัดกร่อนเศรษฐกิจฐานรากคือ การใช้ธุรกิจนอมินีชาวต่างชาติเพื่อครอบงำอุตสาหกรรมการเกษตร ดังเช่นกรณีของกลุ่มบริษัทสัญชาติจีนที่ใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อควบคุมการผลิตมะพร้าวน้ำหอมในจังหวัดราชบุรีและจังหวัดใกล้เคียง บริษัทเหล่านี้ดำเนินการเป็นนายหน้าและผู้ส่งออก โดยกดราคารับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกรไทยให้ต่ำมาก (2-5 บาทต่อลูก) ในขณะที่นำไปแปรรูปและส่งออกในราคาสูงลิ่ว (35-50 บาทต่อลูก) เพื่อทำกำไรมหาศาลให้กับนักลงทุนต่างชาติ
พฤติกรรมดังกล่าวทำให้เกษตรกรไทยถูกกีดกันจากระบบการค้าปกติ ส่งผลให้ราคามะพร้าวทั่วประเทศตกต่ำและไม่เสถียร การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่พบว่ามีบริษัทลักษณะนี้อย่างน้อย 15 แห่ง ที่ดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายและมีการรายงานผลประกอบการขาดทุนเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี รัฐบาลจึงเร่งดำเนินการปราบปรามและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องผลประโยชน์และความเป็นอยู่ที่ดีของเกษตรกรไทย
รับมือ “การย้ายถิ่นฐานจากวิกฤตด้านภูมิอากาศ” เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นอีกหนึ่งความท้าทายระยะยาวที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 9 ของโลกที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุดในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่ปรากฏการณ์ต่างๆ เช่น น้ำท่วมรุนแรง ระดับน้ำทะเลหนุนสูง และภัยแล้ง ที่ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของประชากรในรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น
เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM Thailand) และ 14 มหาวิทยาลัยเครือข่าย SUN Thailand ได้จัดประชุมหารือทางวิชาการเพื่อวางรากฐานการพัฒนาเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และผลักดันให้ประเด็น "การย้ายถิ่นฐาน" ถูกมองเป็นกลยุทธ์เชิงบวกในการสร้างความสามารถในการปรับตัว (Resilience) ต่อการเปลี่ยนแปลง แทนที่จะเป็นเพียงผลกระทบเชิงลบ ความร่วมมือนี้จะช่วยขับเคลื่อนให้นโยบายการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทยมีความครอบคลุมและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
ประเทศไทยกำลังมุ่งมั่นที่จะก้าวผ่านความท้าทายเหล่านี้ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคง ยุติธรรม และยั่งยืนสำหรับคนไทยทุกคน