วิกฤตน้ำมัน: รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา สร้างความมั่นใจ "น้ำมันเพียงพอ ไม่ขาดแคลน"
รัฐบาลเดินหน้ามาตรการเร่งด่วนรับมือวิกฤตน้ำมัน ทั้งผ่อนปรนสำรอง จัดระเบียบกระจาย และปราบปรามกักตุน ยันน้ำมันเพียงพอ สร้างความมั่นใจประชาชน.
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนชาวไทยหลายท่านอาจสัมผัสได้ถึงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติจนเกิดปัญหาการกระจายและภาพปั๊มน้ำมันบางแห่งไม่มีน้ำมันจำหน่าย อย่างไรก็ตาม ภาครัฐได้ออกมาตรการเร่งด่วนและยืนยันอย่างหนักแน่นถึงความพร้อมในการบริหารจัดการสถานการณ์ เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันจะไม่ขาดแคลนและเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง
รัฐบาลเดินหน้ามาตรการเร่งด่วน สางปมน้ำมันไม่เพียงพอ
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อติดตามผลการนำน้ำมันสำรองออกใช้และการกระจายน้ำมันทั่วประเทศ การประชุมครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการน้ำมันยักษ์ใหญ่ของประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง เช่น ปตท., โออาร์, บางจาก, เชลล์, พีทีจี และซัสโก้
นายพิพัฒน์ได้เน้นย้ำถึง 3 มาตรการเร่งด่วนที่รัฐบาลได้ประกาศใช้ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ความต้องการน้ำมันส่วนเกินที่ผิดปกติ:
- ผ่อนปรนการสำรองน้ำมัน: เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบให้มากขึ้นและรองรับความต้องการที่สูงขึ้น
- ผ่อนผันการเดินรถบรรทุกน้ำมัน 24 ชั่วโมง: เพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการทั่วประเทศ
- เข้มงวดป้องกันการกักตุน: ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีอนุญาตให้นำน้ำมันสำรองตามกฎหมายออกมาให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมตรวจสอบและเอาผิดผู้ที่กักตุน
นายพิพัฒน์ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยงานรักษาความลับของการประชุม เพื่อให้ข้อมูลที่สื่อสารต่อสาธารณะมีความถูกต้องแม่นยำ และป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจบิดเบือนข้อมูลและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

กระทรวงพลังงานยืนยันน้ำมันเพียงพอ สั่งรายงานสต็อกทุกวัน
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้ยืนยันว่าประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอและมีน้ำมันดิบเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้ความต้องการใช้น้ำมันของประชาชนจะพุ่งสูงขึ้นถึง 20% จากเดิม 64 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาการบริหารจัดการและกระจายน้ำมัน
เพื่อจัดระเบียบและสร้างความโปร่งใส กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้ผู้ค้ามาตรา 7 ซึ่งรวมถึง ปตท., โออาร์, บางจาก, เชลล์ และจ๊อบเบอร์ ต้องรายงานข้อมูลการรับหรือผลิตน้ำมันในแต่ละวัน และปริมาณที่จำหน่ายให้กับใครบ้าง ไปยังกรมธุรกิจพลังงานทุกวัน ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ภาครัฐเห็นภาพรวมการกระจายน้ำมันจากโรงกลั่นกว่า 70 ล้านลิตร และสามารถบริหารจัดการให้กลับสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว
นอกจากนี้ ยังมีการสนธิกำลังร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและตำรวจ ออกตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน หากพบว่าปั๊มใดมีน้ำมันแต่ไม่จำหน่าย หรือมีการกักตุน/ลักลอบส่งออก จะถือว่ามีความผิดและดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อป้องกันการเก็งกำไรในสถานการณ์วิกฤต

แนวโน้มและราคาปัจจุบัน
นายพิพัฒน์ได้ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการภายในสัปดาห์นี้ว่าต้องไม่มีภาพปั๊มน้ำมันไม่มีน้ำมันจำหน่ายอีกต่อไป และคาดว่าจะมีการนำน้ำมันสูตรใหม่ ดีเซล B20 มาจำหน่ายให้กับภาคอุตสาหกรรมได้ภายในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ
สำหรับราคาน้ำมัน ณ วันที่ 24 มีนาคม 2569 ยังคงมีการอัปเดตจากผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล ประชาชนสามารถตรวจสอบราคาล่าสุดได้จากเว็บไซต์ของบริษัทน้ำมันชั้นนำ เพื่อวางแผนการเดินทางและค่าใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม
สรุปได้ว่า รัฐบาลไทยกำลังเร่งแก้ไขปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการเพิ่มปริมาณ การกระจาย และการควบคุมการกักตุน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด