'อนุทิน' ยัน 'น้ำมัน' ในประเทศไม่ขาดแคลน แต่ขอประชาชนช่วยประหยัด พร้อมเผยมาตรการรัฐสร้างความมั่นคงพลังงาน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ย้ำน้ำมันในประเทศมีเพียงพอ ไม่ขาดแคลน แต่ขอประชาชนร่วมใจประหยัดพลังงาน พร้อมเผยมาตรการรัฐสร้างความมั่นคงด้านเชื้อเพลิง.
ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานทั่วโลก ประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่จับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเกิดคำถามในหมู่ประชาชนว่าน้ำมันในประเทศจะเพียงพอหรือไม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่า น้ำมันในประเทศไทยไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน แต่ได้ขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยกันประหยัดพลังงาน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงของประเทศในระยะยาว

น้ำมันไม่ขาดแคลน: รัฐบาลยืนยันสถานการณ์พลังงานไทย
นายอนุทินได้เปิดเผยหลังการหารือกับผู้ค้าน้ำมันและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ผู้ประกอบการทุกรายที่นำเข้าน้ำมันดิบได้ยืนยันตรงกันว่า ยังไม่มีปัญหาหรือสัญญาณใดๆ ที่จะบ่งชี้ถึงการขาดแคลนน้ำมันดิบในประเทศ ที่ผ่านมา ความกังวลของประชาชนส่วนหนึ่งเกิดจากข่าวสารบนโซเชียลมีเดียที่ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน รวมถึงปัญหาในการบริหารจัดการระบบขนส่งน้ำมัน และการที่ภาคอุตสาหกรรมบางส่วนไปแย่งซื้อน้ำมันจากสถานีบริการเนื่องจากมีส่วนต่างของราคาถึงลิตรละ 11 บาท ซึ่งไม่ได้แปลว่าน้ำมันขาดแคลน แต่เป็นเพียงปัญหาการกระจายและการบริหารจัดการเท่านั้น รัฐบาลจึงกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อลดความตื่นตระหนก
สำรองน้ำมันมั่นคง: ไทยแข็งแกร่งที่สุดในอาเซียน
เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน นายอนุทินและนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยืนยันว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองในระดับที่เพียงพอ จากเดิมที่สามารถสำรองได้ 60 วัน ขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 90-96 วัน และตั้งเป้าหมายที่จะรักษาระดับสำรองให้ได้ถึง 100 วัน โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน การที่ประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำมันจะส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มจำนวนวันสำรอง ซึ่งเป็นหลักประกันความมั่นคงทางพลังงานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

มาตรการบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน
รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์นี้ และได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อบริหารจัดการพลังงานให้เกิดความยั่งยืน ได้แก่:
- การบริหารจัดการกองทุนน้ำมัน: เพื่อพยุงราคาน้ำมันและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนตามความเหมาะสมของงบประมาณ
- การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง: เร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชน เพื่อลดความเข้าใจผิดและลดการตื่นตระหนก
- แยกช่องทางจัดหาน้ำมันสำหรับภาคอุตสาหกรรม: เสนอให้จัดส่งผ่านระบบขายส่งหรือเติมโดยตรงเข้าถังของหน่วยงาน เพื่อลดความแออัดหน้าปั๊มและป้องกันการกักตุน
- การกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน: ประเทศไทยยังคงสามารถจัดหาน้ำมันจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเจรจาซื้อก๊าซและเชื้อเพลิงจากประเทศนอกภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มเติม
- พลังงานไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ: ย้ำว่าไฟฟ้าในประเทศไทยผลิตจากก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก ซึ่งผลิตได้เองจากอ่าวไทย และมีการเพิ่มโรงผลิตก๊าซเพื่อรองรับความต้องการ
บทบาทประชาชน: ร่วมสร้างความมั่นคงพลังงาน
นายอนุทินขอให้ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวลจนถึงขั้นตื่นตระหนกหรือไปสำรองน้ำมันเก็บไว้ เพราะไม่จำเป็นและอาจสร้างปัญหาการบริหารจัดการให้กับระบบโดยรวม รัฐบาลยืนยันว่าจะพยายามบริหารจัดการอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ราคาน้ำมันผันผวนรุนแรง และแม้ประเทศไทยจะไม่ได้ผลิตน้ำมันเองทั้งหมด แต่ก็มีการนำเข้าจากหลายภูมิภาคเพื่อกระจายความเสี่ยง สิ่งสำคัญที่สุดคือการร่วมมือร่วมใจของประชาชนในการประหยัดพลังงานทุกรูปแบบ เพื่อให้เราทุกคนก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้อย่างมั่นคง
โดยสรุปคือ น้ำมันในประเทศไม่ขาดแคลน แต่การประหยัดและการบริหารจัดการที่ดีคือหัวใจสำคัญในการรับมือกับความผันผวนของสถานการณ์โลก รัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ และขอเชิญชวนประชาชนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย