ไทยไม่ขาดแคลนน้ำมัน! รัฐบาลยืนยันมีสำรองเพียงพอ 96 วัน พร้อมแนวทางรับมือวิกฤตพลังงาน
รัฐบาลยืนยันไทยมีน้ำมันสำรอง 96-100 วัน ไม่ขาดแคลน ปัญหาอยู่ที่การบริหารจัดการและ panic buying พร้อมมาตรการรับมือ วอนประชาชนร่วมใจประหยัด.
ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้น ความกังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ประชาชนชาวไทยให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยได้ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นถึงความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยเน้นย้ำว่า ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอและไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนแต่อย่างใด
ความมั่นคงทางพลังงานของไทย: มีน้ำมันเพียงพอแน่นอน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาแถลงยืนยันว่า ประเทศไทยมีน้ำมันดิบเพียงพอสำหรับการกลั่นและใช้งานในประเทศไม่น้อยกว่า 96 วัน ซึ่งกรมธุรกิจพลังงานระบุว่ารวมน้ำมันสำรองเพื่อการค้า น้ำมันสำรองตามกฎหมาย น้ำมันระหว่างการขนส่ง และน้ำมันที่จัดหาเรียบร้อยแล้ว และอาจสูงถึง 100 วันจากการบริหารจัดการที่ดีขึ้น ทำให้ไทยมีน้ำมันสำรองมากที่สุดในอาเซียน
ปัญหาที่เกิดขึ้นและทำให้ประชาชนเกิดความกังวลนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้มาจากการขาดแคลนน้ำมันดิบในคลัง แต่เป็นเรื่องของการ บริหารจัดการระบบขนส่ง และที่สำคัญคือ การตื่นตระหนกของประชาชน ที่เร่งซื้อและกักตุนน้ำมันล่วงหน้า ทำให้บางปั๊มอาจไม่ได้สำรองน้ำมันไว้ในสถานการณ์ปกติ รวมถึงกรณีที่ภาคอุตสาหกรรมบางส่วนเข้ามาซื้อน้ำมันหน้าปั๊ม ซึ่งมีส่วนต่างราคาสูงถึงลิตรละ 11 บาท จึงสร้างความเข้าใจผิดว่าน้ำมันเริ่มขาดตลาด
มาตรการรับมือและสร้างความเชื่อมั่น
เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการหลายด้าน:
- เร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง: กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันในประเทศ เพื่อลดความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์
- บริหารจัดการการจำหน่าย: พิจารณาจำกัดการขายในปริมาณมากผิดปกติ เช่น การนำรถบรรทุกหรือถังขนาดใหญ่มาซื้อเพื่อกักตุน เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนทั่วไปที่มาใช้บริการตามปกติ
- แยกช่องทางจัดหาน้ำมันสำหรับอุตสาหกรรม: เสนอให้จัดส่งผ่านระบบขายส่งหรือเติมในถังของหน่วยงานโดยตรง แทนการมาใช้บริการที่สถานีบริการ เพื่อลดความแออัดและความกังวลของประชาชน
- กระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน: เดินหน้าจัดหาน้ำมันจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงเจรจาซื้อก๊าซและเชื้อเพลิงจากประเทศนอกภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มเติม เพื่อลดการพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่ง และรับมือความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
- คงการส่งออกน้ำมันไปยัง สปป.ลาว: กระทรวงพลังงานยืนยันว่ายังคงการส่งออก เนื่องจากไทยยังพึ่งพาพลังงานจาก สปป.ลาว ในบางส่วน อย่างไรก็ตาม จะเพิ่มความเข้มงวดในทุกขั้นตอนเพื่อป้องกันการลักลอบส่งต่อไปยังประเทศที่สาม
กระทรวงพลังงานยังได้สรุป 5 แผนหลักในการรับมือวิกฤตพลังงาน โดยยืนยันว่าไทยมีแผนสำรองและสามารถนำเข้าจากแหล่งอื่นๆ มาชดเชยแหล่งหลักได้อย่างต่อเนื่อง และมีการผลิตไฟฟ้าโดยก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยของตัวเอง ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภายนอก
ร่วมใจประหยัดพลังงาน เพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืน
แม้ว่าปริมาณน้ำมันสำรองของไทยจะอยู่ในระดับที่น่าพอใจและสูงสุดในภูมิภาคอาเซียน แต่นายกรัฐมนตรีได้ย้ำเตือนให้ประชาชน ตระหนักรู้และเริ่มใช้มาตรการประหยัดน้ำมัน รวมถึงประหยัดเชื้อเพลิงและพลังงานอื่นๆ การประหยัดจะช่วยเพิ่มจำนวนวันสำรองน้ำมันภายในประเทศให้สูงขึ้นไปอีก และลดภาระกองทุนน้ำมันในการพยุงราคาที่ผันผวนตามตลาดโลก
สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ตื่นตระหนกและหลีกเลี่ยงการกักตุนน้ำมัน เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อความผิดตามกฎหมายแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายจากการจัดเก็บที่ไม่ถูกวิธีอีกด้วย
รัฐบาลยืนยันว่าจะพยายามบริหารจัดการสถานการณ์อย่างเต็มที่ เพื่อให้ความเป็นอยู่ของประชาชนยังคงดำเนินไปได้อย่างปกติ ดังนั้น ประชาชนจึงควรติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และร่วมมือกันใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของ ไทย ในระยะยาว