ทับลาน: เตือนภัยด่วน! อย่าหลงเชื่อโฆษณาซื้อ-ขายที่ดินพิพาทในเขตอุทยานฯ เสี่ยงถูกหลอก!
อุทยานแห่งชาติทับลานออกประกาศเตือน! อย่าหลงเชื่อโฆษณาซื้อขายที่ดินพิพาท มติเพิกถอนยังไม่เป็นผลทางกฎหมาย พื้นที่ยังคงเป็นของรัฐ ป้องกันการฉ้อโกง
อุทยานแห่งชาติทับลาน หนึ่งในผืนป่ามรดกโลกที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพอันทรงคุณค่าของประเทศไทย กำลังเผชิญหน้ากับกระแสความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่หลวง นั่นคือการเร่งซื้อขายที่ดินในพื้นที่พิพาทที่ยังไม่ได้รับการเพิกถอนจากเขตอุทยานฯ อย่างเป็นทางการ ทางอุทยานฯ จึงได้ออกประกาศเตือนประชาชนอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพและนายหน้าค้าที่ดิน
ต้นตอของความเข้าใจผิด: มติยังไม่มีผลทางกฎหมาย
ประเด็นร้อนนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับมติที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่พิจารณาเสนอแนวทางการเพิกถอนพื้นที่บางส่วนของอุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อนำไปจัดสรรให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) อย่างไรก็ตาม ความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นเมื่อมีผู้เข้าใจว่าพื้นที่ดังกล่าวได้ถูกเพิกถอนออกจากเขตอุทยานฯ แล้ว และเริ่มมีการโฆษณาซื้อขายที่ดินในบริเวณนี้อย่างกว้างขวาง

นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้ออกมาเน้นย้ำอย่างชัดเจนว่า มติหรือข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติในครั้งนั้น ยังมิได้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายหรือระเบียบที่กำหนดให้มีการเปลี่ยนแปลงแนวเขตของอุทยานแห่งชาติทับลานแต่อย่างใด หมายความว่า พื้นที่เหล่านี้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติและอยู่ภายใต้การดูแลรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 อย่างเคร่งครัด การซื้อขาย หรือเปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวจึงถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ความเสี่ยงที่ต้องระวัง: ตกเป็นเหยื่อฉ้อโกงและนายหน้าหลอกขายที่
ประกาศของอุทยานฯ ไม่เพียงแค่ยืนยันสถานะของพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการเตือนภัยประชาชนให้ระมัดระวังการฉ้อโกง การเห็นช่องทางในอนาคตว่าพื้นที่บางส่วนอาจถูกเพิกถอนและยกให้ ส.ป.ก. เป็นผู้ดูแล ทำให้นายหน้าบางรายใช้โอกาสนี้หลอกลวงขายที่ดิน โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ แม้ในอนาคตพื้นที่บางส่วนจะถูกโอนไปให้ ส.ป.ก. ดูแล ที่ดินเหล่านั้นก็ยังคงเป็น "ที่ของหลวง" และไม่สามารถเปลี่ยนมือซื้อขายได้อย่างเสรี หากมีการฝ่าฝืน ก็จะมีความผิดทางกฎหมายเช่นกัน

เสียงสะท้อนจากผู้พิทักษ์ป่า: #SAVEทับลาน
ประเด็นนี้ยังได้รับความสนใจจากนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ผู้ซึ่งแสดงความกังวลว่า มติที่หวังดีต่อชาวบ้านในการบรรเทาความเดือดร้อน อาจกลายเป็นช่องโหว่ให้นายทุนเข้ามาเก็งกำไรและครอบครองที่ดิน ซึ่งจะนำไปสู่ "การสูญเสียทรัพยากรของชาติ" ไปอย่างถาวร เขาย้ำว่าการจัดการพื้นที่ป่าต้องยึดถือความเป็นธรรมเป็นที่ตั้ง และหากชาวบ้านเดือดร้อนจริง รัฐต้องดูแล แต่ต้องมีมาตรการที่รัดกุม เพื่อป้องกันไม่ให้สิทธิ์นี้ถูกใช้เป็นทางผ่านให้นายทุนเข้ามาครอบครอง พร้อมส่งเสียงเรียกร้อง #SAVEทับลาน เพื่อปกป้องผืนป่าอันมีค่า
ข้อควรปฏิบัติและสิ่งที่ต้องรอ
ในขณะนี้ สถานะของที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานยังไม่เปลี่ยนแปลง การซื้อขายหรือเปลี่ยนมือครอบครองใดๆ ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ประชาชนที่สนใจหรือได้รับข้อเสนอซื้อขายที่ดินในบริเวณดังกล่าว ควรตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเท่านั้น และอย่าหลงเชื่อคำกล่าวอ้างของนายหน้าหรือผู้ที่หวังผลประโยชน์
หลังจากนี้ ทุกฝ่ายจะต้องรอคำสั่งอย่างเป็นทางการจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ รวมถึงขั้นตอนการสำรวจและพิสูจน์สิทธิ์ในการครอบครองของประชาชน ซึ่งคาดว่าจะไม่เกิน 6 เดือนตามมติที่คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติได้ประกาศไว้
อุทยานแห่งชาติทับลานยังคงเป็นสมบัติของชาติที่เราทุกคนต้องร่วมกันรักษา อย่าให้ความหวังดีกลายเป็นช่องทางของการทำลาย และอย่าให้ใครต้องตกเป็นเหยื่อจากการฉ้อโกงที่ดิน!