ทรู: ผู้นำนวัตกรรม ขับเคลื่อน AI Literacy และการันตีอินเทอร์เน็ตไร้สะดุดทั่วไทย
ทรูผนึก Google พัฒนา AI Literacy สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล พร้อมยืนยันโครงข่ายอินเทอร์เน็ตแข็งแกร่ง ไม่หวั่นวิกฤตสายเคเบิลใต้น้ำ
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและบริการดิจิทัลของประเทศไทย ด้วยสองบทบาทสำคัญที่กำลังสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมหาศาล ทั้งในด้านการพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยสู่ยุค AI และการสร้างความมั่นใจในโครงข่ายอินเทอร์เน็ตที่เสถียรท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน
ทรู ผนึก Google: ยกระดับ AI Literacy สู่เยาวชนไทยทั่วประเทศ
ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้จับมือกับ Google เปิดตัวความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เพื่อพัฒนาทักษะ AI Literacy (ความรู้เท่าทันปัญญาประดิษฐ์) และสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลให้กับเยาวชนไทย โดยมีเป้าหมายให้คนไทยไม่เพียงเข้าถึงเทคโนโลยี แต่ยังสามารถใช้งาน AI ได้อย่างมีความรับผิดชอบและปลอดภัย
โครงการนี้ประกอบด้วย 2 หลักสูตรหลักที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย:
- Gemini Academy for Students: กิจกรรมเวิร์กชอปแบบออฟไลน์ภายใต้แนวคิด “AI for All” สำหรับนักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะ
- AI Literacy & Safety Module: หลักสูตรออนไลน์ที่เปิดให้เรียนฟรีสำหรับนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปจากทุกเครือข่าย สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลาตามความสะดวก

คุณชารัด เมห์โรทรา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เน้นย้ำว่า AI Literacy คือทักษะสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และความร่วมมือกับ Google นี้ถือเป็นการลงทุนในอนาคตของประเทศไทย สอดคล้องกับพันธกิจ “Leave No Thai Behind” ของ Google ที่ต้องการลดช่องว่างด้านทักษะดิจิทัล
หลักสูตร AI Literacy & Safety Module ยังโดดเด่นด้วยเนื้อหาที่ครอบคลุมและมีงานฝึกปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เรียนได้ลงมือทำ ไม่ใช่แค่ฟังบรรยาย อาทิ:
- Super Searchers: การค้นหาข้อมูลขั้นสูงและการประเมินความน่าเชื่อถือ
- Results About You: การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและรอยเท้าดิจิทัล
- Digital Safety: การป้องกันการขโมยข้อมูลและเครื่องมือความปลอดภัย
ผู้ที่เรียนจบหลักสูตรและเข้าร่วมกิจกรรม Gemini Academy จะได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองความสามารถในระดับสากล และพิเศษสำหรับลูกค้าทรูและดีแทค ยังได้รับสิทธิ์อินเทอร์เน็ตฟรีไม่จำกัดปริมาณ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดหลักสูตร
ทรู การันตีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตแข็งแกร่ง ไม่หวั่นวิกฤตสายเคเบิลใต้น้ำ
นอกจากการลงทุนในด้านการศึกษาแล้ว ทรู ยังสร้างความเชื่อมั่นด้านบริการโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ท่ามกลางความกังวลจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อสายเคเบิลใต้น้ำสำคัญของโลก

ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ออกมากล่าวยืนยันอย่างหนักแน่นว่า บริการอินเทอร์เน็ตของลูกค้าจะไม่ได้รับผลกระทบ แม้จะเกิดเหตุการณ์การโจมตีหรือตัดสายเคเบิลใต้น้ำในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับ เอล มันเดบ โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญถึง 5 ประการ:
- โครงข่ายสำรองหลากหลาย: ทรูใช้ระบบเคเบิลใต้น้ำ SJC2 (Southeast Asia-Japan Cable 2) ซึ่งมีเส้นทางที่แยกออกจากภูมิภาคที่มีความเสี่ยงอย่างชัดเจน และมีเส้นทางสำรองที่แข็งแกร่ง
- พันธมิตรระดับโลก: เชื่อมต่อโดยตรงกับพันธมิตรผู้ให้บริการ (peering) มากกว่า 30 ราย และพันธมิตรระหว่างเครือข่าย (transit) ระดับ Tier 1 อีก 9 รายทั่วโลก
- พิสูจน์แล้วจากเหตุการณ์จริง: ในเดือนกันยายน 2568 แม้เกิดเหตุการณ์เคเบิลใต้น้ำในอ่าวเปอร์เซียขัดข้องในวงกว้าง บริการของทรูก็ยังคงใช้งานได้ตามปกติ
- ปริมาณทราฟฟิกต่ำ: ปริมาณการเชื่อมต่อไปยังยุโรปและตะวันออกกลางมีสัดส่วนไม่ถึง 5% ของการใช้งานทั้งหมด ทำให้ผลกระทบจำกัด
- เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง: มีทีมงานเครือข่ายคอยติดตามสถานการณ์และประสิทธิภาพของโครงข่ายทั่วโลกอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
คุณคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย True Corporation ย้ำว่าทีมงานได้จัดตั้ง Warroom เพื่อดูแลโครงข่ายตลอดเวลา เพื่อรักษาเสถียรภาพและคุณภาพของบริการอย่างสูงสุด
ด้วยความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและบริการดิจิทัล ทรู จึงไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาทั้งในด้านการเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคต และการสร้างความมั่นใจในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง เพื่อให้คนไทยก้าวทันโลกและใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยในทุกสถานการณ์