ทรัมป์ตัดพ้อ: พันธมิตรไม่ส่งเรือรบช่องแคบฮอร์มุซ ชี้ขาดความภักดี และผลกระทบต่อความมั่นคงโลก
โดนัลด์ ทรัมป์ ตัดพ้อชาติพันธมิตรที่ไม่ส่งเรือรบคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ ชี้ขาดความภักดีและสร้างความกังวลต่อความมั่นคงพลังงานโลก ติดตามวิเคราะห์สถานการณ์.
ณ วันที่ 16 มีนาคม 2569 สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งพลังงานที่สำคัญยิ่งยวด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาแสดงความผิดหวังอย่างรุนแรงต่อท่าทีของชาติพันธมิตรที่ปฏิเสธการส่งเรือรบเข้าร่วมภารกิจคุ้มกันเรือสินค้า โดยกล่าวหาว่าประเทศเหล่านี้ขาดความภักดีต่อสหรัฐฯ อย่างที่ควรจะเป็น

ทรัมป์ชี้ พันธมิตร "ไม่ภักดีมากพอ"
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวตัดพ้อในงานอีเวนต์ที่ทำเนียบขาว ระบุว่าแม้หลายประเทศจะได้รับความช่วยเหลือด้านความมั่นคงจากสหรัฐฯ มานานหลายทศวรรษ รวมถึงการมีทหารอเมริกันประจำการอยู่ถึง 45,000 นาย เพื่อปกป้องพวกเขาจากภัยคุกคามภายนอก แต่เมื่อสหรัฐฯ ต้องการความช่วยเหลือเพียง "เรื่องเล็กน้อยมาก" อย่างการส่งเรือรบไปคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กลับได้รับคำตอบที่แบ่งรับแบ่งสู้ หรือแม้กระทั่งปฏิเสธข้อเรียกร้องอย่างสิ้นเชิง
“มีบางประเทศที่เราช่วยเหลือมานานหลายต่อหลายปี เราปกป้องพวกเขาจากภัยคุกคามภายนอกที่เลวร้าย แต่พวกเขากลับไม่ค่อยกระตือรือร้นนัก ซึ่งระดับของความกระตือรือร้นนี้มีความหมายต่อผมมาก” ทรัมป์กล่าวพร้อมแสดงความผิดหวังอย่างชัดเจน เขายังเสริมอีกว่าตนเองรู้มาตลอดว่าเมื่อถึงเวลาที่สหรัฐฯ ต้องการความช่วยเหลือ พันธมิตรเหล่านี้จะไม่ยอมอยู่ตรงนั้นเพื่อสหรัฐฯ
ช่องแคบฮอร์มุซ: หัวใจของพลังงานโลกที่สั่นคลอน
ท่าทีของพันธมิตรที่ยังคงลังเลหรือไม่เต็มใจที่จะส่งกำลังสนับสนุนทางเรือ ทำให้สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยิ่งน่าเป็นห่วง หลังจากอิหร่านได้โจมตีเรือที่เดินทางผ่านเส้นทางน้ำนี้ เพื่อตอบโต้การโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอล สงครามที่ดำเนินเข้าสู่สัปดาห์ที่สามส่งผลให้เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวของโลกกว่า 20% ต้องหยุดชะงักลง
ญี่ปุ่น ซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมากกว่า 90% และส่วนใหญ่ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่ง รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นเตรียมหารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อประเมินท่าทีและความตั้งใจของสหรัฐฯ ต่อสถานการณ์ดังกล่าว แม้ญี่ปุ่นจะเป็นหนึ่งในประเทศที่ทรัมป์มองว่าควรจะขอบคุณสหรัฐฯ ที่ปกป้องเส้นทางนี้ แต่ก็ยังไม่แสดงท่าทีชัดเจนว่าจะเข้าร่วมภารกิจดังกล่าว

ทรัมป์เตรียมเปิดเผยรายชื่อชาติพันธมิตรที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ
แม้จะมีการตัดพ้อถึงความไม่ภักดี แต่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวอ้างว่าเขาจะประกาศรายชื่อประเทศที่ตกลงส่งเรือรบมาช่วยในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งในเร็วๆ นี้ โดยระบุว่ามี “สองถึงสามประเทศ” ที่พร้อมก้าวเข้ามาช่วยเหลือตั้งแต่แรก สิ่งนี้สร้างความประหลาดใจให้แก่ทรัมป์เอง ที่เห็นว่าประเทศอื่นๆ ไม่ค่อยกระตือรือร้นนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่พึ่งพาน้ำมันผ่านช่องแคบนี้อย่างหนัก เช่น จีนและญี่ปุ่น ซึ่งทรัมป์แย้งว่า “ควรจะเป็นฝ่ายขอบคุณเราด้วยซ้ำ”
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการแบกรับภาระด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ในเวทีโลก ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลก แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของความร่วมมือและความภักดีระหว่างชาติพันธมิตรในยามวิกฤตอีกด้วย