ทรัมป์ กับความท้าทายล่าสุด: สงครามตะวันออกกลางและคะแนนนิยมที่สั่นคลอน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญความท้าทายในสงครามตะวันออกกลาง ผลักดันแผนหยุดยิง 15 ข้อ แต่คะแนนนิยมดิ่งลง เหตุชาวอเมริกันไม่พอใจสงครามและค่าครองชีพพุ่งสูง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างยิ่ง ทั้งในด้านนโยบายต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และสถานการณ์ภายในประเทศที่ส่งผลต่อคะแนนนิยมของเขา บทความนี้จะเจาะลึกถึงบทบาทและท่าทีของทรัมป์ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสถานะทางการเมืองของเขา
ทรัมป์: ผู้นำกับการเจรจาที่ไม่ชัดเจนในตะวันออกกลาง
ท่ามกลางสงครามที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในตะวันออกกลาง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้แสดงท่าทีที่ซับซ้อนและบางครั้งก็ขัดแย้งกันเอง รายงานข่าวระบุว่าทรัมป์แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนที่ประเทศสมาชิก G7 ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ ไม่ได้ให้การสนับสนุนการโจมตีอิหร่านอย่างเปิดเผย แม้ว่าเขาจะประกาศว่ารัฐบาลของเขากำลังเจรจากับอิหร่าน แต่ฝ่ายเตหะรานกลับปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านโดยอิสราเอลและสหรัฐฯ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่โจมตีเป้าหมายเหล่านั้น

แผนสันติภาพ 15 ข้อ และบทบาทของปากีสถาน
เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ที่ตึงเครียด ทรัมป์ได้ผลักดันให้มีการหยุดยิงกับอิหร่านเป็นเวลา 1 เดือน และสหรัฐฯ ได้ยื่นแผนสันติภาพ 15 ข้อให้อิหร่านพิจารณา โดยข้อเสนอสำคัญครอบคลุมประเด็นเกี่ยวกับพลังงาน (ที่ไม่ใช่นิวเคลียร์) และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก สื่ออิสราเอลรายงานว่าแผนดังกล่าวจะรวมถึงการรื้อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน การยุติการสนับสนุนกลุ่มตัวแทน และการรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ในขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน ได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อยุติสงคราม โดยปากีสถานพร้อมให้การสนับสนุนความพยายามในการเจรจาอย่างเต็มที่ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ได้เลื่อนการขู่โจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านออกไป อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายอิหร่าน โดยประธานรัฐสภา โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ได้ปฏิเสธรายงานการหารือระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ว่าเป็นข่าวปลอม ทำให้เส้นทางการเจรจายังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
คะแนนนิยมของทรัมป์ดำดิ่ง สังคมอเมริกันไม่พอใจสงคราม
ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งผลโดยตรงต่อสถานะทางการเมืองของโดนัลด์ ทรัมป์ ผลสำรวจล่าสุดของรอยเตอร์/อิปซอส เผยให้เห็นว่าคะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงสู่ระดับต่ำสุดครั้งใหม่ที่ 36% นับตั้งแต่เขากลับคืนสู่ทำเนียบขาวสมัยที่ 2 สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและความไม่พอใจของชาวอเมริกันที่เพิ่มขึ้นต่อสงครามที่เขาเริ่มต้นกับอิหร่าน
รายละเอียดจากผลสำรวจชี้ว่า:
- มีชาวอเมริกันเพียง 25% เท่านั้นที่เห็นชอบกับการบริหารจัดการปัญหาค่าครองชีพของทรัมป์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
- ความไม่เห็นด้วยกับการทำสงครามโจมตีอิหร่านเพิ่มขึ้นเป็น 61% จาก 59% ในสัปดาห์ก่อนหน้า
- แม้ว่าการสนับสนุนทรัมป์ในหมู่พรรครีพับลิกันจะยังคงแข็งแกร่ง แต่สัดส่วนของกลุ่มรีพับลิกันที่ไม่เห็นด้วยกับการจัดการปัญหาค่าครองชีพของเขาก็เพิ่มขึ้นจาก 27% เป็น 34%
สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ทรัมป์ต้องเผชิญ ทั้งในเวทีระหว่างประเทศที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน และแรงกดดันจากภายในประเทศที่ต้องการความสงบสุขและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ บทบาทของเขาในอนาคตจะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า จะสามารถนำพาสหรัฐฯ และภูมิภาคไปสู่ทางออกที่ยั่งยืนได้หรือไม่