ผลบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก: สรุปผลรอบเพลย์ออฟ – นิวคาสเซิ่ล, โบโด กลิมท์, แอตมาดริด ฉลุย 16 ทีม!
สรุปผลบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบเพลย์ออฟล่าสุด! นิวคาสเซิ่ล, โบโด กลิมท์, แอตเลติโก มาดริด คว้าตั๋วเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึก UCL 2025-2026 พร้อมเจาะลึกไฮไลท์สำคัญ
ค่ำคืนแห่งมนต์ขลังของฟุตบอลยุโรปกลับมาอีกครั้ง! ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (UEFA Champions League) รอบน็อกเอาต์เพลย์ออฟ ฤดูกาล 2025-2026 ได้เดินทางมาถึงบทสรุปของเลกที่สองเมื่อวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นวันที่แฟนบอลทั่วโลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะนี่คือด่านสุดท้ายที่จะตัดสินว่าทีมใดจะคว้าตั๋วอันทรงเกียรติเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ และบทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก ผลบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ล่าสุด พร้อมสรุปประเด็นสำคัญและไฮไลท์ที่ไม่อาจมองข้าม
การแข่งขันในรอบเพลย์ออฟนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสถานการณ์พลิกผัน ทีมจากลีกใหญ่ต่างพยายามยืนยันศักดิ์ศรี ขณะที่ม้ามืดก็พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ และในค่ำคืนประวัติศาสตร์นี้ เราก็ได้เห็นทั้งการยืนยันความแข็งแกร่งของยักษ์ใหญ่ และการผงาดขึ้นมาของทีมที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง
เปิดฉากค่ำคืนเพลย์ออฟสุดระทึก: 24 กุมภาพันธ์ 2069
เมื่อวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2069 แฟนบอลทั่วโลกต่างเฝ้ารอคอยชมการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์ เลกที่ 2 ซึ่งเป็นบทสรุปของเส้นทางสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย การแข่งขันในค่ำคืนนั้นมีทั้งหมด 4 คู่ โดยมีหลายสโมสรที่ต้องลงสนามด้วยความกดดันสูงสุด เพราะนี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะพลิกสถานการณ์หรือตอกย้ำความเหนือกว่าเพื่อผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ และผลลัพธ์ที่ออกมาก็สร้างความยินดีให้กับแฟนบอลหลายกลุ่มทั่วทวีปยุโรป
เราจะมาเจาะลึกถึงผลการแข่งขันที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 สโมสรแรกที่ได้การันตีที่นั่งในรอบน็อกเอาต์ถัดไป ได้แก่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, โบโด กลิมท์ และ แอตเลติโก มาดริด ซึ่งแต่ละทีมต่างมีเรื่องราวและความน่าสนใจในเส้นทางของตนเอง

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด: "สาลิกาดง" ตอกย้ำความแข็งแกร่ง ฉลุยรอบ 16 ทีมด้วยสกอร์ขาดลอย
หนึ่งในคู่ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในค่ำคืนนั้นคือการพบกันระหว่าง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ยอดทีมจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และ คาราบัก แชมป์จากอาเซอร์ไบจาน ซึ่งมาเยือนถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค โดยนัดแรก "สาลิกาดง" บุกไปเอาชนะมาได้ก่อนถึง 6-1 ทำให้เกมในบ้านของพวกเขานัดนี้ค่อนข้างเบาใจ แต่ก็ยังต้องการที่จะปิดจ็อบอย่างสวยงามต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง
ผลการแข่งขันในนัดที่สองนี้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่ง แม้จะไม่มีความกดดันมากนัก แต่ก็สามารถเอาชนะ คาราบัก ไปได้อีก 3-2 ซึ่งเมื่อรวมผลสองนัดแล้ว ทำให้ทีมจากอังกฤษคว้าชัยไปด้วยสกอร์รวมมหาศาลถึง 9-3 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้อย่างสง่างาม
เจาะลึกไฮไลท์เกม นิวคาสเซิ่ล vs คาราบัก (24 ก.พ. 2069)
เกมนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยความรวดเร็วและร้อนแรงจากฝั่งเจ้าบ้าน นิวคาสเซิ่ล:
- นาทีที่ 5: ซานโดร โตนาลี่ มิดฟิลด์คนสำคัญของทีม ได้รับบอลจาก เจค็อบ เมอร์ฟี่ ก่อนจะตะบันประตูแรกให้ "สาลิกาดง" ขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0
- นาทีที่ 6: โชลินตอน ไม่ปล่อยให้แฟนบอลรอนาน ถัดมาเพียงนาทีเดียว ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ จ่ายบอลให้ โชลินตอน สังหารไม่พลาด สกอร์ไหลเป็น 2-0 อย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นเกม แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง
ช่วงครึ่งแรกจบลงด้วยความได้เปรียบของนิวคาสเซิ่ลอย่างท่วมท้น แม้สกอร์รวมจะขาดลอยอยู่แล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์เกมบุกต่อหน้าแฟนบอล
เข้าสู่ครึ่งหลัง คาราบักพยายามสู้และก็สามารถทำประตูตีไข่แตกได้:
- นาทีที่ 51: กามิโล่ ดูราน ยิงประตูให้ทีมเยือนไล่มาเป็น 1-2 จากการจ่ายของ โจนี่ มอนตีล ทำให้เกมมีความหวังขึ้นเล็กน้อยสำหรับ คาราบัก
อย่างไรก็ตาม ความสุขของ คาราบัก อยู่ได้เพียงไม่นาน เมื่อ นิวคาสเซิ่ล ก็ตอบโต้กลับทันควัน:
- นาทีที่ 52: สเวน บ็อตมัน กองหลังตัวแกร่ง ขึ้นโขกเต็มศีรษะจากลูกเตะมุมของ คีแรน ทริปเปียร์ ส่งบอลตุงตาข่ายเป็นประตูนำห่าง 3-1 ย้ำชัดถึงความเหนือชั้นของเจ้าบ้าน
คาราบักไม่ยอมแพ้และพยายามกลับมาในเกมอีกครั้ง:
- นาทีที่ 57: เอลวิน คาฟาร์กูลิเยฟ ตามซ้ำลูกจุดโทษที่ มาร์โค ยานโควิช ยิงไปติดเซฟ แอรอน แรมส์เดล เข้าไป ทำให้สกอร์ไล่มาเป็น 2-3
ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม นิวคาสเซิ่ล เอาชนะ คาราบัก 3-2 ย้ำแค้นและตอกย้ำความเหนือชั้นด้วยสกอร์รวม 9-3 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้อย่างสมศักดิ์ศรี แฟนบอล "สาลิกาดง" จึงได้ฉลองการเข้ารอบต่อไปของทีมรักท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก
รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม:
- นิวคาสเซิ่ล (4-3-3): แอรอน แรมส์เดล – คีแรน ทริปเปียร์, สเวน บ็อตมัน, แดน เบิร์น, อเล็กซ์ เมอร์ฟี่ – นิค โวลเทอมาเด้อ, ซานโดร โตนาลี่, โชลินตอน – เจค็อบ เมอร์ฟี่, วิลเลี่ยม โอซูล่า, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์
- คาราบัก (3-4-3): มาเตอุส โคชาลสกี้ – ดานึ่ โบลต์, บาดาวี ฮูเซย์นอฟ, เควิน เมดิน่า – มาเตอุส ซิลวา, มาร์โค ยานโควิช, เปโดร บิคัลโญ่, เอลวิน คาฟาร์กูลิเยฟ – โจนี่ มอนตีล, กามิโล่ ดูราน, อับเดลลาห์ ซูบีร์
ชัยชนะของนิวคาสเซิ่ลในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่แสดงถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นของทีมภายใต้การนำของกุนซือ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังทีมอื่นๆ ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายว่า "สาลิกาดง" คือหนึ่งในทีมที่น่าจับตามองและมีศักยภาพที่จะไปได้ไกลในรายการนี้ การทำประตูรวมได้ถึง 9 ลูกในสองนัด แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในเกมรุกที่น่ากลัวและขุมกำลังเชิงลึกที่พร้อมลงสนาม
โบโด กลิมท์: ม้ามืดจากนอร์เวย์ สร้างประวัติศาสตร์บุกย้ำชัย "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน
อีกหนึ่งผลการแข่งขันที่สร้างความฮือฮาและเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางคือชัยชนะของ โบโด กลิมท์ สโมสรจากลีกนอร์เวย์ ที่โชว์ฟอร์มสุดยอดบุกไปเอาชนะ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน ถึงถิ่นอิตาลีด้วยสกอร์ 2-1 ในเลกที่สองนี้ เมื่อรวมผลสองนัด โบโด กลิมท์ จึงผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยสกอร์รวม 5-2 ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับทีมจากลีกรอง
ชัยชนะของ โบโด กลิมท์ ตอกย้ำถึงการพัฒนาของฟุตบอลจากประเทศเล็กๆ ในยุโรป และแสดงให้เห็นว่าในเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นั้น อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ความมุ่งมั่น, วินัยในเกม, และการเล่นเป็นทีมคือหัวใจสำคัญที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จในการโค่นยักษ์ใหญ่จากเซเรีย อา อย่าง อินเตอร์ มิลาน ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมที่มีประวัติศาสตร์และชื่อเสียงในฟุตบอลยุโรปมายาวนาน
ประเด็นสำคัญจากเกม อินเตอร์ มิลาน vs โบโด กลิมท์:
- โบโด กลิมท์ แสดงให้เห็นถึงการวางแผนที่ยอดเยี่ยมและกล้าหาญในการเล่นเกมเยือน ไม่ได้ลงไปรับอย่างเดียว แต่ยังกล้าที่จะตอบโต้และสร้างสรรค์โอกาส
- เยนส์ เพ็ตเตอร์ เฮาเก้ กองหน้าของโบโด กลิมท์ ทำประตูได้ในนาทีที่ 58 ซึ่งเป็นประตูที่สำคัญที่ทำให้ทีมอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบ
- ฮาคอน เอฟเยน ตอกย้ำชัยชนะด้วยประตูในนาทีที่ 72 ทำให้สถานการณ์ของอินเตอร์ มิลาน ตกอยู่ในความยากลำบากอย่างมาก
- แม้ อเลสซานโดร บาสโตนี่ จะทำประตูตีไข่แตกให้กับอินเตอร์ มิลาน ได้ในนาทีที่ 76 แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนผลการแข่งขันได้
ผลลัพธ์นี้จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของสโมสรโบโด กลิมท์ และจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับทีมเล็กๆ อื่นๆ ทั่วทวีปยุโรปว่าความฝันในการสร้างเซอร์ไพรส์ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นั้นไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
แอตเลติโก มาดริด: "ตราหมี" ยืนยันสถานะยักษ์ใหญ่ ผ่านเข้ารอบอย่างมืออาชีพ
อีกหนึ่งทีมที่การันตีการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปได้สำเร็จคือ แอตเลติโก มาดริด ยอดทีมจากลาลีกาสเปน โดยพวกเขาเปิดบ้านเอาชนะ คลับ บรูกก์ จากเบลเยียมไปได้ด้วยสกอร์ 4-1 ทำให้รวมผลสองนัด แอตเลติโก มาดริด ผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 7-4 ถือเป็นการแสดงออกถึงความแข็งแกร่งและประสบการณ์ในเวทียุโรปของ "ตราหมี" ภายใต้การนำของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่
แอตเลติโก มาดริด เป็นทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวแน่นในเกมรับ และความเฉียบคมในการทำประตู การผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์ที่ชัดเจนเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพวกเขาที่จะก้าวต่อไปในทัวร์นาเมนต์ที่เข้มข้นขึ้นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แฟนบอลของพวกเขาก็คงจะคาดหวังว่าทีมจะสามารถทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องและหวังไปให้ถึงรอบลึกๆ ในการแข่งขัน UCL ฤดูกาลนี้
เส้นทางสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย: ความหมายและสิ่งที่รออยู่
การผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ใช่เพียงแค่การแข่งขันฟุตบอลธรรมดา แต่คือการเข้าสู่ช่วงที่เข้มข้นและจริงจังที่สุดของทัวร์นาเมนต์ นี่คือจุดที่ทีมชั้นนำของยุโรปจะมาปะทะกันอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่งเดียวในทวีป
ความสำคัญของการเข้ารอบ 16 ทีม
การได้เข้ามาอยู่ในกลุ่ม 16 ทีมสุดท้าย หมายถึง:
- การยืนยันสถานะ: เป็นการยืนยันว่าสโมสรนั้นมีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสูงของฟุตบอลยุโรป
- เกียรติยศและศักดิ์ศรี: เป็นความภาคภูมิใจสำหรับสโมสร แฟนบอล และนักเตะทุกคนที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป
- ผลตอบแทนทางการเงิน: การเข้ารอบลึกๆ ใน UCL นำมาซึ่งเงินรางวัลมหาศาล ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาสโมสรในระยะยาว
- การดึงดูดนักเตะ: ทีมที่ประสบความสำเร็จใน UCL มักจะสามารถดึงดูดนักเตะระดับโลกเข้ามาเสริมทัพได้ง่ายขึ้น
- ประสบการณ์อันล้ำค่า: การได้ลงเล่นในรอบน็อกเอาต์ที่เข้มข้น มอบประสบการณ์อันล้ำค่าให้กับนักเตะ โดยเฉพาะดาวรุ่ง
ความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า
เมื่อเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ทุกการแข่งขันจะมีความหมาย การจับสลากประกบคู่จะกลายเป็นประเด็นสำคัญที่แฟนบอลทั่วโลกให้ความสนใจ เพราะมันจะกำหนดเส้นทางของแต่ละทีมว่าต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในรูปแบบใด
ทีมที่ผ่านเข้ารอบมาได้ในค่ำคืนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2069 ทั้ง นิวคาสเซิ่ล, โบโด กลิมท์, และ แอตเลติโก มาดริด ต่างจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับบททดสอบที่หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการพบกับแชมป์เก่า, ยักษ์ใหญ่จากลีกอื่น, หรือแม้กระทั่งคู่ปรับเก่าที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันมา
มนต์เสน่ห์ที่ไม่เคยจางหายของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือ UCL ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันฟุตบอล แต่เป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงแฟนบอลหลายล้านคนทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน ความตื่นเต้นของเพลงประจำรายการ, บรรยากาศในสนามที่เต็มไปด้วยพลังงาน, และเรื่องราวของผู้ชนะที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของมนต์เสน่ห์ที่ไม่เคยจางหายไปจากรายการนี้
ประวัติศาสตร์อันยาวนานและความยิ่งใหญ่
นับตั้งแต่การก่อตั้งภายใต้ชื่อ ยูโรเปียน คัพ ในปี 1955 จนกระทั่งเปลี่ยนมาเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 1992 รายการนี้ได้กลายเป็นมาตรฐานสูงสุดของฟุตบอลสโมสรในยุโรป ทีมชั้นนำจากลีกต่างๆ ทั่วทวีปต่างใฝ่ฝันที่จะได้ชูถ้วย "บิ๊กเอียร์" ที่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเลิศ
ประวัติศาสตร์ของ UCL เต็มไปด้วยเหตุการณ์สำคัญ, การพลิกล็อกครั้งใหญ่, ฮีโร่ผู้สร้างตำนาน, และการแข่งขันที่น่าจดจำมากมาย ซึ่งทำให้แฟนบอลรุ่นแล้วรุ่นเล่าต่างหลงใหลและติดตามอย่างใกล้ชิด
ปัจจัยสู่ความสำเร็จใน UCL
การที่จะประสบความสำเร็จใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นั้น ต้องอาศัยหลายปัจจัย ไม่ใช่เพียงแค่มีนักเตะฝีเท้าดีเท่านั้น:
- ความลึกของขุมกำลัง: การมีตัวเลือกนักเตะที่หลากหลายและมีคุณภาพเท่าเทียมกัน เป็นสิ่งสำคัญในการรับมือกับโปรแกรมการแข่งขันที่หนาแน่นและการบาดเจ็บ
- แท็กติกที่ยืดหยุ่น: ผู้จัดการทีมต้องมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนแท็กติกให้เหมาะสมกับคู่แข่งแต่ละทีม และสถานการณ์ในเกม
- จิตใจที่แข็งแกร่ง: การเล่นในเกมสำคัญระดับยุโรปภายใต้ความกดดันมหาศาล ต้องการจิตใจที่เข้มแข็งและไม่ย่อท้อ
- ประสบการณ์: การมีนักเตะที่มีประสบการณ์ในเวทียุโรปสามารถช่วยนำทางทีมผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากได้
- โชค: บางครั้ง โชคก็เป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามามีบทบาทในการแข่งขันฟุตบอล โดยเฉพาะในรอบน็อกเอาต์ที่ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในพริบตา
ผลกระทบต่อวงการฟุตบอลยุโรปและโลก
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อวงการฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็น:
- มาตรฐานของลีก: การแข่งขันนี้เป็นตัวขับเคลื่อนให้ลีกในยุโรปต้องยกระดับคุณภาพของตัวเอง เพื่อให้ทีมของตนมีโอกาสประสบความสำเร็จในเวทียุโรป
- การพัฒนาเยาวชน: สโมสรต่างๆ ลงทุนกับการพัฒนานักเตะเยาวชนมากขึ้น เพื่อสร้างดาวรุ่งที่จะสามารถลงเล่นใน UCL ได้ในอนาคต
- ตลาดซื้อขายนักเตะ: ผลงานใน UCL มักจะมีผลอย่างมากต่อมูลค่าของนักเตะ และการตัดสินใจในการย้ายทีม
- การรวมกันของวัฒนธรรม: UCL นำพาแฟนบอลจากประเทศต่างๆ มาสัมผัสวัฒนธรรมฟุตบอลที่หลากหลาย สร้างความเข้าใจและมิตรภาพผ่านกีฬา
ความสำเร็จของทีมอย่าง นิวคาสเซิ่ล และการสร้างเซอร์ไพรส์ของ โบโด กลิมท์ ในรอบเพลย์ออฟนี้ เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยังคงเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าติดตาม และพร้อมที่จะสร้างความทรงจำใหม่ๆ ให้กับแฟนบอลทั่วโลกอยู่เสมอ
บทสรุป: ก้าวต่อไปสู่ความฝันแห่งถ้วยยุโรป
ค่ำคืนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2069 ได้จารึกชื่อของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, โบโด กลิมท์, และ แอตเลติโก มาดริด ในฐานะสามทีมแรกที่คว้าตั๋วเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2025-2026 ได้สำเร็จ ผลลัพธ์เหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่ยังอีกยาวไกลและเต็มไปด้วยความท้าทาย บทสรุปของแต่ละคู่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น, ความพยายาม, และความสามารถที่แตกต่างกันไปของแต่ละสโมสรในเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป
สำหรับ นิวคาสเซิ่ล การผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 9-3 ถือเป็นการประกาศศักดาอย่างชัดเจนว่าพวกเขาคือทีมที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาท้าทายอำนาจเก่าในยุโรป ในขณะที่ โบโด กลิมท์ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้และกลยุทธ์ที่เฉียบคม ทีมจากนอร์เวย์ก็สามารถสร้างปาฏิหาริย์เหนือยักษ์ใหญ่อย่างอินเตอร์ มิลาน ได้สำเร็จ และ แอตเลติโก มาดริด ก็ยังคงรักษามาตรฐานของทีมชั้นนำไว้ได้เป็นอย่างดี
เส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศยังคงอีกยาวไกล และเต็มไปด้วยทีมคุณภาพอีกมากมายที่รอการพิสูจน์ตัวเองในรอบต่อไป แฟนบอลทั่วโลกต่างตั้งตารอคอยการจับสลากประกบคู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะเผยให้เห็นถึงการปะทะกันของยักษ์ใหญ่และเรื่องราวบทใหม่ของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
อย่าพลาดติดตามทุกความเคลื่อนไหว, ทุกไฮไลท์, และทุก ผลบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ได้จากช่องทางของเรา เพราะทุกวินาทีในรายการนี้ คือประวัติศาสตร์ที่กำลังถูกจารึก! ใครจะเป็นผู้ได้ชูถ้วย "บิ๊กเอียร์" อันทรงเกียรติในท้ายที่สุด? เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์!