ผลจับสลาก UCL รอบ 16 ทีม: ศึกแห่งศักดิ์ศรีและความมันส์เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
สรุปผลจับสลาก UCL รอบ 16 ทีมสุดท้าย วิเคราะห์คู่บิ๊กแมตช์อย่าง PSG vs Chelsea, Real Madrid vs Man City พร้อมเปิดเส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศ
ค่ำคืนที่แฟนบอลทั่วยุโรปและทั่วโลกต่างเฝ้ารอคอยได้มาถึงแล้ว! สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA) ได้ทำการจับสลากประกบคู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึกฟุตบอลถ้วยใหญ่ที่สุดของทวีปอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (UEFA Champions League) ประจำฤดูกาลนี้เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งผลที่ออกมานั้นสร้างความฮือฮาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วทุกมุมโลก เพราะมีหลายคู่บิ๊กแมตช์ที่ต้องโคจรมาพบกันตั้งแต่รอบน็อกเอาต์แรก ทำให้เส้นทางสู่บัลลังก์เจ้ายุโรปในปีนี้จะเต็มไปด้วยความดุเดือดและเข้มข้นอย่างแน่นอน
การจับสลากครั้งนี้ไม่เพียงแต่กำหนดเส้นทางของ 16 ทีมสุดยอดเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความเข้มข้นของทัวร์นาเมนต์ที่จะดำเนินต่อไป คู่ประวัติศาสตร์ที่ต้องรีแมตช์ ศึกแห่งศักดิ์ศรีที่ต้องเดิมพัน และการเผชิญหน้ากันของยอดทีมจากลีกชั้นนำต่าง ๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้แฟนบอลแทบจะอดใจรอชมไม่ไหว ตั้งแต่รอบแรกนี้ เราจะได้เห็นการปะทะกันของทีมที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและทีมที่กำลังฟอร์มร้อนแรงในปัจจุบัน ซึ่งทุกทีมต่างก็หวังที่จะก้าวไปให้ถึงรอบชิงชนะเลิศที่สนามปุสกัส อารีน่า กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้
บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกรายละเอียดของผลการจับสลาก UCL รอบ 16 ทีมสุดท้าย วิเคราะห์คู่บิ๊กแมตช์ เส้นทางสู่รอบลึก และกำหนดการสำคัญที่คุณต้องไม่พลาด เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับปรากฏการณ์ฟุตบอลระดับโลกที่กำลังจะอุบัติขึ้น!

การจับสลากรอบ 16 ทีมสุดท้าย: คู่เดือดตั้งแต่นัดแรก
จากผลการจับสลากที่ออกมา ทำให้บรรยากาศการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีกในรอบ 16 ทีมสุดท้ายร้อนระอุขึ้นทันที แฟนบอลทั่วโลกต่างตื่นเต้นกับคู่ปรับเก่าและบิ๊กแมตช์ที่ไม่คาดคิดหลายคู่ ซึ่งแต่ละคู่ล้วนมีสตอรี่และศักยภาพที่จะสร้างความประทับใจได้อย่างแน่นอน
ศึกแห่งศักดิ์ศรี: เปแอสเช ปะทะ เชลซี
หนึ่งในคู่เอกที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือการพบกันระหว่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (เปแอสเช) แชมป์จากฝรั่งเศส และ เชลซี ยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ คู่นี้ถือเป็น "ศึกล้างตา" ครั้งสำคัญ หลังจากที่ทั้งสองทีมเคยเผชิญหน้ากันในนัดชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อซัมเมอร์ปีก่อน ซึ่งผลจบลงด้วยชัยชนะ 3-0 ของ "สิงห์บลูส์" จากลอนดอน การโคจรมาพบกันอีกครั้งในเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ ยิ่งเพิ่มดีกรีความดุเดือดให้กับคู่นี้ เปแอสเชในฐานะทีมที่เต็มไปด้วยสตาร์ดังและเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ในการคว้าแชมป์ยุโรปเป็นครั้งแรก จะต้องพิสูจน์ตัวเองกับเชลซี ทีมที่มีความแข็งแกร่งในทุกตำแหน่งและประสบการณ์ในเวทียุโรปอย่างโชกโชน การปะทะกันของขุมกำลังระดับโลกและความกระหายในชัยชนะของทั้งสองทีม ทำให้คู่นี้เป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดชมอย่างแท้จริง แฟนบอลจะได้เห็นการดวลกันของนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ และแท็กติกอันเฉียบคมจากกุนซือของทั้งสองฝ่าย ซึ่งรับประกันความมันส์และเข้มข้นตลอด 180 นาทีของการแข่งขัน
ซูเปอร์บิ๊กแมตช์: เรอัล มาดริด ดวล แมนเชสเตอร์ ซิตี้
อีกหนึ่งคู่ที่ถูกยกให้เป็น ซูเปอร์บิ๊กแมตช์ ไม่แพ้กันคือการพบกันระหว่าง เรอัล มาดริด แชมป์ยุโรป 15 สมัย เจ้าของสถิติสูงสุดตลอดกาลของรายการนี้ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดทีมจากอังกฤษที่เต็มไปด้วยขุมกำลังระดับโลกและการเล่นที่ดุดัน คู่นี้เป็นการ รีแมตช์ ของสองมหาอำนาจลูกหนังยุโรป ซึ่งมักจะสร้างสรรค์เกมฟุตบอลที่น่าตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ เรอัล มาดริด ที่มีประวัติศาสตร์และดีเอ็นเอของความเป็นแชมป์ยุโรปฝังลึก จะต้องเผชิญหน้ากับความแข็งแกร่งและระบบทีมที่ไร้เทียมทานของแมนฯ ซิตี้ ที่กำลังไล่ล่าความสำเร็จในเวทียุโรปอย่างต่อเนื่อง การปะทะกันของสไตล์การเล่นที่แตกต่างแต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพของทั้งสองทีม จะเป็นบททดสอบที่สำคัญสำหรับทั้งคู่ ใครจะแสดงความเป็นยอดทีมแห่งยุคได้อย่างแท้จริง การแข่งขันนัดนี้จะเต็มไปด้วยการวางแผนกลยุทธ์ การตัดสินใจชี้ขาด และช่วงเวลาแห่งอัจฉริยภาพของนักเตะระดับโลก ซึ่งจะทำให้แฟนบอลต้องลุ้นระทึกทุกจังหวะตั้งแต่ต้นจนจบ
หงส์แดงสู่ยุโรป: ลิเวอร์พูล พบ กาลาตาซาราย
สำหรับ ลิเวอร์พูล ยอดทีมจากอังกฤษอีกหนึ่งทีม มีคิวดวลกับ กาลาตาซาราย ทีมแกร่งจากตุรกี แม้จะไม่ใช่บิ๊กแมตช์ในระดับเดียวกับสองคู่ข้างต้น แต่คู่นี้ก็มีเสน่ห์และความน่าสนใจไม่แพ้กัน ลิเวอร์พูลในฐานะทีมที่มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ในแชมเปี้ยนส์ ลีก และสไตล์การเล่นที่เน้นเกมรุกดุดัน จะต้องรับมือกับพลังอันมหาศาลจากเสียงเชียร์ของแฟนบอลกาลาตาซารายในถิ่นของพวกเขา ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในบรรยากาศที่น่าเกรงขามที่สุดในยุโรป กาลาตาซารายเองก็เป็นทีมที่มีนักเตะมากประสบการณ์ และมักจะสร้างเซอร์ไพรส์ได้เสมอเมื่อเล่นในบ้าน การเผชิญหน้าระหว่างความเฉียบขาดของลิเวอร์พูลกับความมุ่งมั่นของกาลาตาซารายจะเป็นการแข่งขันที่เข้มข้นและคาดเดาได้ยาก ซึ่งแฟนบอลหงส์แดงต้องไม่ประมาทในศักยภาพของคู่ต่อสู้รายนี้เด็ดขาด
การปะทะของสไตล์: อตาลันต้า ดวล บาเยิร์น มิวนิค
ตัวแทนหนึ่งเดียวจากอิตาลีอย่าง อตาลันต้า ต้องเจองานหนักเมื่อจับสลากพบกับ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่จากเยอรมนี อตาลันต้าเป็นที่รู้จักจากสไตล์การเล่นที่เน้นเกมรุกดุดันและแพรวพราว สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนบอลเสมอ ในขณะที่บาเยิร์น มิวนิค คือเครื่องจักรสังหารจากบุนเดสลีกา ที่มีขุมกำลังแข็งแกร่งในทุกตำแหน่งและประสบการณ์ในเวทียุโรปอย่างล้นเหลือ การพบกันของสองทีมที่มีปรัชญาการทำทีมที่น่าสนใจนี้ จะเป็นบททดสอบที่สำคัญสำหรับทั้งสองฝ่าย อตาลันต้าจะต้องงัดไม้เด็ดทั้งหมดออกมาเพื่อรับมือกับพลังทำลายล้างของบาเยิร์น ในขณะที่บาเยิร์นเองก็ต้องระมัดระวังความพลิกแพลงและความสามารถในการทำประตูของทีมจากอิตาลีคู่นี้ ซึ่งจะเต็มไปด้วยแท็กติกที่น่าสนใจและเกมการแข่งขันที่เข้มข้น
ศึกแห่งความทะเยอทะยาน: นิวคาสเซิ่ล พบ บาร์เซโลน่า
ด้าน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ทีมที่กำลังสร้างโปรเจกต์ใหม่ด้วยความทะเยอทะยานสูง เตรียมเปิดศึกกับ บาร์เซโลน่า ยอดทีมจากสเปนที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเช่นกัน คู่นี้เป็นอีกหนึ่งคู่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง นิวคาสเซิ่ลภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มที่จากเจ้าของใหม่ กำลังพัฒนาทีมอย่างต่อเนื่องและต้องการสร้างชื่อในเวทียุโรป ในขณะที่บาร์เซโลน่า แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางการเงิน แต่ก็ยังคงเป็นทีมที่มีดีเอ็นเอของฟุตบอลที่สวยงามและนักเตะพรสวรรค์มากมาย การปะทะกันของความสดใหม่และความมุ่งมั่นของนิวคาสเซิ่ล กับประสบการณ์และความคลาสสิกของบาร์เซโลน่า จะเป็นเกมที่แฟนบอลต้องติดตามว่าทีมใดจะสามารถก้าวผ่านไปได้ การแข่งขันคู่นี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่าโปรเจกต์ใหม่ของนิวคาสเซิ่ลแข็งแกร่งพอที่จะโค่นยอดทีมจากสเปนได้หรือไม่
แท็กติกดวลแท็กติก: แอตเลติโก มาดริด ดวล สเปอร์ส
ขณะที่ แอตเลติโก มาดริด ทีมจากสเปนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวแน่นและแท็กติกอันแพรวพราวของดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ต้องดวลกับ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ทีมจากอังกฤษที่มักจะสร้างสรรค์เกมรุกที่น่าตื่นเต้น คู่นี้เป็นอีกหนึ่งคู่ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการปะทะกันของสองทีมที่มีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แอต. มาดริดจะเน้นเกมรับที่แข็งแกร่งและการโต้กลับที่รวดเร็ว ในขณะที่สเปอร์สจะพยายามสร้างโอกาสทำประตูจากความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะในแนวรุก การแข่งขันคู่นี้จะเป็นบททดสอบว่าสไตล์ใดจะเหนือกว่ากัน ทีมใดจะสามารถจัดการกับจุดแข็งของคู่ต่อสู้ได้ดีกว่ากัน ซึ่งรับประกันได้ว่าจะเป็นเกมที่เข้มข้น เต็มไปด้วยการช่วงชิงจังหวะ และการแก้เกมจากข้างสนามที่จะสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลได้อย่างแน่นอน
ม้ามืดและจ่าฝูง: โบโด/กลิมต์ พบ สปอร์ติ้ง ลิสบอน และ เลเวอร์คูเซ่น เจอ อาร์เซน่อล
สำหรับอีกสองคู่ที่เหลือ ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน คู่แรกคือการพบกันระหว่าง โบโด/กลิมต์ ม้ามืดจากนอร์เวย์ ที่สร้างเซอร์ไพรส์มาแล้วหลายครั้งในเวทียุโรป พบกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ยอดทีมจากโปรตุเกส การแข่งขันคู่นี้จะเป็นโอกาสของโบโด/กลิมต์ในการพิสูจน์ตัวเองในระดับที่สูงขึ้น และสำหรับสปอร์ติ้ง ลิสบอน ก็ต้องไม่ประมาทความมุ่งมั่นของทีมจากนอร์เวย์คู่นี้
ส่วนอีกคู่คือ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทีมแกร่งจากบุนเดสลีกา พบกับ อาร์เซน่อล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีกในรอบลีก เฟส ที่ผ่านมา คู่นี้เป็นการปะทะกันของสองทีมที่กำลังทำผลงานได้ดีในลีกของตนเอง เลเวอร์คูเซ่นมีเกมรุกที่น่ากลัว ในขณะที่อาร์เซน่อลก็มีความลงตัวและศักยภาพที่จะไปได้ไกล การแข่งขันคู่นี้จะเป็นบททดสอบที่สำคัญสำหรับทั้งสองทีมว่าใครจะสามารถรักษาสแตนดาร์ดและฟอร์มการเล่นในลีกมาต่อยอดในเวทียุโรปได้สำเร็จ
โดยกำหนดการแข่งขันนัดแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้ายจะฟาดแข้งกันในวันที่ 10-11 มีนาคม และนัดที่สองจะแข่งขันในวันที่ 17-18 มีนาคม แฟนบอลเตรียมปักหมุดรอชมความมันส์ได้เลย!
เส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศ: ใครจะกรุยทางได้สำเร็จ?
นอกจากการจับสลากรอบ 16 ทีมสุดท้ายแล้ว ทาง UEFA ยังได้มีการประกบเส้นทางในรอบ 8 ทีมสุดท้าย (รอบก่อนรองชนะเลิศ) และรอบรองชนะเลิศไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน ทำให้เราสามารถมองเห็นภาพรวมของเส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศได้อย่างชัดเจนขึ้น ซึ่งเต็มไปด้วยโอกาสที่จะเกิดการปะทะกันของยักษ์ใหญ่ในรอบที่ลึกขึ้นไปอีก
รอบ 8 ทีมสุดท้าย (Quarter-finals)
รอบก่อนรองชนะเลิศจะแข่งขันนัดแรกในวันที่ 7-8 เมษายน และนัดที่สองในวันที่ 14-15 เมษายน โดยมีเส้นทางที่ถูกวางไว้ดังนี้:
- ผู้ชนะระหว่าง เปแอสเช - เชลซี จะพบกับ ผู้ชนะระหว่าง กาลาตาซาราย - ลิเวอร์พูล
- ในสายนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่เราจะได้เห็น ศึกล้างตาอีกครั้ง หากเปแอสเชผ่านเชลซีมาได้ แล้วต้องมาเจอกับลิเวอร์พูล ที่มีประวัติการพบกันในยุโรปที่น่าสนใจ หรือหากเชลซีผ่านไปได้ อาจเป็นการปะทะกันของสองยอดทีมจากอังกฤษอย่างเชลซีและลิเวอร์พูล ซึ่งจะเพิ่มดีกรีความดุเดือดเข้าไปอีกขั้น
- ผู้ชนะระหว่าง เรอัล มาดริด - แมนฯ ซิตี้ จะพบกับ ผู้ชนะระหว่าง อตาลันต้า - บาเยิร์น มิวนิค
- นี่คือสายที่อาจจะถูกเรียกว่า "สายมรณะ" ของทัวร์นาเมนต์เลยก็ว่าได้ หากเรอัล มาดริดหรือแมนฯ ซิตี้ ผ่านเข้ารอบมาได้ ก็มีโอกาสที่จะต้องเจอกับมหาอำนาจอย่างบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเป็นทีมที่มีศักยภาพสูงมาก หรือหากอตาลันต้าสามารถสร้างเซอร์ไพรส์ล้มบาเยิร์นได้ ก็อาจเป็นการพบกันของสไตล์บอลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งจะทำให้รอบ 8 ทีมสุดท้ายคู่นี้เป็นที่จับตาอย่างมาก
- ผู้ชนะระหว่าง นิวคาสเซิ่ล - บาร์เซโลน่า จะพบกับ ผู้ชนะระหว่าง แอต. มาดริด - สเปอร์ส
- สายนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและศักยภาพในการสร้างเรื่องราวที่น่าสนใจ หากนิวคาสเซิ่ลหรือบาร์เซโลน่าผ่านเข้ารอบมาได้ ก็มีโอกาสที่จะต้องเจอกับทีมที่เน้นแท็กติกอย่างแอต. มาดริด หรือทีมที่เน้นเกมรุกอย่างสเปอร์ส ซึ่งจะเป็นบททดสอบที่แตกต่างกันออกไปสำหรับผู้เข้ารอบ ทำให้สายนี้เป็นอีกหนึ่งสายที่คาดเดาผู้ชนะได้ยาก
- ผู้ชนะระหว่าง โบโด/กลิมต์ - สปอร์ติ้ง ลิสบอน จะพบกับ ผู้ชนะระหว่าง เลเวอร์คูเซ่น - อาร์เซน่อล
- สายนี้อาจถูกมองว่าเป็น "สายที่เปิดกว้างที่สุด" สำหรับการที่ทีมม้ามืดจะสามารถก้าวไปได้ไกล หากโบโด/กลิมต์สามารถสร้างเซอร์ไพรส์ต่อไปได้ ก็จะมีโอกาสที่ดีในการเจอกับเลเวอร์คูเซ่นหรืออาร์เซน่อล ซึ่งเป็นทีมที่แข็งแกร่งแต่ก็มีโอกาสที่จะพลิกเกมได้เสมอ สปอร์ติ้ง ลิสบอนเองก็มีโอกาสที่ดีในการเข้ารอบลึกเช่นกัน ทำให้สายนี้เป็นอีกหนึ่งสายที่น่าติดตามว่าจะมีม้ามืดทีมใดผงาดขึ้นมาได้
รอบรองชนะเลิศ (Semi-finals)
รอบรองชนะเลิศจะแข่งขันนัดแรกในวันที่ 28-29 เมษายน และนัดที่สองในวันที่ 5-6 พฤษภาคม โดยมีเส้นทางที่ถูกวางไว้ดังนี้:
- ผู้ชนะจากคู่ที่ 1 (สาย PSG/Chelsea/Galatasaray/Liverpool) จะพบกับ ผู้ชนะจากคู่ที่ 2 (สาย Real Madrid/Man City/Atalanta/Bayern Munich)
- นี่คือเส้นทางที่อาจนำไปสู่ นัดหยุดโลก หากบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ผ่านเข้ามาได้ เราอาจได้เห็นการปะทะกันของทีมระดับท็อปจากทั้งสองสาย ซึ่งจะกลายเป็นรอบรองชนะเลิศที่ดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์
- ผู้ชนะจากคู่ที่ 3 (สาย Newcastle/Barcelona/Atl. Madrid/Spurs) จะพบกับ ผู้ชนะจากคู่ที่ 4 (สาย Bodo/Glimt/Sporting Lisbon/Leverkusen/Arsenal)
- ในสายนี้ก็มีโอกาสที่จะเกิดการปะทะกันของทีมที่มีความแตกต่างกันสูง หากทีมม้ามืดจากสาย 4 สามารถทะลุเข้ามาได้ ก็จะสร้างเรื่องราวที่น่าสนใจให้กับทัวร์นาเมนต์นี้ หรือหากยอดทีมจากสาย 3 ผ่านเข้ามาได้ ก็จะเป็นการยืนยันศักยภาพของพวกเขาในการก้าวไปสู่รอบชิงชนะเลิศ
กำหนดการและสังเวียนรอบชิงชนะเลิศ
สำหรับแฟนบอลที่วางแผนจะติดตามชมการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลนี้ นี่คือกำหนดการสำคัญที่คุณต้องจดจำไว้:
- รอบ 16 ทีมสุดท้าย (Round of 16):
- นัดแรก: 10-11 มีนาคม
- นัดที่สอง: 17-18 มีนาคม
- รอบ 8 ทีมสุดท้าย (Quarter-finals):
- นัดแรก: 7-8 เมษายน
- นัดที่สอง: 14-15 เมษายน
- รอบรองชนะเลิศ (Semi-finals):
- นัดแรก: 28-29 เมษายน
- นัดที่สอง: 5-6 พฤษภาคม
- นัดชิงชนะเลิศ (Final):
- คืนวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม
- สนาม: ปุสกัส อารีน่า (Puskas Arena) กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี
สังเวียนรอบชิงชนะเลิศอย่าง ปุสกัส อารีน่า ในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เป็นสนามฟุตบอลที่ทันสมัยและมีความจุสูง พร้อมแล้วที่จะเป็นฉากหลังสำหรับการแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรปที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แฟนบอลทั่วโลกต่างคาดหวังที่จะได้เห็นสองทีมที่ดีที่สุดของยุโรปมาประลองฝีเท้ากันเพื่อแย่งชิงถ้วยแชมป์อันทรงเกียรตินี้
บทสรุปและความน่าติดตาม
ผลการจับสลากยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายในครั้งนี้ ได้จุดประกายความตื่นเต้นและความกระหายในการชมเกมฟุตบอลระดับสูงให้แก่แฟนบอลทั่วโลก การมีคู่บิ๊กแมตช์เกิดขึ้นตั้งแต่รอบแรก แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นและคุณภาพของทีมที่เข้ารอบมาในฤดูกาลนี้ ทุกทีมต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือการก้าวไปสู่จุดสูงสุดของฟุตบอลยุโรป และเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้นี้รับรองได้ว่าจะเต็มไปด้วยความท้าทาย บททดสอบ และช่วงเวลาอันน่าจดจำ
ไม่ว่าจะเป็น "ศึกล้างตา" ระหว่างเปแอสเชกับเชลซี, "ซูเปอร์บิ๊กแมตช์" ของเรอัล มาดริดและแมนเชสเตอร์ ซิตี้, หรือการเผชิญหน้ากันของทีมที่มีสไตล์การเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ในคู่อื่น ๆ ทุกการแข่งขันล้วนมีเรื่องราวและศักยภาพในการสร้างความประทับใจให้กับผู้ชม
ในฐานะแฟนบอล เราทุกคนต่างรอคอยที่จะได้เป็นสักขีพยานในการแข่งขันอันดุเดือด การงัดแท็กติกอันแพรวพราวออกมาใช้ การช่วงชิงจังหวะการทำประตู และแน่นอนที่สุดคือการได้เห็นนักเตะระดับโลกแสดงฝีเท้าอันน่าทึ่ง แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้จะไม่มีวันทำให้คุณผิดหวัง เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางอันน่าตื่นเต้นบนเส้นทางสู่บัลลังก์เจ้ายุโรป แล้วมาลุ้นกันว่าทีมใดจะสามารถชูถ้วยรางวัลอันทรงเกียรตินี้ได้ในคืนวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ปุสกัส อารีน่า!
ร่วมติดตามทุกความเคลื่อนไหว ผลการแข่งขัน และบทวิเคราะห์เจาะลึกไปกับเราตลอดทัวร์นาเมนต์ เพื่อไม่ให้พลาดทุกช่วงเวลาสำคัญของศึกฟุตบอลถ้วยใหญ่ที่สุดของยุโรปในฤดูกาลนี้!