ปริศนา "พระเกศทองคำ" วัดบุญชื่นชู: ทองแท้หายไปไหน?
เจาะลึกกรณีสุดช็อกที่วัดบุญชื่นชู ปทุมธานี เมื่อพระเกศทองคำ 50 บาท กลายเป็นทองเหลือง! เปิดคำชี้แจงช่างหล่อและคดีที่ยังรอพิสูจน์
เรื่องราวสุดช็อกที่เขย่าขวัญพุทธศาสนิกชนกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเกิดเหตุการณ์ปริศนาการหายไปของ "พระเกศทองคำ" น้ำหนักเกือบ 50 บาท ที่ วัดบุญชื่นชู จังหวัดปทุมธานี หลังจากที่ญาติโยมร่วมกันบริจาคทองคำแท้เพื่อหล่อองค์พระเกศเมื่อหลายปีก่อน แต่กลับพบว่าสิ่งที่เหลืออยู่เป็นเพียงทองเหลืองแทบทั้งสิ้น เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความตกใจ แต่ยังตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและศรัทธาที่ถูกสั่นคลอน

เกิดอะไรขึ้นที่วัดบุญชื่นชู?
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณเดือนมีนาคม พ.ศ. 2559 (ค.ศ. 2016) วัดบุญชื่นชู ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี ได้จัดพิธีหล่อพระปางประทานพรและระฆัง โดยมีนายนคร คันธุอุลิส และญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคทองคำแท่งและทองรูปพรรณรวมกว่า 50 บาท (มูลค่าปัจจุบันกว่า 4 ล้านบาท) เพื่อนำมาหล่อเป็นพระเกศที่ประดิษฐานบนเศียรพระประธาน พิธีการหล่อดำเนินไปต่อหน้าสาธารณชน แต่หลังจากนั้น ทีมช่างหล่อได้นำองค์พระและพระเกศกลับไปตกแต่งที่โรงหล่อเป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะนำกลับมาส่งมอบให้ทางวัด และเก็บรักษาไว้ในตู้เซฟของเจ้าอาวาสมาโดยตลอด
จุดเริ่มต้นของความสงสัยและการตรวจสอบ
เรื่องราวพลิกผันเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา (ประมาณปลายเดือนเมษายน 2569) ทางวัดมีแนวคิดที่จะนำพระเกศทองคำออกขายเพื่อนำเงินไปซื้อที่ดินขยายวัด ประกอบกับนายนคร ผู้บริจาคทองคำหลักจำนวน 45 บาท เกิดความสงสัย จึงปรึกษาเจ้าอาวาส พระครูปทุมปุญโญภาส และได้นำพระเกศดังกล่าวไปให้ ร้านนะโมบ้านช่างทอง เพชร ทอง & จิวเวอรี่ ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ทองคำ

ผลการตรวจสอบสร้างความตกใจอย่างยิ่ง เมื่อพบว่าพระเกศดังกล่าวมีส่วนผสมของทองคำเพียง 2-3% เท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นโลหะอื่น ๆ เช่น สังกะสีและทองแดง ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับทองเหลืองอย่างมาก นั่นหมายความว่าทองคำกว่า 47-50 บาท ที่เคยบริจาคได้หายไปเกือบทั้งหมด
เจ้าอาวาสและผู้บริจาคเดินหน้าแจ้งความ
จากเหตุการณ์นี้ เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 พระครูปทุมปุญโญภาส เจ้าอาวาสวัดบุญชื่นชู พร้อมด้วยนายนคร คันธุอุลิส จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการสับเปลี่ยนทองคำในครั้งนี้ และดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา โดยระบุว่าทางวัดได้ว่าจ้างร้านสังฆภัณฑ์แห่งหนึ่งให้ดำเนินการจัดหาทีมงานหล่อพระ ซึ่งทีมงานดังกล่าวมีบุคคลเข้ามาร่วมดำเนินการหล่อพระประมาณ 10 คน และเป็นผู้ที่นำชิ้นงานกลับไปตกแต่งก่อนนำมาส่งมอบ
คำชี้แจงจากช่างหล่อ: ทองคำอยู่ "ข้างใน"?
ในขณะที่คดีกำลังดำเนินไป นายวรพจน์ จิตตะธัม ช่างทองผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นผู้หล่อพระเกศดังกล่าว ได้ออกมาชี้แจงจากจังหวัดกาญจนบุรีว่า ในวันพิธีเมื่อปี 2559 ทองคำที่บริจาคมานั้นไม่เพียงพอที่จะหล่อให้เต็มพิมพ์พระเกศที่เตรียมไว้ เขาจึงหล่อทองคำลงไปก่อนแล้วมอบพิมพ์เดิมที่ยังไม่เต็มให้หลวงพ่อเก็บรักษาไว้ ส่วนตัวเขานำเพียงตัวองค์พระกลับไปแต่ง เมื่อแต่งองค์พระเสร็จ ก็ได้ทำพระเกศทองเหลืองขึ้นมาอีกชิ้นหนึ่ง (ชิ้นที่ปรากฏในข่าว) และนำทองคำที่เหลือจากพิมพ์เดิมมาหลอมใหม่แล้ว "เทกรอกลงไปข้างในพระเกศทองเหลือง" พร้อมใช้ปูนพลาสเตอร์อุดทับไว้ก่อนมอบให้หลวงพ่อ นายวรพจน์จึงท้าให้มีการผ่าพิสูจน์เพื่อดูไส้ในว่ามีทองคำอยู่จริงหรือไม่ หากเป็นพระเกศชิ้นเดียวกัน
บทสรุป: คดีพลิก...หรือความจริงยังรอการพิสูจน์?
เรื่องราวของวัดบุญชื่นชูยังคงเป็นปริศนาที่รอการคลี่คลาย คำกล่าวอ้างของช่างหล่อที่ว่าทองคำไม่ได้หายไปไหน แต่ถูก "ซ่อน" อยู่ภายในพระเกศทองเหลืองนั้น เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการพิสูจน์ หากเป็นความจริง การสับเปลี่ยนภายนอกอาจไม่ใช่การฉ้อโกง แต่เป็นวิธีการหล่อที่ไม่โปร่งใส อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขข้อสงสัย และนำความจริงกลับคืนสู่ศรัทธาของพุทธศาสนิกชนต่อไป