'ดร.นงนุช' ชี้ Work from home ต้องมาพร้อมการออกแบบระบบทำงานที่มีประสิทธิภาพ!
ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์ เผย Work from Home ต้องคู่ระบบทำงานมีประสิทธิภาพ ลดใช้พลังงาน รัฐบาลหนุน e-Office รับมือวิกฤต พร้อมสร้างความยั่งยืน.
ในสถานการณ์ที่โลกต้องเผชิญกับความท้าทายหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการณ์ด้านพลังงานหรือปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างฝุ่น PM2.5 การทำงานจากที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ได้กลายเป็นมาตรการสำคัญที่หลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนนำมาปรับใช้ เพื่อลดการใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด และ Visiting Associate Professor, School of Electronics and Computer Science, University of Southampton สหราชอาณาจักร ได้เน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของการทำ WFH ให้ได้ผลจริง นั่นคือ "Work from home ต้องมาพร้อมกับการออกแบบระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ"
WFH: โอกาสที่ต้องมาพร้อมระบบที่ใช่
จากการโพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ลดการใช้น้ำมันด้วยการ Work from Home … เห็นด้วยหรือไม่” ดร.นงนุช ชี้ให้เห็นว่า ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่มีการล็อกดาวน์และ WFH อย่างแพร่หลายนั้น สถิติการปล่อยคาร์บอนลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ WFH ในการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานจากการเดินทาง

แต่เหรียญอีกด้านหนึ่ง ดร.นงนุช เตือนว่า WFH อาจไม่ได้ลดการใช้น้ำมันเสมอไป หากไม่มีการบริหารจัดการที่ดี เช่น การเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ทั้งวันที่ไม่ได้ทำงาน หรือการที่ Work from Home กลายเป็นการ "Work from anywhere" ที่ส่งผลให้มีการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น แทนที่จะลดการเดินทางจริง ดังนั้น การออกแบบระบบการทำงานที่รัดกุมและมีประสิทธิภาพ จึงเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จของการทำ WFH
ข้อแนะนำเพื่อการประหยัดพลังงานและการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ:
- ลดการใช้น้ำมันและไฟฟ้า: ปิดป้ายไฟ ไฟประดับที่ไม่จำเป็น, หลีกเลี่ยงการขุดเหรียญคริปโตที่ใช้พลังงานสูง, จัดเวลาเปิด-ปิดระบบงานที่ไม่ต้องรัน 24 ชั่วโมง, และใช้โทรทัศน์/มือถือ/แท็บเล็ตเท่าที่จำเป็น ไม่ควรเปิดทิ้งไว้ทั้งวันหรือชาร์จแบตไปเล่นไป
- เร่งหาแหล่งพลังงานทดแทน: รัฐบาลควรสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานน้ำ ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทย เพื่อลดการพึ่งพิงพลังงานจากภายนอก
- ปล่อยให้ราคาสะท้อนต้นทุนจริง: การที่รัฐบาลอุดหนุนราคาพลังงานอาจทำให้ประชาชนไม่รู้สึกถึงความจำเป็นในการประหยัด การปล่อยให้ราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงจะกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง
ภาครัฐนำร่องด้วยระบบ e-Office: ตัวอย่างของ WFH ที่มีประสิทธิภาพ
ในขณะที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจเริ่มดำเนินมาตรการ WFH สำหรับส่วนงานที่ไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน เพื่อลดการใช้พลังงาน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้แสดงความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ได้เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีใช้ระบบบริหารจัดการสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office) ซึ่งทำให้สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้โดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติภารกิจ

จุดเด่นของระบบ e-Office คือ:
- กระบวนการทำงานที่เป็นระบบ: ตั้งแต่การลงทะเบียน, งานสารบรรณ, การตรวจสอบเอกสาร, การลงนามดิจิทัล, การจัดการประชุม, ไปจนถึงการจัดเก็บไฟล์และคลังข้อมูล
- ความต่อเนื่องและโปร่งใส: ช่วยให้การทำงานและการให้บริการประชาชนมีความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ
- การสนับสนุนจากภาครัฐ: ปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐกว่า 160 แห่ง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกกว่า 5,700 แห่งที่ใช้ระบบ e-Office แล้ว และกระทรวงดีอียังพร้อมสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการปรับเปลี่ยนสู่ระบบ e-Office ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
การทำงานจากที่บ้านจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการลดการเดินทาง แต่เป็นโอกาสสำคัญในการพลิกโฉมวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งต้องอาศัยการออกแบบระบบและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างจริงจังตามที่ ดร.นงนุช ได้ชี้แนะ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวผ่านความท้าทายต่างๆ ไปได้อย่างยั่งยืน