บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผงาดแชมป์ ช้าง เอฟเอ คัพ 2025/26: ศึกเดือดกับ พีที ประจวบ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ทริปเปิ้ลแชมป์
ย้อนรอยความเข้มข้นในนัดชิง ช้าง เอฟเอ คัพ 2025/26! บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เฉือนชนะ พีที ประจวบ 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ คว้าถ้วยสมัยที่ 8 พร้อมปิดซีซันด้วยทริปเปิ้ลแชมป์สุดยิ่งใหญ่
การแข่งขันฟุตบอลถ้วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งของไทย อย่าง ช้าง เอฟเอ คัพ ฤดูกาล 2025/26 ได้ปิดฉากลงอย่างตื่นเต้น เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ที่สนามธรรมศาสตร์ สเตเดียม ซึ่งเป็นการพบกันระหว่าง “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งไทยลีก และ “ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี ทีมที่พร้อมสู้ไม่ถอย เกมนี้ไม่ใช่เพียงแค่การแย่งชิงถ้วยแชมป์ แต่ยังเป็นเดิมพันสำคัญสำหรับทั้งสองสโมสรในการสร้างประวัติศาสตร์และคว้าโควตาฟุตบอลถ้วยเอเชีย
บทสรุปศึกแห่งศักดิ์ศรี: บุรีรัมย์เฉือนประจวบในช่วงต่อเวลา
ตลอด 90 นาทีของการแข่งขัน คู่ชิงชนะเลิศคู่นี้ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ทั้งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฐานะแชมป์เก่าและแชมป์ไทยลีกประจำฤดูกาล และพีที ประจวบ เอฟซี ภายใต้การคุมทีมของโค้ชสะสม พบประเสริฐ ที่มาพร้อมแทคติกเกมรับเหนียวแน่นและโต้กลับที่อันตราย ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกและรับกันอย่างดุเดือด แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถทำประตูได้ ทำให้จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 และต้องตัดสินกันในช่วงต่อเวลาพิเศษ

จุดเปลี่ยนของเกมมาถึงในช่วงต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 94 จากจังหวะเตะมุมของ ธีราทร บุญมาทัน บอลถูกสกัดมาเข้าทาง โรเบิร์ต ซูลจ์ กองกลางตัวเก่งของบุรีรัมย์ ที่จัดการยิงสวนทะลุกำแพงมนุษย์ที่ขวางทางอยู่เข้าไปตุงตาข่าย ทำให้ “ปราสาทสายฟ้า” ขึ้นนำ 1-0 นอกจากนี้ ในช่วงทดเวลาของครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษ พีที ประจวบ ต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คน หลังจาก เอ็ดการ์ เมนเดซ ได้รับใบแดงจากการเล่นที่รุนแรง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รักษาผลการแข่งขันไว้ได้จนจบเกม คว้าแชมป์ไปครองด้วยสกอร์ 1-0
ปราสาทสายฟ้ากับการสร้างประวัติศาสตร์ทริปเปิ้ลแชมป์
ชัยชนะครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพราะเป็นการคว้าแชมป์ ช้าง เอฟเอ คัพ สมัยที่ 8 ของสโมสร และยังเป็นการตอกย้ำความยิ่งใหญ่ด้วยการเป็น "ทริปเปิ้ลแชมป์" ในฤดูกาล 2025/26 ต่อจากแชมป์ไทยลีก และแชมป์สโมสรอาเซียนที่คว้ามาได้ก่อนหน้านี้ ความสำเร็จนี้ส่งผลให้สโมสรได้รับเงินรางวัล 5 ล้านบาทจากการแข่งขันเอฟเอ คัพ และเมื่อรวมกับเงินรางวัลจากการแข่งขันอื่นๆ ทั้งไทยลีกและเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลิต ที่เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ทำให้บุรีรัมย์กวาดเงินรางวัลรวมไปได้สูงถึง 91 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษอย่าง Chang Sportsmanship Award สำหรับนักฟุตบอลผู้มีน้ำใจนักกีฬายอดเยี่ยมตลอดทัวร์นาเมนต์ ซึ่งตกเป็นของ ศศลักษณ์ ไหประโคน ผู้เล่นคนสำคัญจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและจิตวิญญาณนักกีฬาของทีม
ความมุ่งมั่นของพีที ประจวบ และผลกระทบต่อโควตาเอเชีย
แม้จะพ่ายแพ้ในนัดชิงชนะเลิศ แต่ พีที ประจวบ เอฟซี ก็แสดงให้เห็นถึงสปิริตและความมุ่งมั่นที่น่าชื่นชม การเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในรายการใหญ่นี้เป็นผลงานที่น่าประทับใจ และทำให้พวกเขาได้รับเงินรางวัล 1 ล้านบาทในฐานะรองแชมป์ หากพวกเขาคว้าแชมป์ได้ ก็จะได้สิทธิ์ไปเล่นในฟุตบอลถ้วย เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลิต 2026-27 ทว่าด้วยชัยชนะของบุรีรัมย์ โควตาฟุตบอลเอเชีย 2026-27 สำหรับไทย ในถ้วย เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลิต รอบลีก จึงตกเป็นของ บุรีรัมย์, การท่าเรือ เอฟซี และ ราชบุรี เอฟซี ส่วน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ทู จะเป็นของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
สรุปได้ว่า ศึกช้าง เอฟเอ คัพ ฤดูกาล 2025/26 ระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ พีที ประจวบ เอฟซี เป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำในวงการฟุตบอลไทย ไม่เพียงแค่เกมที่เข้มข้นตื่นเต้น แต่ยังรวมถึงการสร้างสถิติ "ทริปเปิ้ลแชมป์" อันยิ่งใหญ่ของ "ปราสาทสายฟ้า" ซึ่งเป็นการยืนยันสถานะความเป็นสโมสรชั้นนำของประเทศได้อย่างแท้จริง