เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบายน้ำ: 7 จังหวัดเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำล่าสุดปี 2569
กรมชลประทานเตือน 7 จังหวัดภาคกลางเฝ้าระวัง หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบายน้ำ มวลน้ำเหนือหลากทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้น 1-1.5 เมตร
กรมชลประทานได้ออกประกาศเตือนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างเร่งด่วน โดย เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท จำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำ สืบเนื่องจากปริมาณน้ำหลากจากตอนบนของประเทศที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ ผู้ที่อาศัยในพื้นที่ริมแม่น้ำ 7 จังหวัดภาคกลางจึงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
กรมชลประทานเตือน 7 จังหวัดเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ
นายสงกรานต์ ชะลอศรีทอง ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 1 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 7 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี เพื่อเตรียมรับมือกับปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ 24 พฤษภาคม 2569

สาเหตุหลักมาจากการมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ในภาคเหนือ ทำให้เกิดน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาไหลลงสู่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อมูล ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ชี้ว่าที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงถึง 1,058 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) ซึ่งมวลน้ำจำนวนมากนี้ได้ไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนยกตัวสูงขึ้นถึง +16.56 เมตร/รทก. ซึ่งใกล้เคียงกับระดับควบคุมสูงสุด
แผนบริหารจัดการน้ำเขื่อนเจ้าพระยา: ระบายเพิ่ม คุมระดับ
เพื่อรักษาระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม ไม่ให้เกินระดับ +16.60 เมตร/รทก. ทางเขื่อนเจ้าพระยาจึงมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อน โดยคาดการณ์ว่าจะระบายน้ำเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ 500-700 ลบ.ม./วินาที และในบางช่วงอาจสูงถึง 650 ลบ.ม./วินาที เพื่อบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และลดผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรให้ได้มากที่สุด
การปรับเพิ่มการระบายน้ำนี้ จะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ไปจนถึงบริเวณตำบลบ้านกระทุ่ม, ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1-1.50 เมตร

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานยืนยันว่า ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นดังกล่าวยังคงอยู่ในตลิ่งลำน้ำ และยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโดยตรง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเนื่องจากมีฝนตกชุกทางตอนบนของประเทศต่อเนื่อง
เตรียมพร้อมรับมือ: คำแนะนำสำหรับประชาชน
สำนักงานชลประทานที่ 12 ขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ยังคงติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง และพร้อมจะแจ้งเตือนเพิ่มเติมหากมีปริมาณน้ำหลากเพิ่มขึ้นจนส่งผลให้ต้องระบายน้ำมากกว่า 700 ลบ.ม./วินาที การเตรียมความพร้อมและติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน