กรมทรัพยากรธรณี: ผู้พิทักษ์แผ่นดินไทย รับมือภัยธรรมชาติ สู่การจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน
เจาะลึกบทบาทกรมทรัพยากรธรณีในการเตือนภัยดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนเพื่ออนาคตประเทศไทย
ในสภาวะที่โลกต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง กรมทรัพยากรธรณี (Department of Mineral Resources) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรณีวิทยา รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด.
กรมทรัพยากรธรณี: หัวใจสำคัญในการเฝ้าระวังภัยพิบัติทางธรณีวิทยา
จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากที่พาดผ่านประเทศไทยในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569 โดยเฉพาะจากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนให้ ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ต้องเตรียมพร้อมรับมืออย่างใกล้ชิด

ในช่วงวันที่ 3-4 กรกฎาคม 2569 กรมทรัพยากรธรณีได้แจ้งเตือนเฝ้าระวังเหตุดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 15 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากมีการตรวจวัดปริมาณน้ำฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมงได้มากกว่า 100 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระดับที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ เพื่อความปลอดภัย กรมทรัพยากรธรณีจึงได้ประสานงานกับอาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังภัยธรณีพิบัติภัยให้เตรียมความพร้อม และแจ้งเตือนสถานการณ์แก่ประชาชนในหมู่บ้านอย่างทันท่วงที พร้อมปฏิบัติตามแผนการเฝ้าระวังที่ได้มีการฝึกอบรมไว้แล้ว
จากการเตือนภัย สู่การจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน
บทบาทของกรมทรัพยากรธรณีไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเฝ้าระวังภัยพิบัติเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน ดังเช่นกรณีล่าสุดที่ตัวแทนจากกรมทรัพยากรธรณีเขต 4 ได้ร่วมลงพื้นที่กับคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ณ เขานาคเกิด จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเคยเกิดเหตุดินถล่ม และพบปัญหาการรุกล้ำป่าสงวน

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้มีการหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะประเด็นสิ่งก่อสร้างที่รุกล้ำพื้นที่ป่า ซึ่งมีการเสนอแนวคิดในการบริหารจัดการสินทรัพย์เหล่านี้เพื่อจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ แทนที่จะรื้อถอนซึ่งอาจก่อให้เกิดมลพิษจากเศษวัสดุก่อสร้างและปล่อยคาร์บอนจำนวนมากถึง 13 เท่าของการสร้างใหม่ แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการหาทางออกที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติ
ความร่วมมือเพื่ออนาคตที่ดีกว่า
การทำงานของกรมทรัพยากรธรณีที่ครอบคลุมทั้งการเฝ้าระวังภัยธรรมชาติ การวิเคราะห์สภาพธรณีวิทยา และการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาการใช้ทรัพยากรที่ดินอย่างไม่เหมาะสม ล้วนเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับประเทศไทย การประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมถึงอาสาสมัครเครือข่ายธรณีพิบัติภัย เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ และช่วยลดความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ดังนั้น การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำเตือนจากกรมทรัพยากรธรณี รวมถึงการร่วมมือในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ประเทศไทยของเราสามารถรับมือกับความท้าทายจากธรรมชาติและมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ในที่สุด.