iPhone Fold เขย่าตลาดสมาร์ทโฟนจอพับ: Counterpoint คาดราคาเฉลี่ยพุ่ง 18% ทั่วโลก
Counterpoint Research คาดการณ์ iPhone Fold ของ Apple จะเข้ามาเขย่าตลาดสมาร์ทโฟนจอพับ พร้อมดันราคาเฉลี่ยทั่วโลกพุ่งขึ้นถึง 18% และรายละเอียดที่น่าสนใจอื่นๆ
วงการสมาร์ทโฟนกำลังจับตามองปรากฏการณ์ใหม่ที่อาจเปลี่ยนโฉมตลาดโทรศัพท์มือถือ นั่นคือการมาถึงของ iPhone Fold (หรือที่บางกระแสคาดว่าจะเป็น iPhone Ultra) แม้ Apple จะยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่บริษัทวิจัยตลาด Counterpoint Research ได้ประเมินผลกระทบที่น่าสนใจ โดยคาดการณ์ว่าการเข้ามาของ iPhone Fold จะทำให้ราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนจอพับทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นถึง 18 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ แตะระดับ 1,485 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 50,000 บาท
iPhone Fold: ปัจจัยสำคัญที่ดันราคาตลาดพรีเมียม
จากการวิเคราะห์ของ Counterpoint Research พบว่า ราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนจอพับจะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มขึ้นถึง 18% จากปี 2025 และ 29% จากปี 2024 ตามลำดับ ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการพุ่งขึ้นของราคานี้คือการก้าวเข้ามาสู่ตลาดมือถือจอพับของ Apple เป็นครั้งแรก ด้วยชื่อที่ยังไม่แน่นอนอย่าง iPhone Ultra หรือ iPhone Fold
การที่ Apple ซึ่งเป็นผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมเข้ามาในตลาดจอพับ จะส่งผลให้:
- ยกระดับมาตรฐานราคา: iPhone Fold คาดว่าจะมีราคาเริ่มต้นสูงถึง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรืออาจสูงถึง 2,500-3,000 ดอลลาร์สหรัฐตามการประเมินของ IDC ซึ่งจะดึงความสนใจของตลาดไปที่กลุ่มราคาสูงเป็นพิเศษ
- เพิ่มความเชื่อมั่น: การเข้ามาของ Apple จะกระตุ้นความสนใจในด้านความต่อเนื่องของซอฟต์แวร์ การรองรับแอปพลิเคชัน และฟีเจอร์การทำงานของสมาร์ทโฟนจอพับทุกรูปแบบ ทำให้มือถือกลุ่มนี้กลายเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในกลุ่มสมาร์ทโฟนทั้งหมด
สองทิศทางของตลาดสมาร์ทโฟนจอพับ
Counterpoint ชี้ว่าตลาดสมาร์ทโฟนจอพับกำลังแบ่งออกเป็นสองทิศทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน:
รูปแบบ "หนังสือ" (Book-style): ราคาพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง
สมาร์ทโฟนจอพับในรูปแบบหนังสือ ซึ่งเป็นรูปแบบที่คาดว่า iPhone Fold จะนำมาใช้ มีแนวโน้มที่ราคาจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ผลิตต่างพยายามเพิ่มนวัตกรรมและคุณภาพในส่วนต่างๆ:
- จอแสดงผลขนาดใหญ่ขึ้น
- บานพับที่แข็งแรงทนทานยิ่งขึ้น
- แบตเตอรี่ที่มีความจุมากขึ้น
- ระบบกล้องที่ดีขึ้น
- ฟีเจอร์การทำงานที่หลากหลายและซับซ้อนขึ้น
รูปแบบนี้ยังมีสัดส่วนยอดส่งมอบในตลาดรวมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่นราคา 1,600-2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจาก 30% ในปี 2025 เป็น 58% ในปี 2026 จึงเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ราคาเฉลี่ยโดยรวมพุ่งสูงขึ้น
รูปแบบ "ตลับแป้ง" (Clamshell): ราคาเข้าถึงง่ายขึ้น
ในทางกลับกัน สมาร์ทโฟนจอพับแบบตลับแป้งกลับมีแนวโน้มที่ราคาจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากมีผู้ผลิตหลายรายเข้าสู่ตลาดมากขึ้น และกำลังการผลิตขยายตัว ทำให้รูปแบบนี้เริ่มแข่งขันกับสมาร์ทโฟนพรีเมียมแบบดั้งเดิมในช่วงราคาที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น ผู้บริโภคจึงมีตัวเลือกที่หลากหลายและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในกลุ่มนี้
เจาะลึก iPhone Fold (Ultra): สิ่งที่เราคาดหวัง
จากข่าวลือและแหล่งข่าวต่างๆ คาดการณ์ว่า Apple อาจเปิดตัว iPhone จอพับในวันที่ 8 หรือ 9 กันยายน 2569 พร้อมกับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max โดยมีข้อมูลสเปกที่น่าสนใจ:
- หน้าจอ: จอด้านในขนาด 7.8 นิ้ว และจอด้านนอกขนาด 5.5 นิ้ว
- ชิปเซ็ต: ชิป A20 และโมเด็ม C2
- ระบบยืนยันตัวตน: ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องที่ติดตั้ง Touch ID แทน Face ID
- กล้อง: กล้องหลัง 2 ตัว
- ราคา: คาดว่าจะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือสูงกว่า
นอกจากนี้ Apple ยังได้แจ้งซัพพลายเออร์ให้เตรียมกำลังการผลิต iPhone จอพับรุ่นแรกถึง 10 ล้านเครื่องในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 7-8 ล้านเครื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม แม้จะเผชิญข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทานก็ตาม
การเข้ามาของ iPhone Fold จึงไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค แต่ยังเป็นตัวเร่งให้ตลาดสมาร์ทโฟนจอพับเติบโตไปอีกขั้น โดยเฉพาะในกลุ่มระดับพรีเมียม สร้างมาตรฐานใหม่และกระตุ้นให้ผู้ผลิตรายอื่นต้องเร่งพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน