ปากีสถาน: เมื่อ "สงครามเปิด" กับตาลีบันเขย่าภูมิรัฐศาสตร์เอเชียใต้

เจาะลึกความขัดแย้งระหว่างปากีสถานกับตาลีบัน การโจมตีตอบโต้ การประกาศสงครามเปิด และผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชียใต้และตลาดโลก พร้อมวิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุด

ปากีสถาน: เมื่อ "สงครามเปิด" กับตาลีบันเขย่าภูมิรัฐศาสตร์เอเชียใต้

ท่ามกลางภูมิทัศน์ที่ซับซ้อนและเปราะบางของเอเชียใต้ นามของ ปากีสถาน มักปรากฏขึ้นพร้อมกับประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างอัฟกานิสถาน การประกาศ "สงครามเปิด" กับกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถานเมื่อเร็วๆ นี้ ได้จุดชนวนความกังวลครั้งใหม่ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก บทความนี้จะเจาะลึกถึงเบื้องหลัง ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้น การตอบโต้ไปมา และผลกระทบอันกว้างขวางที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ที่ตึงเครียดนี้

ภาพประกอบ

ต้นกำเนิดของความตึงเครียด: ความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างปากีสถานและตาลีบัน

ความสัมพันธ์ระหว่างปากีสถานและกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถานเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ที่พันกัน กลุ่มตาลีบันที่ปกครองอัฟกานิสถานในปัจจุบัน (หลังจากการยึดอำนาจในปี 2564) เคยได้รับการสนับสนุนอย่างมีนัยสำคัญจากปากีสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการที่กลุ่มถูกขับออกจากอำนาจในปี 2544 จากการบุกโจมตีของกองกำลังที่นำโดยสหรัฐฯ ปากีสถานมองว่าตาลีบันเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่สามารถช่วยรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคและป้องกันอิทธิพลของอินเดียในอัฟกานิสถาน อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อตาลีบันกลับมามีอำนาจอีกครั้งในปี 2564

นับตั้งแต่การกลับมาของตาลีบัน ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกลับเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว สาเหตุหลักมาจากการที่รัฐบาลปากีสถานกล่าวหาว่ากลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถานให้ที่พักพิงและสนับสนุนกลุ่ม เตห์รีค-อี-ตาลีบัน ปากีสถาน (Tehrik-i-Taliban Pakistan - TTP) ซึ่งรู้จักกันในชื่อ "ตาลีบันปากีสถาน" TTP เป็นกลุ่มติดอาวุธที่แยกตัวออกมาจากตาลีบันอัฟกานิสถาน มีเป้าหมายที่จะโค่นล้มรัฐบาลปากีสถานและสถาปนากฎหมายชะรีอะห์ในประเทศ กลุ่ม TTP ได้ก่อเหตุโจมตีพลเรือนและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงในปากีสถานอย่างต่อเนื่อง สร้างความไม่สงบและความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ปากีสถานมองว่าการที่ตาลีบันอัฟกานิสถานไม่สามารถหรือไม่ยอมปราบปรามกลุ่ม TTP ตามแนวชายแดน ถือเป็นการคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของตนเอง และเป็นการละเมิดข้อตกลงและหลักการระหว่างประเทศ

แม้จะเคยมีการทำข้อตกลงหยุดยิงเพื่อยุติการปะทะกันเมื่อเดือนตุลาคม 2568 แต่สถานการณ์ตามแนวชายแดนก็ยังคงตึงเครียดและมีการปะทะกันเกิดขึ้นประปรายเป็นระยะ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของข้อตกลงดังกล่าว และความยากลำบากในการควบคุมสถานการณ์จริงบนภาคพื้นดิน

วงจรแห่งความรุนแรง: การตอบโต้ไปมาระหว่างสองชาติ

ความตึงเครียดที่สะสมมานานได้ปะทุขึ้นเป็นวงจรแห่งการโจมตีและการตอบโต้ที่รุนแรงในช่วงต้นปี 2569 ข้อมูลจากแหล่งข่าวหลายแห่งยืนยันถึงการยกระดับความขัดแย้งทางทหารอย่างน่าเป็นห่วง

ปากีสถานเปิดฉากโจมตีทางอากาศ: การตอบโต้เหตุระเบิดฆ่าตัวตาย

ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปากีสถานได้ประสบกับเหตุการณ์ระเบิดฆ่าตัวตายที่มัสยิดชีอะห์ในกรุงอิสลามาบัด รวมถึงการโจมตีอีกหลายครั้งในจังหวัดไคเบอร์ปัคตุนควาทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งล้วนถูกกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของกลุ่ม TTP ในการตอบโต้เหตุการณ์เหล่านี้ กองทัพอากาศปากีสถานได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศ อย่างหนักในอัฟกานิสถานเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ (ก่อนวันที่ 26 ก.พ. 2569) โดยมุ่งเป้าไปที่เป้าหมาย 7 แห่ง ซึ่งเป็นค่ายและที่หลบซ่อนของกลุ่มติดอาวุธ TTP และกลุ่มพันธมิตร ใกล้กับชายแดนปากีสถาน-อัฟกานิสถาน

อย่างไรก็ตาม การโจมตีครั้งนี้ได้รับเสียงประณามอย่างรุนแรงจากกลุ่มตาลีบันอัฟกานิสถาน โดยพวกเขาอ้างว่าเป้าหมายที่ถูกโจมตีนั้นรวมถึงบ้านเรือนและโรงเรียนสอนศาสนา และทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีทั้งผู้หญิงและเด็ก กลุ่มตาลีบันประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดบูรณภาพดินแดนของอัฟกานิสถานและละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน พร้อมทั้งเตือนว่าจะมีการตอบโต้อย่างเหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม

อัฟกานิสถานเอาคืน: ปฏิบัติการทางทหาร "ขนาดใหญ่"

คำเตือนของตาลีบันไม่ได้เป็นเพียงคำขู่ลอยๆ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 อัฟกานิสถานได้เปิดฉากปฏิบัติการทางทหาร "ขนาดใหญ่" ตอบโต้การโจมตีของปากีสถาน หัวหน้าโฆษกของกลุ่มตาลีบัน นายซาบิฮุลเลาะห์ มูจาฮิด โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน X ระบุว่า "เพื่อตอบโต้การละเมิดชายแดนและการก่อเหตุไม่สงบซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยกลุ่มทหารปากีสถาน ปฏิบัติการเพื่อชิงลงมือก่อนขนาดใหญ่จึงถูกเปิดฉากขึ้นต่อฐานบัญชาการและที่ตั้งทางทหารของกองทัพปากีสถาน" ปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันพฤหัสบดี (อาจเป็นวันที่ 25 ก.พ.)

นายมูจาฮิดอ้างว่าปฏิบัติการครั้งนี้ทำให้ทหารปากีสถานเสียชีวิต "จำนวนมาก" และบางส่วนถูกจับกุมตัวได้ระหว่างการโจมตีตามแนวชายแดน นอกจากนี้ กองกำลังตาลีบันยังสามารถยึดฐานที่มั่นทางทหารของปากีสถานได้ถึง 15 แห่ง

ทางด้านรัฐบาลปากีสถานได้ออกมาตอบโต้ โดยกล่าวหาว่ากลุ่มตาลีบันคำนวณผิดพลาดและเปิดฉากยิงโดยไม่มีการยั่วยุในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดนจังหวัดไคเบอร์ปัคตุนควา พวกเขายืนยันว่า "รายงานในเบื้องต้นยืนยันว่ามีความสูญเสียอย่างหนักในฝั่งอัฟกานิสถาน โดยฐานที่มั่นและยุทโธปกรณ์หลายแห่งถูกทำลาย" ปากีสถานยังประกาศกร้าวว่าจะใช้มาตรการที่จำเป็นทุกประการเพื่อรักษาบูรณภาพแห่งดินแดน รวมถึงความปลอดภัยและความมั่นคงของประชาชน

ภาพประกอบ

ปากีสถานประกาศ "สงครามเปิด" กับตาลีบัน: การยกระดับครั้งสำคัญ

ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ปากีสถานได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าขณะนี้ประเทศอยู่ใน "สงครามเปิด" (Open War) กับกลุ่มตาลีบัน ตามรายงานจาก @CryptoRover (X) ซึ่งถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งสำคัญในภูมิภาคเอเชียใต้ที่ตึงเครียดอยู่แล้วมานาน

การประกาศ "สงครามเปิด" ในครั้งนี้มีความหมายที่ลึกซึ้งและน่ากังวล โดยอาจหมายถึง:

  • การตอบโต้ทางทหารที่จริงจังมากขึ้น: ปากีสถานอาจเตรียมใช้มาตรการทางทหารที่แข็งกร้าวและต่อเนื่องกว่าเดิม ซึ่งอาจรวมถึงการโจมตีทางอากาศขนาดใหญ่ ปฏิบัติการข้ามพรมแดนภาคพื้นดิน หรือแม้แต่การปฏิบัติการทางทหารที่กินพื้นที่กว้างขวางขึ้น
  • การยุติบทบาทของการเจรจา: การประกาศนี้ส่งสัญญาณว่าปากีสถานอาจมองว่าช่องทางการทูตหรือการเจรจากับตาลีบันไม่ประสบผลสำเร็จอีกต่อไป และพร้อมที่จะใช้กำลังเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความมั่นคงของตน
  • การส่งสัญญาณถึงประชาคมโลก: เป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อประชาคมโลกว่าปากีสถานถือว่าการคุกคามจาก TTP ที่ได้รับการสนับสนุนจากอัฟกานิสถานเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเด็ดขาด

คำประกาศ "สงครามเปิด" ได้สร้างความกังวลในหมู่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ทั่วโลกอย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวสามารถนำไปสู่ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเชื่อว่าแม้จะเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค แต่ผลกระทบโดยตรงต่อตลาดการเงินระดับโลกน่าจะจำกัด หากไม่ลุกลามไปสู่ความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจโลก

เงาของอาวุธนิวเคลียร์และผลกระทบระดับโลก

สิ่งที่ทำให้ความขัดแย้งระหว่างปากีสถานและตาลีบันแตกต่างจากความตึงเครียดทั่วไปในภูมิภาคคือสถานะของ ปากีสถานในฐานะประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ การที่ประเทศที่มีขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ประกาศ "สงครามเปิด" ไม่ว่าจะกับกลุ่มใดก็ตาม ย่อมเป็นประเด็นที่ประชาคมนานาชาติต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดและจริงจังเป็นพิเศษ เพราะศักยภาพในการก่อให้เกิดความไม่มั่นคงในวงกว้างนั้นสูงมาก

ผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์

  • ความไม่มั่นคงในภูมิภาค: การปะทะกันอย่างต่อเนื่องจะยิ่งทำให้ภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียกลางไร้เสถียรภาพ ส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ และอาจนำไปสู่ปัญหาผู้ลี้ภัย การอพยพย้ายถิ่นฐาน และการหยุดชะงักของการค้าและการลงทุน
  • ผลประโยชน์ของมหาอำนาจ: จีนและสหรัฐฯ ต่างก็มีผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในภูมิภาคนี้ จีนมีโครงการ Belt and Road Initiative ที่ปากีสถานเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ (China-Pakistan Economic Corridor - CPEC) ในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงมีบทบาทในการต่อต้านการก่อการร้ายในภูมิภาค ความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์เหล่านี้ และอาจดึงให้มหาอำนาจเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น
  • การกระจายตัวของกลุ่มติดอาวุธ: หากสถานการณ์ความไม่สงบขยายตัว อาจเป็นโอกาสให้กลุ่มติดอาวุธอื่นๆ แทรกซึมและขยายอิทธิพล ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความซับซ้อนให้กับปัญหาด้านความมั่นคงในระยะยาว

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ

แม้ว่าปากีสถานและกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถานจะไม่ใช่มหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก แต่ความขัดแย้งระดับภูมิภาคก็ย่อมส่งผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้นได้ ดังที่เห็นได้จากรายงานที่ระบุถึงความกังวลในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี นักลงทุนมักจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อถือเงินสดหรือสินทรัพย์ปลอดภัยเมื่อเกิดความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจโลกอาจจำกัดเมื่อเทียบกับความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ แต่การหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาค การลงทุนที่ลดลง และความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์บางชนิดก็อาจเกิดขึ้นได้

ความท้าทายและการคาดการณ์อนาคต

สถานการณ์ปัจจุบันเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับทั้งปากีสถานและกลุ่มตาลีบัน ความสามารถในการจัดการกับวิกฤตนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของภูมิภาคในอนาคต

  • แรงกดดันต่อตาลีบัน: ตาลีบันอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลจากปากีสถานและประชาคมโลกในการควบคุมกลุ่ม TTP ที่ปฏิบัติการจากดินแดนอัฟกานิสถาน หากไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อัฟกานิสถานอาจเผชิญกับการโดดเดี่ยวทางการทูตและมาตรการตอบโต้ที่รุนแรงขึ้นจากปากีสถาน
  • ความเสี่ยงของปากีสถาน: แม้จะประกาศ "สงครามเปิด" แต่ปากีสถานเองก็ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการโจมตีตอบโต้ของ TTP ที่อาจทวีความรุนแรงขึ้นภายในประเทศ รวมถึงความท้าทายในการรักษาเสถียรภาพภายในประเทศและเศรษฐกิจที่เปราะบางอยู่แล้ว
  • บทบาทของการทูต: แม้จะมีความตึงเครียดสูง แต่ช่องทางการทูตก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ การเข้ามาของประเทศที่สาม เช่น ซาอุดีอาระเบียที่เคยเป็นคนกลางในการเจรจาปล่อยตัวทหารปากีสถาน ก็ยังอาจเป็นความหวังในการคลี่คลายสถานการณ์
  • ผลกระทบต่อพลเรือน: ไม่ว่าผลลัพธ์ของความขัดแย้งจะเป็นเช่นไร พลเรือนผู้บริสุทธิ์ในทั้งสองประเทศคือผู้ที่ต้องแบกรับผลกระทบหนักที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียชีวิต การพลัดถิ่น หรือการต้องเผชิญกับสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบากยิ่งขึ้น

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ในปากีสถานและอัฟกานิสถานกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ การประกาศ "สงครามเปิด" ของปากีสถานกับตาลีบันเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่อาจมีผลกระทบอย่างมหาศาลต่อเสถียรภาพของภูมิภาคเอเชียใต้และอาจส่งผลสะท้อนไปทั่วโลก เนื่องด้วยสถานะของปากีสถานในฐานะมหาอำนาจนิวเคลียร์ และผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศมหาอำนาจอื่นๆ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาคมโลกจะต้องจับตาสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดและเร่งหาทางออกทางการทูต เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งบานปลายไปสู่หายนะที่รุนแรงยิ่งขึ้น

Read more

เผยเฉดสี iPhone 18 Pro "Dark Cherry" สีไฮไลต์ประจำปี 2026 พร้อมนวัตกรรมกล้องใหม่

เผยเฉดสี iPhone 18 Pro "Dark Cherry" สีไฮไลต์ประจำปี 2026 พร้อมนวัตกรรมกล้องใหม่

เจาะลึก iPhone 18 Pro ซีรีส์ 2026 กับสีไฮไลต์ใหม่ "Dark Cherry" ที่หรูหราเหนือระดับ พร้อมเปิดตัวกล้องรูรับแสงปรับได้ครั้งแรก! เตรียมสัมผัสความพรีเมียม

By ทีมงาน devdog
ความสำเร็จครั้งสำคัญ! อุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงทะลุสถานีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ

ความสำเร็จครั้งสำคัญ! อุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงทะลุสถานีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ

ความสำเร็จครั้งสำคัญของการขุดเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วง สัญญา 2 ทะลุสถานีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมเทคโนโลยีทันสมัยและเร่งงานสถานี

By ทีมงาน devdog
รีวิว MacBook Neo: นี่แหละ! Mac สำหรับทุกคนในราคาเริ่มต้น 19,900 บาท!

รีวิว MacBook Neo: นี่แหละ! Mac สำหรับทุกคนในราคาเริ่มต้น 19,900 บาท!

เจาะลึก MacBook Neo แล็ปท็อป Apple ราคาเริ่มต้น 19,900 บาท พร้อมชิป A18 Pro, ดีไซน์พรีเมียม และแบตเตอรี่อึด! คุ้มค่าแค่ไหน มาดูกัน

By ทีมงาน devdog
DJI Osmo Pocket 4: กล้องกิมบอลจิ๋วแห่งปี 2026 อัปเกรดเพื่อคอนเทนต์ครีเอเตอร์ตัวจริง

DJI Osmo Pocket 4: กล้องกิมบอลจิ๋วแห่งปี 2026 อัปเกรดเพื่อคอนเทนต์ครีเอเตอร์ตัวจริง

เปิดตัว DJI Osmo Pocket 4 อัปเกรดเซนเซอร์ 1 นิ้ว, 4K/240fps, ActiveTrack 7.0 พร้อมเมมในตัว 107GB เหมาะสำหรับสาย Vlog และครีเอเตอร์ตัวจริง.

By ทีมงาน devdog