จันทรุปราคา: เตรียมชม "ดวงจันทร์สีแดงอิฐ" ปรากฏการณ์สุดขอบฟ้าในคืนมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569

เตรียมชมจันทรุปราคาเต็มดวง "ดวงจันทร์สีแดงอิฐ" คืนวันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569 นี้ พร้อมวิธีดู ตำนาน และจุดสังเกตการณ์ทั่วไทย.

จันทรุปราคา: เตรียมชม "ดวงจันทร์สีแดงอิฐ" ปรากฏการณ์สุดขอบฟ้าในคืนมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569

ค่ำคืนวันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569 นี้ นับเป็นช่วงเวลาที่นักดูดาวและผู้คนทั่วไปต่างเฝ้ารอคอยปรากฏการณ์ธรรมชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจ นั่นคือ "จันทรุปราคาเต็มดวง" ซึ่งจะเนรมิตให้ดวงจันทร์เต็มดวงเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐลอยเด่นอยู่เหนือขอบฟ้าทางทิศตะวันออก เป็นภาพที่หาชมได้ไม่บ่อยนัก และเป็นโอกาสทองที่เราจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของห้วงเวลาแห่งความมหัศจรรย์ทางดาราศาสตร์

ภาพประกอบจันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์สีแดง

ทำความรู้จัก "จันทรุปราคา" ปรากฏการณ์ฟ้าอันน่าทึ่ง

จันทรุปราคา (Lunar Eclipse) คือปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในแนวระนาบเดียวกัน โดยมีโลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์พอดี ทำให้เงาของโลกทอดไปบดบังดวงจันทร์ ส่งผลให้เรามองเห็นดวงจันทร์มืดลงหรือเปลี่ยนสีไปจากปกติ ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้เฉพาะในคืนวันเพ็ญ หรือคืนที่ดวงจันทร์เต็มดวงเท่านั้น (ขึ้น 14-15 ค่ำ)

หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อดวงจันทร์โคจรรอบโลกทุกเดือน ทำไมเราจึงไม่เห็นจันทรุปราคาทุกคืนวันเพ็ญ? คำตอบคือ ระนาบวงโคจรของดวงจันทร์เอียงทำมุมประมาณ 5 องศากับระนาบวงโคจรของโลก ทำให้โดยส่วนใหญ่แล้ว ดวงจันทร์จะโคจรผ่านเหนือหรือใต้เงาของโลกไป ไม่ได้ตรงกับเงามืดของโลกพอดี จึงเกิดจันทรุปราคาขึ้นเป็นบางครั้งเท่านั้น ซึ่งทำให้ปรากฏการณ์นี้มีความพิเศษและน่าติดตามอยู่เสมอ

ประเภทของจันทรุปราคา

จันทรุปราคาสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ ขึ้นอยู่กับว่าดวงจันทร์เคลื่อนผ่านเงาของโลกในลักษณะใด:

  • จันทรุปราคาเต็มดวง (Total Lunar Eclipse): เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์เคลื่อนเข้าสู่เงามืด (Umbra) ของโลกทั้งดวง ทำให้มองเห็นดวงจันทร์เปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม หรือน้ำตาลเข้ม คล้ายสีอิฐ หรือที่นิยมเรียกกันว่า "ดวงจันทร์สีเลือด" หรือ "Blood Moon" ความเข้มของสีจะแตกต่างกันไปตามสภาพบรรยากาศโลกในขณะนั้น เช่น หากมีฝุ่นละอองหรือเมฆมาก สีอาจจะเข้มขึ้น
  • จันทรุปราคาบางส่วน (Partial Lunar Eclipse): เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนผ่านเงามืดของโลกเพียงบางส่วน ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์มีลักษณะเว้าแหว่งไปบางส่วนคล้ายโดนกัดไป
  • จันทรุปราคาเงามัว (Penumbral Lunar Eclipse): เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์เคลื่อนผ่านเงามัว (Penumbra) ของโลก ซึ่งเป็นส่วนที่แสงอาทิตย์ถูกโลกบังไปเพียงบางส่วน ทำให้ดวงจันทร์ดูมืดลงเล็กน้อยเท่านั้น ยากที่จะสังเกตเห็นด้วยตาเปล่าหากไม่มีการสังเกตอย่างละเอียด

ไขปริศนา "ดวงจันทร์สีแดงอิฐ" หรือ "Blood Moon"

ปรากฏการณ์ที่ทำให้จันทรุปราคาเต็มดวงน่าตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษคือการที่ดวงจันทร์เปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐหรือสีเลือด ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นั้นอยู่ที่ชั้นบรรยากาศของโลกเราเอง

เมื่อดวงจันทร์เคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลก แสงอาทิตย์ที่ส่องมายังโลกจะถูกบดบังไปโดยตรง แต่แสงบางส่วนยังคงสามารถเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศโลกได้ คล้ายกับที่แสงอาทิตย์ส่องผ่านชั้นบรรยากาศในตอนเช้าหรือตอนเย็นทำให้ท้องฟ้ามีสีแดงอมส้ม ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "การกระเจิงของแสงเรย์ลีห์" (Rayleigh Scattering) จะเกิดขึ้น โดยชั้นบรรยากาศของโลกจะกระเจิงแสงสีฟ้าออกไป ทำให้เหลือเพียงแสงสีแดงและสีส้มนี่เองที่หักเหผ่านชั้นบรรยากาศโลกแล้วไปตกกระทบดวงจันทร์ ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดงอิฐนั่นเอง

ความเข้มของสีแดงที่ปรากฏบนดวงจันทร์ขณะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงนั้น สามารถบอกอะไรเราได้หลายอย่างเกี่ยวกับสภาพชั้นบรรยากาศโลกในขณะนั้น เช่น หากมีฝุ่นภูเขาไฟ ควัน หรือเมฆในชั้นบรรยากาศโลกมาก ก็จะทำให้แสงสีแดงที่ส่องไปถึงดวงจันทร์มีความเข้มและมืดลง ในทางกลับกัน หากบรรยากาศโลกโปร่งใส ดวงจันทร์ก็จะปรากฏเป็นสีแดงสดใสกว่า

ภาพประกอบแผนภาพการเกิดจันทรุปราคาและเงาโลก

เจาะลึก: จันทรุปราคาเต็มดวง "ดวงจันทร์สีแดงอิฐ" คืนมาฆบูชา 3 มี.ค. 2569

สำหรับปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม 2569 ซึ่งตรงกับ วันมาฆบูชา นั้น ถือเป็นโอกาสพิเศษอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยที่จะได้ชมความงดงามนี้ในช่วงหัวค่ำ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ได้ออกมาประชาสัมพันธ์ถึงปรากฏการณ์สำคัญครั้งนี้ โดยระบุถึงลำดับเวลาและข้อควรปฏิบัติในการสังเกตการณ์เพื่อให้ได้ชมภาพที่ชัดเจนที่สุด

ลำดับเวลาปรากฏการณ์ (เวลาประเทศไทย – กรุงเทพมหานคร):

  • เวลาเกิดคราสเต็มดวงโดยรวม: ประมาณ 15:44 – 21:23 น.
  • ช่วงเวลาที่สังเกตเห็นได้ในประเทศไทย: ดวงจันทร์จะเริ่มขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเวลาประมาณ 18:23 น. ซึ่งขณะนั้นดวงจันทร์จะถูกเงามืดของโลกบดบังทั้งดวงอยู่แล้ว ทำให้ผู้สังเกตเห็นดวงจันทร์ปรากฏเป็นสีแดงอิฐตั้งแต่เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้า
  • ช่วงเวลาชม "ดวงจันทร์สีแดงอิฐ": เราจะสามารถสังเกตเห็นดวงจันทร์สีแดงอิฐนี้ได้จนถึงเวลาประมาณ 19:02 น. รวมระยะเวลาประมาณ 39 นาที (เวลาอาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละพื้นที่)
  • หลังจากนั้น: ดวงจันทร์จะเริ่มเคลื่อนออกจากเงามืดของโลก และค่อยๆ ปรากฏเว้าแหว่งบางส่วน กลายเป็นจันทรุปราคาบางส่วน ก่อนจะพ้นจากเงามืดทั้งหมดในเวลาประมาณ 20:17 น. และพ้นจากเงามัวจนสิ้นสุดปรากฏการณ์โดยสมบูรณ์

ด้วยช่วงเวลาที่สามารถสังเกตปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงได้มีระยะเวลาเพียง 39 นาที และดวงจันทร์จะอยู่ในตำแหน่งค่อนข้างต่ำใกล้ขอบฟ้า NARIT จึงแนะนำให้ผู้สนใจเลือกจุดสังเกตการณ์ที่เป็นพื้นที่โล่ง มองเห็นขอบฟ้าทางทิศตะวันออกได้ชัดเจน ไม่มีอาคารสูงหรือต้นไม้บดบัง เช่น บนตึกสูง จุดชมวิว ริมทะเล หรือพื้นที่เกษตรกรรม

NARIT จัดกิจกรรมพิเศษ!

เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมชมปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าตื่นเต้นนี้ NARIT ได้จัดกิจกรรมสังเกตการณ์หลัก 5 จุด ทั่วประเทศ ได้แก่:

  • อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา

กิจกรรมจะจัดขึ้นในคืนวันที่ 3 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 18:00 - 22:00 น. โดยจะมีการตั้งกล้องโทรทรรศน์ และจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับวัตถุท้องฟ้าที่น่าสนใจในคืนนั้น ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ NARIT ยังได้เชิญชวนโรงเรียนในเครือข่ายกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์ทั่วประเทศให้ร่วมจัดกิจกรรมสังเกตการณ์ในครั้งนี้ด้วย

สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางไปร่วมกิจกรรม ยังสามารถรับชมถ่ายทอดสดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงได้ทางเฟซบุ๊ก และยูทูบของ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ อีกด้วย!

ตำนานและความเชื่อเกี่ยวกับจันทรุปราคา: จาก "ราหูอมจันทร์" สู่ความมหัศจรรย์สากล

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาได้สร้างความตื่นตาตื่นใจและก่อให้เกิดจินตนาการแก่ผู้คนมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในแต่ละวัฒนธรรมจึงมีเรื่องเล่า ตำนาน และความเชื่อที่แตกต่างกันออกไป

"ราหูอมจันทร์" ความเชื่อไทยโบราณ

ในสังคมไทยและหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "ราหูอมจันทร์" ตามตำนานเล่าว่า พระราหูเป็นยักษ์ที่ถูกลงโทษจากการดื่มน้ำอมฤต จึงมีร่างกายเพียงครึ่งท่อน เมื่อพระราหูได้โอกาสก็จะติดตามจับดวงจันทร์หรือดวงอาทิตย์มาอมไว้ในปากเพื่อแก้แค้น ซึ่งก็คือปรากฏการณ์จันทรุปราคาและสุริยุปราคาที่เรารู้จักกันนั่นเอง

ความเชื่อเรื่องราหูอมจันทร์ส่งผลให้เกิดพิธีกรรมและความเชื่อต่างๆ ตามมา เช่น การตีเกราะเคาะไม้ หรือส่งเสียงดังเพื่อขับไล่พระราหูให้คายดวงจันทร์ออกมา รวมถึงการทำบุญบูชาพระราหูเพื่อสะเดาะเคราะห์ ป้องกันภัยพิบัติ หรือขอพรให้ชีวิตมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง

ความเชื่อจากวัฒนธรรมทั่วโลก

  • อินเดีย: คล้ายกับความเชื่อไทย มีตำนานเกี่ยวกับอสูร "ราหู" ที่กลืนดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
  • จีน: มีตำนานเกี่ยวกับมังกรฟ้าที่พยายามกินดวงจันทร์ ผู้คนจึงต้องส่งเสียงดังเพื่อไล่มังกร
  • เมโสโปเตเมียโบราณ: เชื่อว่าจันทรุปราคาเป็นสัญญาณของกษัตริย์ที่กำลังจะถูกโจมตี จึงมีการทำพิธีกรรมต่างๆ เพื่อปกป้องกษัตริย์
  • ชาวอินคา: เชื่อว่าเสือภูเขาโจมตีและกินดวงจันทร์ จึงต้องส่งเสียงดังเพื่อขับไล่มัน
  • ชนพื้นเมืองอเมริกันบางเผ่า: เชื่อว่าเป็นสัญญาณของการต่อสู้ระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ และเป็นช่วงเวลาของการรักษาและทำพิธีกรรม

แม้ในปัจจุบันวิทยาศาสตร์ได้อธิบายปรากฏการณ์นี้ได้อย่างชัดเจน แต่ตำนานและความเชื่อเหล่านี้ก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและสร้างเสน่ห์ให้กับจันทรุปราคามากยิ่งขึ้น

วิธีสังเกตการณ์จันทรุปราคาด้วยตาเปล่าและอุปกรณ์

จันทรุปราคาเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ปลอดภัยในการสังเกตการณ์ด้วยตาเปล่า แตกต่างจากสุริยุปราคาที่ไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าได้โดยตรง

การสังเกตการณ์ด้วยตาเปล่า:

  • เลือกสถานที่: หาพื้นที่โล่งกว้างที่ไม่มีสิ่งบดบังทิศตะวันออก มองเห็นขอบฟ้าได้ชัดเจน ยิ่งมืดสนิทเท่าไหร่ก็จะยิ่งเห็นความชัดเจนและสีสันของดวงจันทร์ได้ดียิ่งขึ้น
  • ปรับสายตา: ให้เวลาสายตาของคุณปรับเข้ากับความมืดประมาณ 10-15 นาที ก่อนที่จะเริ่มมองหาดวงจันทร์
  • อดทน: แม้จะเห็นดวงจันทร์สีแดงตั้งแต่แรกขึ้น แต่การสังเกตการณ์ต่อเนื่องจะทำให้คุณเห็นการเปลี่ยนแปลงของสีและความเข้ม รวมถึงการเคลื่อนตัวของดวงจันทร์

การใช้อุปกรณ์ช่วยสังเกตการณ์:

  • กล้องสองตา (Binoculars): เป็นอุปกรณ์ที่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยขยายภาพ ทำให้คุณเห็นรายละเอียดของพื้นผิว ดวงจันทร์ และสีแดงอิฐได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งยังพกพาง่ายและใช้งานไม่ซับซ้อน
  • กล้องโทรทรรศน์ (Telescope): หากคุณมีกล้องโทรทรรศน์ ก็จะสามารถซูมดูรายละเอียดของปล่องภูเขาไฟและลักษณะทางธรณีวิทยาอื่นๆ บนดวงจันทร์ได้อย่างชัดเจน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเงาและสีสันได้อย่างเต็มที่

เคล็ดลับการถ่ายภาพจันทรุปราคา:

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ จันทรุปราคาเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมในการเก็บภาพสวยๆ ไว้เป็นที่ระลึก:

  • อุปกรณ์: ใช้กล้อง DSLR หรือ Mirrorless พร้อมเลนส์เทเลโฟโต้ (Telephoto Lens) ที่มีทางยาวโฟกัสตั้งแต่ 200mm ขึ้นไป ขาตั้งกล้องเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันภาพสั่นไหว
  • การตั้งค่ากล้องเบื้องต้น:
    • โหมด: แนะนำให้ใช้โหมดแมนนวล (Manual Mode)
    • รูรับแสง (Aperture): ตั้งค่าให้กว้างที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น f/2.8 - f/5.6
    • ความไวแสง (ISO): เริ่มต้นที่ ISO 800-1600 แล้วปรับตามความเหมาะสม
    • ความเร็วชัตเตอร์ (Shutter Speed): เริ่มต้นที่ 1/2 วินาที - 2 วินาที และปรับตามความสว่างของดวงจันทร์ในขณะนั้น
    • โฟกัส: ใช้โหมดแมนนวลโฟกัส และโฟกัสไปที่ดวงจันทร์โดยตรง
  • ถ่ายภาพต่อเนื่อง: การถ่ายภาพหลายๆ ภาพในช่วงเวลาต่างๆ กัน จะทำให้คุณได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของดวงจันทร์ตลอดปรากฏการณ์

ความสำคัญทางวิทยาศาสตร์และการเรียนรู้

นอกเหนือจากความสวยงามและความตื่นเต้น จันทรุปราคายังมีความสำคัญอย่างมากต่อวงการวิทยาศาสตร์และการศึกษาดาราศาสตร์

  • ยืนยันทฤษฎี: จันทรุปราคาเป็นปรากฏการณ์ที่ช่วยยืนยันทฤษฎีเกี่ยวกับวงโคจรของโลกและดวงจันทร์ รวมถึงรูปทรงกลมของโลก (ซึ่งสามารถเห็นได้จากเงาของโลกที่บดบังดวงจันทร์)
  • การศึกษาบรรยากาศโลก: นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาองค์ประกอบและการเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศโลกได้จากลักษณะของแสงที่หักเหไปตกกระทบดวงจันทร์ในช่วงที่เกิดจันทรุปราคาเต็มดวง สีที่ปรากฏบนดวงจันทร์สามารถบ่งบอกถึงสภาพอากาศและอนุภาคต่างๆ ในชั้นบรรยากาศได้
  • สร้างแรงบันดาลใจ: ปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นประตูบานแรกที่จุดประกายความสนใจในวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ให้กับผู้คนทุกเพศทุกวัย กระตุ้นให้เกิดคำถาม ความอยากรู้อยากเห็น และนำไปสู่การเรียนรู้ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
  • การศึกษาประวัติศาสตร์: การบันทึกปรากฏการณ์จันทรุปราคาในอดีตช่วยให้นักประวัติศาสตร์และนักดาราศาสตร์สามารถกำหนดวันที่ของเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ได้แม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงการทำความเข้าใจความรู้ทางดาราศาสตร์ของอารยธรรมโบราณ

จันทรุปราคาจึงไม่ใช่แค่เพียงปรากฏการณ์ที่สวยงามบนท้องฟ้า แต่ยังเป็นห้องทดลองทางธรรมชาติขนาดมหึมาที่มอบความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเอกภพให้กับมนุษยชาติอย่างต่อเนื่อง

สรุปและเชิญชวน

ปรากฏการณ์ จันทรุปราคาเต็มดวง "ดวงจันทร์สีแดงอิฐ" ในคืนวันมาฆบูชา วันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งที่จะได้ชมความงดงามทางธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์นี้ร่วมกัน

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักดูดาวมืออาชีพ หรือผู้ที่เพียงแค่สนใจในความสวยงามของท้องฟ้ายามค่ำคืน การได้เฝ้ารอคอยและชมการเปลี่ยนแปลงของดวงจันทร์จากสีเงินนวลไปเป็นสีแดงอิฐลึกลับเหนือขอบฟ้าทางทิศตะวันออก จะเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำอย่างแน่นอน

อย่าพลาดโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งความมหัศจรรย์นี้! เตรียมตัว เตรียมสถานที่ และหากมีโอกาส มาร่วมกิจกรรมกับสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) หรือรับชมการถ่ายทอดสด เพื่อเก็บเกี่ยวความประทับใจและความรู้จากปรากฏการณ์ "จันทรุปราคาเต็มดวง" ในคืนวันที่ 3 มีนาคม 2569 นี้ไปพร้อมกัน

เงยหน้ามองฟ้าและร่วมเป็นพยานแห่งความยิ่งใหญ่ของเอกภพไปพร้อมกัน!

Read more

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว: ผู้นำคณะเจรจาประนอม UNCLOS ปักหมุดเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว: ผู้นำคณะเจรจาประนอม UNCLOS ปักหมุดเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา

ครม. แต่งตั้ง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นหัวหน้าคณะเจรจาประนอม UNCLOS กับกัมพูชา ย้ำไทยมุ่งแก้ปัญหาเขตแดนทางทะเลเท่านั้น ไม่รวม JDA.

By ทีมงาน devdog
"ธนา ฉัตรบริรักษ์" กับโมเมนต์อบอุ่นและเลขเด็ด "น้องวันใหม่" ที่โซเชียลตามรัวๆ

"ธนา ฉัตรบริรักษ์" กับโมเมนต์อบอุ่นและเลขเด็ด "น้องวันใหม่" ที่โซเชียลตามรัวๆ

"หน่อง ธนา" ชวนอมยิ้มเมื่อ "น้องวันใหม่" บอกเลขเด็ด 67 หลังทำบุญครบรอบ 1 ปีคุณแม่ พร้อมอัปเดตสถานะหัวใจ และความผูกพันในครอบครัวฉัตรบริรักษ์

By ทีมงาน devdog
ราคาทอง 1 บาท วันนี้ 15 มิถุนายน 2569: เปิดตลาดพุ่งแรง! พร้อมจับตาทิศทางโลก

ราคาทอง 1 บาท วันนี้ 15 มิถุนายน 2569: เปิดตลาดพุ่งแรง! พร้อมจับตาทิศทางโลก

สรุปราคาทอง 1 บาท ล่าสุด 15 มิ.ย. 2569 ที่พุ่งขึ้นแรง พร้อมเจาะลึกปัจจัยสำคัญจาก BOJ, เฟด, และการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ส่งผลต่อทองคำวันนี้

By ทีมงาน devdog