พายุไต้ฝุ่น "บาหวี่" ไม่เข้าไทยโดยตรง! แต่คนไทยต้องระวังอะไรบ้าง?
กรมอุตุฯ เตือนพายุไต้ฝุ่น "บาหวี่" ไม่เข้าไทยโดยตรง แต่จะทำให้ฝนตกหนัก คลื่นลมแรง 10-15 ก.ค. 69 เตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน
ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2569 นี้ ทั่วโลกกำลังจับตาความเคลื่อนไหวของ พายุไต้ฝุ่น "บาหวี่" (BAVI) ซึ่งเป็นพายุหมุนเขตร้อนที่กำลังก่อตัวและมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบในภูมิภาคเอเชียตะวันออก แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะยืนยันแล้วว่าพายุลูกนี้จะ ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ผลกระทบทางอ้อมจากการที่พายุไปทำให้มรสุมมีกำลังแรงขึ้น ก็เป็นเรื่องที่คนไทยไม่ควรมองข้าม และต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงที่จะตามมา
รู้จักพายุไต้ฝุ่น "บาหวี่" มาจากไหน?
ชื่อ "บาหวี่" มาจากภาษาเวียดนาม หมายถึง ทิวเขาในภาคเหนือของเวียดนาม โดยประเทศเวียดนามเป็นผู้เสนอชื่อนี้เข้าสู่บัญชีรายชื่อพายุหมุนเขตร้อนของคณะกรรมการไต้ฝุ่น และมาจากชื่ออุทยานแห่งชาติบาหวี่ (Ba Vì National Park) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ใกล้กรุงฮานอย

เส้นทางพายุ "บาหวี่" และผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศไทย
จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา พายุไต้ฝุ่น "บาหวี่" ซึ่งก่อตัวบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านเกาะไต้หวัน และขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569
แม้พายุลูกนี้จะไม่เข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่กลับเป็นตัวกระตุ้นให้ ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านประเทศเมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดฝนตกเพิ่มขึ้นและคลื่นลมแรงในหลายพื้นที่ของไทย
ประเทศไทยต้องเฝ้าระวังอะไรบ้าง? (10 - 15 กรกฎาคม 2569)
ในช่วงวันที่ 10 - 15 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยโดยเฉพาะภาคกลางด้านตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะได้รับผลกระทบจากมรสุมที่แรงขึ้น ทำให้มีฝนเพิ่มขึ้น และมี ฝนตกหนักถึงหนักมาก ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน: มีฝนตกหนักบางแห่ง
- ภาคตะวันออก: มีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะจันทบุรีและตราด
- ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: มีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะระนอง พังงา และกาญจนบุรี
- ภาคกลางด้านตะวันตก: มีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะกาญจนบุรี
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น:
- น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง: โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
- คลื่นลมแรงในทะเล:
- ทะเลอันดามันตอนบน: มีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร
- อ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่าง: มีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

คำแนะนำในการรับมือ
เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ประชาชนควร:
- ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด: ผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง
- ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก: หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและที่ลุ่ม
- วางแผนการเดินทาง: ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางไปยังบริเวณที่พายุบาหวี่เคลื่อนผ่าน (ไต้หวันและจีน) ควรตรวจสอบสภาพอากาศและวางแผนการเดินทางอย่างระมัดระวัง
- ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวัง: และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 10 - 15 ก.ค. 69
- ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันตก: ให้ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นซัดฝั่ง
แม้พายุไต้ฝุ่น "บาหวี่" จะไม่เดินทางมาถึงประเทศไทยโดยตรง แต่ผลกระทบทางอ้อมก็มีความสำคัญไม่น้อย การเตรียมพร้อมและติดตามข่าวสารจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนในช่วงเวลานี้ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน