น้ำท่วมวันนี้! ปภ. เตือน 55 จังหวัดรับมือพายุ "ไมสัก" และสถานการณ์น้ำหลาก
อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด พายุไมสักถล่มจันทบุรี-ตราด เขื่อนอ่างทองทรุด ปภ.ประกาศเตือน 55 จังหวัด พร้อมรับมือฝนตกหนัก น้ำป่า และดินโคลนถล่ม
สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยยังคงเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่พายุ “ไมสัก” ส่งอิทธิพลต่อหลายภูมิภาคทั่วประเทศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกมาประกาศเตือนภัยประชาชนใน 55 จังหวัดให้เตรียมรับมือกับฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน ในขณะที่บางพื้นที่ได้เริ่มเผชิญกับผลกระทบแล้ว ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2569.
สถานการณ์ฉุกเฉินในภาคตะวันออก: จันทบุรีและตราดเผชิญน้ำป่า
จังหวัดจันทบุรีได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุ “ไมสัก” ทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 โดยเฉพาะในอำเภอมะขาม แก่งหางแมว และขลุง มีปริมาณฝนสะสมสูงถึง 100-120 มม. สถานีสะพานข้ามคลองลี่ในอำเภอมะขามมีระดับน้ำสูงเกือบถึงตลิ่ง (เหลือเพียง 30 ซม.) ส่วนพื้นที่เกษตรในอำเภอแก่งหางแมวแม้ระดับน้ำลดลงบ้าง แต่ดินยังคงชุ่มน้ำเสี่ยงต่อการเกิดดินสไลด์ นอกจากนี้ยังมีการเตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมขังบ้านเรือนและเส้นทางสัญจรในอำเภอมะขาม เจ้าหน้าที่ ปภ. ท้องถิ่น กู้ภัยฯ และการไฟฟ้าฯ ได้เร่งให้ความช่วยเหลือและซ่อมแซมระบบไฟฟ้าในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
เช่นเดียวกับจังหวัดตราดที่เผชิญกับฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุ “ไมสัก” ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในอำเภอเขาสมิงและบ่อไร่ น้ำในแหล่งน้ำสำคัญอย่างฝายวังทอง คลองสะตอ และคลองแอ่ง มีระดับสูงขึ้นจนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนริมคลองแล้วหลายหลังคาเรือน เส้นทางการคมนาคมหลายสายถูกตัดขาด เช่น ถนนสายคลองปุกในตำบลสะตอ ขณะที่น้ำตกคลองแก้วในอำเภอบ่อพลอยได้ถูกประกาศปิดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากกระแสน้ำป่าที่รุนแรง นายอำเภอเขาสมิงรายงานว่าหลายหมู่บ้านเสี่ยงน้ำท่วมหนัก โดยเฉพาะหมู่ 7 บ้านทุ่งกระบอก จากการที่ระดับน้ำในคลองสะตอสูงขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงมีรายงานน้ำป่าทะลักท่วมสำนักงาน อบต. ด่านชุมพลในอำเภอบ่อไร่อีกด้วย

วิกฤตโครงสร้างพื้นฐาน: อ่างทองเร่งซ่อมแซมแนวป้องกันน้ำท่วม
ไม่ใช่เพียงแค่น้ำท่วมฉับพลัน แต่โครงสร้างพื้นฐานในการป้องกันน้ำก็กำลังเผชิญปัญหา ที่จังหวัดอ่างทอง แนวป้องกันน้ำท่วมแบบเขื่อนเรียงหินบริเวณหลังวัดไชยสงคราม ตำบลบ้านแห อำเภอเมือง ได้เกิดการทรุดตัวเป็นระยะทางกว่า 70 เมตร ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และเร่งรัดให้กรมโยธาธิการและผังเมืองส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบชั้นดินและท้องน้ำ เพื่อวางแผนซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ฤดูน้ำหลากจะมาถึงและอาจทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น การซ่อมแซมนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเขื่อนเรียงหินเป็นปราการด่านแรกที่ช่วยปกป้องเมืองชั้นในจากแรงดันน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา และช่วยให้หลายพื้นที่ในจังหวัดรอดพ้นจากน้ำท่วมมาแล้ว
ปภ. เตือนทั่วประเทศ: 55 จังหวัดเฝ้าระวังอิทธิพลพายุ “ไมสัก”
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนใน 55 จังหวัดทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม ในช่วงวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2569
แม้ว่าศูนย์กลางของพายุโซนร้อน “ไมสัก” จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่อิทธิพลของพายุและร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ นอกจากนี้ 4 จังหวัดชายฝั่งภาคใต้ยังต้องรับมือกับคลื่นลมแรงในทะเลอันดามันตอนบนที่มีความสูง 2-3 เมตร และอาจสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยและการเตรียมพร้อม
- ติดตามข่าวสาร: ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามการแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
- เตรียมพร้อมรับมือ: จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น ย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง และวางแผนเส้นทางอพยพหากจำเป็น
- ระมัดระวังอันตราย: หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่น้ำท่วมขังหรือบริเวณที่ดินชุ่มน้ำเพื่อป้องกันดินสไลด์
- แจ้งเหตุ: หากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงแอปพลิเคชัน "THA DISASTER ALERT" และ Line Official "ปภ.รับแจ้งเหตุ1784"
ในช่วงเวลาที่ธรรมชาติกำลังทดสอบความพร้อมของพวกเรา การเตรียมตัวและการรับมืออย่างมีสติคือสิ่งสำคัญที่สุด ขอให้ทุกคนปลอดภัย และร่วมกันผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดี