HMD ปลุกตำนาน! Nokia มือถือปุ่มกด 4G รุ่นใหม่ 4 รุ่น พร้อม AI Assistant ในตัว
HMD เปิดตัว Nokia มือถือปุ่มกด 4G รุ่นใหม่ 4 รุ่น พร้อม AI Assistant ในตัว! พบกับฟีเจอร์ล้ำๆ ทั้ง Xpress Chat, Cloud Phone, USB-C และดีไซน์คลาสสิก
HMD ปลุกตำนาน! Nokia มือถือปุ่มกด 4G รุ่นใหม่ 4 รุ่น พร้อม AI Assistant ในตัว
ในยุคที่สมาร์ทโฟนหน้าจอสัมผัสกลายเป็นมาตรฐานหลักของคนทั่วโลก HMD Global ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับโทรศัพท์มือถือปุ่มกด หรือ ฟีเจอร์โฟน (Feature Phone) ภายใต้แบรนด์ Nokia ล่าสุดได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวมือถือปุ่มกด 4G รุ่นใหม่ถึง 4 รุ่น ได้แก่ Nokia 200 4G, Nokia 210 4G, Nokia 215 4G (รุ่นที่ 2) และ Nokia 235 4G (รุ่นที่ 2) ซึ่งมาพร้อมฟีเจอร์สุดล้ำอย่าง AI Assistant ในเครื่อง ที่จะยกระดับประสบการณ์การใช้งานฟีเจอร์โฟนให้ทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมตอบโจทย์ผู้ที่ยังคงหลงใหลในความคลาสสิกและความทนทาน

ผู้ช่วย AI ในมือถือปุ่มกด: ก้าวใหม่ของ Nokia
ความโดดเด่นที่สุดของ Nokia รุ่นใหม่เหล่านี้คือการผนวกรวม ผู้ช่วย AI (AI Assistant) เข้ามาในเครื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการมีปุ่ม AI โดยเฉพาะที่ช่วยให้เข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีนี้ขับเคลื่อนโดย Sikey AI ทำให้ผู้ใช้สามารถสั่งการด้วยเสียงเพื่อทำงานพื้นฐานได้หลากหลาย เพียงกดปุ่ม AI ค้างไว้ คุณก็สามารถสั่งการได้ทันที เช่น:
- เปิด-ปิดไฟฉาย
- เปิดกล้องหลัง
- ตั้งเตือนความจำและนาฬิกาปลุก
- โทรออก หรือแม้กระทั่งพิมพ์/พูดคุยโต้ตอบกับระบบเพื่อสอบถามข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ได้คล้ายกับ AI Chatbot บนสมาร์ทโฟนทั่วไป
อย่างไรก็ตาม บริการ AI นี้จะเปิดให้ใช้งานฟรีในช่วง 180 วันแรกเท่านั้น หลังจากนั้นผู้ใช้จะต้องสมัครแผนบริการแบบชำระเงินเพื่อใช้งานต่อไป นับเป็นการนำเทคโนโลยี AI มาสู่กลุ่มผู้ใช้แบบดั้งเดิมที่ต้องการความเรียบง่ายแต่ยังคงความอัจฉริยะ
ฟีเจอร์เด่นที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่
นอกเหนือจาก AI Assistant แล้ว Nokia รุ่นใหม่เหล่านี้ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะในรุ่น Nokia 215 Chat ที่ถูกเน้นย้ำเรื่องความสามารถในการสื่อสารที่เหนือกว่า:
- Xpress Chat: ฟีเจอร์วิดีโอคอลสุดล้ำที่ให้คุณสามารถสนทนาแบบเห็นหน้า ส่งข้อความแชท พูดคุยแบบกลุ่ม แชร์รูปภาพ ข้อความเสียง และอิโมจิได้อย่างครบครัน
- Cloud Phone และ Pre-installed Cloud Apps: ด้วยข้อจำกัดด้านหน่วยความจำ HMD ได้แก้ปัญหาอย่างชาญฉลาดด้วยบริการ Cloud Phone ที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหาออนไลน์ได้โดยตรง เช่น วิดีโอใหม่ล่าสุด พยากรณ์อากาศ และข่าวสารกีฬา นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชันระบบคลาวด์ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน เช่น YouTube, YouTube Music, Google Maps รวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและเกมต่างๆ ทำให้มือถือปุ่มกดไม่ตกเทรนด์ด้านความบันเทิง
- พอร์ต USB-C: มาตรฐานการชาร์จที่ทันสมัยและหาได้ง่ายในปัจจุบัน นับเป็นจุดเด่นที่สำคัญสำหรับมือถือปุ่มกดราคาประหยัด

ดีไซน์คลาสสิก ผสานความทันสมัย
โทรศัพท์ Nokia ทั้ง 4 รุ่นยังคงเอกลักษณ์ดีไซน์คลาสสิกที่คุ้นเคยในแบบ Nokia ไว้ แต่ได้เพิ่มรายละเอียดที่ทันสมัย เช่น กรอบโลหะที่ล้อมรอบกล้องและลำโพงสนทนา โดยทำงานบนระบบปฏิบัติการ S30+ และมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 1,450 mAh ที่ใช้งานได้ยาวนาน นอกจากนี้ยังรองรับ Bluetooth 5.0, มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และวิทยุ FM เพื่อความบันเทิงแบบดั้งเดิม สำหรับคุณสมบัติเฉพาะรุ่น:
- Nokia 210 4G และ Nokia 215 4G: มาพร้อมหน้าจอ QVGA ขนาด 2.4 นิ้ว
- Nokia 215 4G และ Nokia 235 4G: มาพร้อมหน้าจอ IPS ขนาด 2.8 นิ้ว
- Nokia 235 4G: โดดเด่นด้วยกล้องหลังความละเอียด 2MP
ราคาและการวางจำหน่าย
ปัจจุบัน HMD Global ยังไม่ได้ประกาศราคาอย่างเป็นทางการและแผนการจัดจำหน่ายสำหรับแต่ละตลาด อย่างไรก็ตาม สำหรับ Nokia 215 Chat ที่เปิดตัวในมาเลเซีย มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 199 ริงกิตมาเลเซีย (ราว 1,700 - 1,800 บาท) และ HMD ประเทศไทยก็ได้เริ่มโพสต์ภาพแสดงสัญญาณว่าจะมีการเปิดตัวในไทยเร็วๆ นี้เช่นกัน
การผสมผสาน AI และฟีเจอร์ที่ทันสมัยเข้ากับโทรศัพท์ปุ่มกด เป็นการแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ HMD Global ในการรักษาแบรนด์ Nokia ให้ยังคงความเกี่ยวข้องในตลาด แม้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะไม่ใช่สมาร์ทโฟน แต่ก็ยังคงคุณค่าในทางปฏิบัติสำหรับผู้ที่ต้องการอุปกรณ์สื่อสารที่ทนทาน พร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะพื้นฐานและราคาที่เข้าถึงง่าย